Hyllife By Nong

Hyllife By Nong

แชร์

สนใจติดต่อ
Tel. 062-5297265 โหน่ง ค่ะ
line: nong_susu

08/03/2015

ขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตามกันอยู่ค่า

Photos from Hyllife By Nong's post 24/05/2014

ง่วงกันยัง # #ฮิฮิ

22/05/2014

ปวดเมื่อย เส้นเลือดขอด แพ้ผดผื่นคันใช้ดีจริง

Photos 19/05/2014
Photos 17/05/2014

ประโยชน์และโทษจากการกินเปรี้ยว

ภัยจากการกินเปรี้ยว เมื่อเปรียบเทียบกับ ภัยจากการความหวานและภัยจากการกินเค็มแล้ว ถือว่าไม่รุนแรงมากนัก แต่ถ้ากินเปรี้ยวมากไปก็ไม่ดีต่อร่างกายเหมือนกัน ความเปรี้ยวนั้นมีอยู่ 2 อย่างด้วยกัน คือ ความเปรี้ยวจากสารสังเคราะห์ และ ความเปรี้ยวจากผักผลไม้ต่างๆ

ความเปรี้ยวจากสารสังเคราะห์ ในน้ำส้มสายชู ซึ่งมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ Glacial Acetic Acid ซึ่งเป็นตัวทำให้เกิดรสเปรี้ยว หรือเรียกว่า "กรด ซิตริก " ให้ความเปรี้ยวแทนมะนาว ซึ่งใช้นั้นถ้ากินปริมาณน้อยๆ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ากินปริมาณมากๆ จะพบว่ามีผลเสียต่อร่างกายทีเดียว

ความเปรี้ยวจากผักผลไม้ ความเปรี้ยวที่ได้จากผลไม้ชนิดต่างๆ เช่น มะนาว, มะม่วง, มะขาม, มะยม , สัปปะรส , ฯลฯ จะไม่มีอันตรายมากนัก
ประโยชน์ของการกินเปรี้ยว

+ แก้ไอเจ็บคอ ใช้มะนาวซัก 3 ลูก ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อน จะช่วยรักษาอาการไอเจ็บคอได้ดี เลยเพราะน้ำมะนาวช่วยบรรเทาอาการไอได้ และน้ำผึ้งช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ
+ ป้องกันการเป็นหวัด มะนาวนั้นอุดมไปด้วยวิตามิน ซี ถ้ากินเป็นประจำ จะช่วยบรรเทา หรือป้องกันจากการเป็นหวัด
+ ช่วยกระตุ้นการย่อยอาหาร
+ ช่วยบรรเทาอาการกระหายน้ำ

โทษของการกินเปรี้ยว / ภัยจากการกินเปรี้ยว

+ ทำลายฟัน กรดจากอาหารที่มีรสเปรี้ยว จะกัดกร่อน ผิวเคลือบฟัน ทำให้ให้ฟันสึกทั้งฟันด้านบนและฟันด้านล่าง ทำให้เกิดอาการเสียวฟัน และทำให้การอุดฟันทำได้ยากเพราะต้องทำหมดทุกซี่ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง
+ ท้องร่วง การกินอาหารรสเปรี้ยวมากเกินไปมักทำให้ ท้องเสีย ร้อนใน และระบบน้ำเหลืองในร่างกายมีปัญหาจึงทำให้บาดแผลหายช้า
+ กระดูกผุ ความเปรี้ยวที่ได้จากน้ำส้มสายชู แม้จะช่วยขจัดกลิ่นคาวและลดแบคทีเรียในอาหาร แต่ถ้ากินมาเกเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อภาวะกระดูกได้

17/05/2014

สาเหตุของการเกิดสิว

ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดสิวอย่างแน่ชัดแต่เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกายจะมีผลต่อการเกิดสิว นอกจากนั้นยังมีปัจจัยอย่างอื่นที่มีผลต่อการเกิดสิว เช่นกรรมพันธื อารมณ์ อาหาร อากาศ ยา

การเกิดสิว

ต่อมขุมขนของคนเราประกอบไปด้วยส่วนต่างๆได้แก่

ต่อมไขมันหรือ Sebaceous gland
รากขนหรือ Follicle
ไขมันหรือ Sebum
และมีรูเปิดหรือเรียกว่า pore สู่ผิวหนัง
การเกิดสิวเกิดจากต่อมไขมันผลิตไขมันมาก และมีการอุดกลั้นทางเดินของไขมัน ทำให้สิวซึ่งอาจจะเป็นสิวหัวขาว หรือหัวดำก็ได้ หากมีการติดเชื้อแบคทีเรียจะทำให้เกิดการอักเสบของสิว เช่นเป็นหนอง

Photos 17/05/2014

5555!!!! น่ารักอะ

Photos 16/05/2014

ใส่ใจกับคำพูดที่ดี # #แต่คำที่ไม่ดีอย่าเก็บมาใส่ใจ

Photos 15/05/2014

หันกลับไปมองแม่ดู # #วันนี้ท่านได้กินอิ่มแล้วหรือยัง

Photos 14/05/2014

กำลังทำสมาธิอยู่ # #

13/05/2014

ยาที่ทำให้เกิดภาวะผมร่วงหรืออาการผมร่วง

ผลข้างเคียงของยาบางชนิดอาจทำให้เกิดภาวะผมร่วง กระตุ้นให้เกิดศีรษะล้านได้ ยาเหล่านั้นที่อาจทำให้เกิดภาวะนี้ได้แก่
1)กลุ่มยารักษาสิว ได้แก่ ยาที่เป็นอนุพันธ์ของวิตามิน A เช่น Accutane (isotretinoin) ยากลุ่มนี้นอกจากจะทำให้มีเยื่อบุอ่อนแห้งแตกลอกเป็นขุยแล้ว ยังทำให้ผมร่วงได้มากๆ เลย

2)ยาลดการแข็งตัวของเลือด มักใช้ในผู้ป่วยหลังการผ่าตัดลิ้นหัวใจ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยที่มีลิ่มเลือดอุดตัน Panwarfin® (warfarin Sodium), Sofarin®, Coumadin Heparin injections

3)ยาลดคลอเลสเตอรอลในเลือด Atromid–s® ( clofibrate) Hidil®, Lopid® ( gemfibrozil)

4)ยากันชัก

5)ยาต้านโรคซึมเศร้า ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและยาคลายเครียด ได้แก่
Anafranil® ( clomipramine)
Elavil® ( amitriptyline)
Norpramin® (desipramine hydrochloride)
Pamelor® (nortriptyline)
Paxil® (paroxetine)
Prozac® (fluoxetine)
Sinequan® (doxepin)
Surmontil® (trimipramine)
Tofranil® (imipramine)
Vivactil® (protriptyline)
Zoloft® (sertraline)

6)ยาลดน้ำหนัก ