skincare kamol by k'chom
ครีมบำรุงผิว
04/09/2022
ครีมใข่มุกเกาหลี เนื้อละมุนเกลี่ยง่าย กลิ่นผู้ดีมาก
02/09/2022
ឆុតមុខKamol skincare ព្យាបាលរាល់បញ្ហា ស្បែកមុខខូចដូចជា:
_មុនតូចធំ
_ជាំ ឈាម ជាំម្សៅ ជាំកនើតកូន
_មុខខ្មៅស្រអាប់
_មុខប្រហោង
_សសៃក្រហមមុខ
_អក្សុីមុខរាប់ឆ្នាំ
_ស្នាមអ៊ុចខ្មៅ
_មុខគ្មានសំណើម
_មុខខ្មូត
_មុខអាច៍រុយ
_មុខមុនសាច់ ក្បាលខ្មៅ មុនអង្កាល
_ឆុតមុខkamol skincareជួយបាន ចាស🥀
_ចំនាយ 390 Bបាត បានមុខស ភ្លឺរលាង👍ចង់បានចូលឆាត❤️🙏
💸
28/08/2022
ล้างหน้าแบบสะอาด แต่ไม่แห้ง ด้วยสบู่น้ำแร่ก้อนนี้200
28/08/2022
น่าทานมาก
ผิวหน้านุ๊มนุ่ม หน้าใสไร้สิว
19/08/2022
งานผิวฉ่ำวาวผิวดูโกลว์ด้วยกันแดด อโกลว 200มีทอนนะคะ
19/08/2022
เป็นเซ็ทคุ้มกว่า
01/08/2022
ตัวช่วยเรื่องความชุ่มชื้นของผิว
มาเติมน้ำให้ผิวอีกทางกันค่ะ
29/07/2022
งุ้ยน่ารัก อธิษฐานเช่นกันค่ะ
อธิษฐานให้พ่อแม่ของฉัน
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
*เนื้อหาในเพจนี้ จัดทำขึ้นเพื่อคนเฉพาะกลุ่ม ที่ต้องการมีอิสรภาพทางการเงินและมีกรอบความคิดaเติบโต (Growth Mindset) เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อทุกคน กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับชมและแสดงออก
————
🌟ขณะนี้ทางเพจได้เปิดให้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือที่รวบรวมข้อคิดและบทความที่สำคัญต่อการพัฒนา Mindset ที่เคยลงในเพจ Moneyland
สนใจดูรายละเอียดได้ที่นี่ https://www.facebook.com/211285206449377/posts/985546552356568/?d=n
————
หากคุณชอบ Moneyland และอยากให้เราอยู่ไปนานๆ
สามารถเป็นผู้สนับสนุน MONEYLAND แบบรายเดือน ได้ที่ลิงค์นี้ (ตกวันละ 3 บาทนิดๆ)
https://facebook.com/becomesupporter/moneyland.biz/
หรือสนับสนุนรายครั้งตามจิตศรัทธา
https://ko-fi.com/moneylandbiz
สนใจโฆษณาติดต่อ
m.me/moneyland.bizxq
29/07/2022
ไปกัน
ปลื้มใจแทน บุพเพสันนิวาส2 ฉายวันแรก โกย 50 ล้าน ปลื้มใจแทน บุพเพสันนิวาส2 ฉายวันแรก โกย 50 ล้าน
29/07/2022
อุดหนุนhatariตลอดค่ะ
เปิดประวัติ "จุน วนวิทย์" เจ้าของฮาตาริ ผู้ใจบุญบริจาค 900 ล้านบาทให้มูลนิธิรามาธิบดี จบเพียง ป.2 แต่ขยันหาความรู้ สร้างตัวจนประสบความสำเร็จ
นายจุน วนวิทย์ เกิดที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2,479 ปัจจุบันอายุ 86 ปี ในวัยเด็กไม่ได้เรียนหนังสือในระบบโรงเรียน จบแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จึงไม่มีคุณวุฒิทางการศึกษา ได้ศึกษาภาษาไทยด้วยตนเองและศึกษาภาษาจีน จากครูที่สอนพิเศษตามบ้าน ได้เริ่มทํางานเป็นลูกจ้างกวาดพื้นร้านขายข้าวสาร ส่งออกต่างประเทศที่ถนนสี่พระยา กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่มีอายุ 12 ปี และได้เปลี่ยนอาชีพตามลําดับ อันประกอบด้วย การเป็นช่างทําทอง ขับรถโดยสารรับจ้าง ลูกจ้างร้านทําป้ายพลาสติก ลูกจ้างโรงกลึง ช่างทําแม่พิมพ์ สําหรับฉีดชิ้นงานพลาสติก
จากประสบการณ์ของการประกอบอาชีพมาหลากหลาย ประกอบกับเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์และเห็นช่องทางธุรกิจ จึงได้ออกแบบและผลิตของเล่นเด็กออกจําหน่ายตั้งแต่เมื่ออายุ 25 ปี และโดยที่มีความรู้ทางการฉีดพลาสติก ต่อมาจึงเกิดความคิดที่จะทําโครงพัดลมด้วยพลาสติกขึ้น ซึ่งในสมัยนั้นโครงกรอบพัดลมล้วนทําด้วยโลหะอลูมิเนียมทั้งสิ้นและได้เสนอขายชิ้นงานให้กับโรงงานผลิตพัดลมที่มีอยู่ในขณะนั้น เป็นผลให้มีการใช้กรอบโครงของพัดลมเป็นพลาสติกโดยแพร่หลายแต่นั้นมา
ต่อมาได้ไปเรียนรู้การพันมอเตอร์ที่ประเทศไต้หวันแล้วจึงนํามาผลิตพัดลม ที่ใช้ชิ้นส่วนพลาสติกทั้งหมดออกจําหน่ายเป็นของตัวเอง โดยเริ่มแรกใช้ชื่อ ยี่ห้อ “R” และยี่ห้อ “TORY” ต่อมาเมื่ออายุ 52 ปี จึงได้ผลิตพัดลมยี่ห้อ “ฮาตาริ” ออกจําหน่ายเป็นครั้งแรก จากการที่นายจุน วนวิทย์ เป็นผู้มีแนวคิดในการประกอบอาชีพและดํารงชีวิตโดยยึดหลัก ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด กตัญญ เสียสละ มีความมุ่งมั่น มีวินัย ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เปิดใจเรียนรู้ สิ่งใหม่เพื่อความสําเร็จ และเป็นคนกล้าคิดกล้าทํา เป็นผลให้กิจการของฮาตาริ ก้าวหน้าและมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ พัดลมทุกประเภท รวมทั้งเครื่องฟอกอากาศ และเครื่องซักผ้าขนาดเล็กออกสู่ ตลาด และแม้ว่าในบางช่วงจะประสบวิกฤตทางด้านการเงินเป็นอย่างมาก ก็ยังสามารถบริหารจัดการให้บริษัทผ่านพ้นมรสุมได้เป็นอย่างดี
การผลิตสินค้าดังกล่าวนั้น ดําเนินการโดยบริษัทในเครือวนวิทย์กรุ๊ป ได้แก่ บริษัทวนวิทย์แมนูแฟคเจอริ่ง จํากัด บริษัทฮาตาริอิเลคทริค จํากัด และบริษัทวนวิทย์เมทัลเวิร์ค จํากัด โดยมีนายจุน วนวิทย์ เป็นประธาน กรรมการ นายจุน วนวิทย์ คิดเสมอว่าคนไทยมิได้มีความสามารถด้อยกว่าใคร ไม่ต้องรอให้ชาวต่างชาติเป็นผู้นําและคนไทยเป็นผู้ตามเสมอไป นอกจากนี้ ยังได้ใช้กลยุทธ์การบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเป็นแนวทาง การทํางานมาโดยตลอด 2 ประการ คือ “ใช้ต้นทุนเท่าเดิม แต่ได้ผลผลิต เพิ่มขึ้น” และ “ใช้ต้นทุนลดลง แต่ได้ผลผลิตเท่าเดิม” รวมทั้งกําหนด วิสัยทัศน์ของบริษัทในเครือไว้ว่า “ฮาตาริ คือผู้เชี่ยวชาญทางด้านสายลม
นายจุน วนวิทย์ ได้ใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมารวมกับพรสวรรค์ ในเชิงช่างทําการประดิษฐ์คิดค้น และพัฒนาระบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพ มาอย่างต่อเนื่อง สามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้อย่างเห็นได้ชัดโดยมิได้ใช้พื้นฐานความรู้จากการเรียนที่ใด ขณะเดียวกันก็ไม่ปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ได้นํามาผสมผสานอย่างกลมกลืน สําหรับพนักงานนั้น นายจุน วนวิทย์ เป็นผู้ให้โอกาสพนักงานที่ตั้งใจปฏิบัติงาน เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น จะให้คําชี้แนะและให้ถือว่า “ผิดเป็นครู” ให้เดินหน้าต่อไป ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องท้อถอย พร้อมทั้งให้การจุนเจือครอบครัวของพนักงานด้วยการให้ทุน การศึกษาแก่บุตรและมอบเครื่องอุปโภคให้เป็นประจําทุกปี
ณ วันนี้บริษัทในเครือวนวิทย์กรุ๊ป มีพนักงานกว่า 2,000 คน ส่งผลิตภัณฑ์ออกจําหน่ายทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ มีส่วนแบ่งการตลาดในผลิตภัณฑ์พัดลมในประเทศ ประมาณร้อยละ 80 สามารถลดการนําเข้าพัดลมจากต่างประเทศได้เกือบทั้งหมด จึงถือได้ว่า นายจุน วนวิทย์ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ กว้างไกล ขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์สุจริต มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และ จิตใจดีงามสามารถนําพาตนเองและกิจการสู่ความสําเร็จอย่างสูง
เมื่อประสบความสําเร็จในการงานอาชีพแล้ว นายจน วนวิทย์ มิได้ลืม ตอบแทนสังคม แต่กลับคิดเสมอว่าจะต้องตอบแทนสิ่งที่ดีงามให้แก่สังคม ช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อนหรือด้อยโอกาส ด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยไม่แสดงตัว ได้บริจาคทรัพย์สิ่งของให้กับโรงพยาบาลต่างๆ สร้างศูนย์วิปัสสนาและมอบเงิน อุดหนุนให้แก่ยุวพุทธิกสมาคม ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส สร้างสะพานลอย ข้ามถนน ตลอดจนบริจาคเงินให้แก่โรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกระดับ อยู่เป็นประจํา โดยสม่ำเสมอ และล่าสุดบริจาคให้กับมูลนิธิรามาธิบดี 900 ล้านบาท แบ่งเป็นสมทบทุนเพื่อโครงการปรับปรุงอาคารโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี เป็นเงินจำนวน 160,000,000 บาท บริจาคสมทบทุนโครงการศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยา เป็นจำนวนเงิน 300,000,000 บาท และบริจาคสมทบทุนโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี เป็นจำนวนเงิน 440,000,000 บาท
จากการประกอบคุณงามความดีมาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นผลให้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ปฐมดิเรกคุณาภรณ์
สำหรับนายจุน วนวิทย์ ผู้ใกล้ชิดเผยว่าเป็นคนทำงานมุ่งมั่น สมถะ ประหยัด เรียบง่าย แม้จะมีฐานะร่ำรวย แต่ของติดตัวที่แพงที่สุด คือ นาฬิกาข้อมือ ราคา 2,000 บาท ไม่เคยใส่แบรนด์เนม ไม่มีรถยนต์หรือยานพาหนะหรูเหมือนเศรษฐีคอื่น และเป็นผู้มีความวิริยะอุตสาหะ พยายามขวนขวาย แสวงหาความรู้อยู่เป็นนิจ ด้วยจิตใจมุ่งมั่นจะพัฒนาตนเองด้วยความขยัน หมั่นเพียร เป็นผลให้มีความรู้แตกฉานในหลายเรื่อง รวมทั้งมีความคิด สร้างสรรค์ที่สามารถพัฒนาต่อยอดจนประสบความสําเร็จในชีวิต
28/07/2022
สาธุค่ะ
เจ้าของแบรนด์ Hatari บริจาคเงินส่วนตัว 900 ล้าน ให้มูลนิธิรามาฯ คืนให้สังคม ช่วยเหลือคนที่เจ็บป่วย - MarketThink
วันนี้มีหนึ่งเหตุการณ์ที่เรียกเสียงฮือฮา และได้รับการชื่นชมจากชาวโซเชียลฯ เป็นอย่างมาก
นั่นคือ คุณจุน-คุณสุนทรี วนวิทย์ และครอบครัว
เจ้าของธุรกิจ Hatari (ฮาตาริ) แบรนด์พัดลมชื่อดังของบ้านเรา
ได้บริจาคเงินส่วนตัวกว่า 900 ล้านบาท ให้กับ “มูลนิธิรามาธิบดี”
โดยใน Twitter ของ ได้ทวีตภาพเช็คธนาคาร UOB สาขาถนนประชาอุทิศ ชื่อบัญชี นายจุน วนวิทย์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด
สั่งจ่ายมูลนิธิรามาธิบดี จำนวนเงิน 900 ล้านบาท ลงวันที่ 29 ก.ค. 2565
และข้อความที่ระบุว่า "การบริจาคที่ยิ่งใหญ่คุณจุน วรวิทย์ เจ้าของพัดลม Hatari คนนี้ใจบุญจริงขออนุโมทนาครับ"
ซึ่งทวีตนี้ก็มีชาวโซเชียลฯ แห่แชร์และชื่นชมเป็นจำนวนมาก
สำหรับเงินบริจาค 900 ล้านบาทนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุน
-โครงการปรับปรุงอาคารโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี เป็นเงินจำนวน 160 ล้านบาท
-โครงการศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยา เป็นจำนวนเงิน 300 ล้านบาท
-โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี เป็นจำนวนเงิน 440 ล้านบาท
โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี และผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ภาวิทย์ เพียรวิจิตร รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร เป็นตัวแทนร่วมรับมอบ
สำหรับจุดเริ่มต้นและความเป็นมาของแบรนด์ Hatari ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2533
คุณจุน วนวิทย์ เจ้าของร้านซ่อมพัดลม ได้ก่อตั้ง บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด ขึ้นมา เพื่อดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตพัดลมให้กับแบรนด์ญี่ปุ่นต่าง ๆ
แต่ต่อมา เมื่อเขายิ่งคลุกคลีกับธุรกิจพัดลมมากเท่าไร คุณจุน วนวิทย์ ก็ยิ่งเล็งเห็นถึงโอกาส และความก้าวหน้าในตลาดพัดลม จึงตัดสินใจสร้างแบรนด์พัดลมของตัวเองขึ้นมา โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า Hatari
ซึ่ง Hatari จะมีโรงงานผลิตแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ จนประกอบออกมาเป็นพัดลม และการผลิตพัดลมจะใช้ชิ้นส่วนของตัวเองถึง 90%
ด้วยคุณภาพของสินค้า ความทนทาน และความหลากหลายของประเภทสินค้าของ Hatari
Hatari จึงเติบโตอย่างรวดเร็ว จากความนิยมในลูกค้ากลุ่มเล็ก ๆ ขยายจนเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ
และครองส่วนแบ่งตลาดพัดลมเป็นอันดับ 1 ในเมืองไทย ในปัจจุบัน..
นอกจากเรื่องคุณภาพของสินค้าแล้ว อีกกลยุทธ์เด่นของ Hatari ที่สร้างการรับรู้ในวงกว้าง และสร้างการจดจำแบรนด์แก่ผู้คนได้เป็นอย่างดี คือ “โฆษณา”
โฆษณาหลายตัวของ Hatari ที่ปล่อยออกมา ไม่ว่าจะบนทีวี หรือออนไลน์ เช่น YouTube จะมีคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์ และแฝงไปด้วยความกวน จนสามารถเรียกความสนใจ และเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้
ถึงขนาดบางคนต้องกดดูโฆษณาซ้ำอีกรอบ หากรับชมบนอินเทอร์เน็ต
ซึ่งในโฆษณาจะมีคอนเซ็ปต์หลัก ๆ คือ สร้างสถานการณ์ หรือ ตัวละครแบบตลก ๆ ขึ้นมา แล้วมีพัดลม Hatari มาช่วยแก้ปัญหาให้สถานการณ์ หรือสนองความต้องการของตัวละครนั้น ๆ
โดยตัวอย่างโฆษณายอดนิยมของ Hatari ก็อย่างเช่น โฆษณา “เย็นทั่วถึงใจ ด้วยหน้ากว้าง 18 นิ้ว ของ Hatari ใหญ่กว่า แรงกว่า..”
โฆษณา “ทุกคนอยู่ในความสงบ! พ่อปู่มีอะไรจะพูด! ท่านบอกให้ดูเพราะ ของมันแรง ของอะไร ? อ๋อ ฮาตาริแอร์คูลเลอร์..”
แล้วเจ้าตลาดพัดลมอย่าง Hatari มีรายได้มากแค่ไหน ?
บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด
ผู้จัดจำหน่ายพัดลม Hatari ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงให้บริการหลังการขาย
ปี 2564 มีรายได้ 6,336 ล้านบาท กำไร 66 ล้านบาท
บริษัท วนวิทย์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด
โรงงานผลิตพัดลม Hatari และ OEM ให้กับแบรนด์อื่นด้วย
ปี 2564 มีรายได้ 5,775 ล้านบาท กำไร 646 ล้านบาท
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ Hatari จะมีพัดลมเคลื่อนที่, พัดลมติดตั้ง, พัดลมอุตสาหกรรม, พัดลมระบายอากาศ, พัดลมไอเย็น และเครื่องฟอกอากาศ
รวมไปถึงมีการจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่ เช่น ใบพัด, ฝาครอบใบพัด, แผ่นกรอง, เจลทำความเย็น
—---------------
อ้างอิง :
-https://web.facebook.com/RamathibodiSchoolofnursingMU/photos/a.827129277309307/5513102915378563/
-https://mgronline.com/onlinesection/detail/9650000071754
-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
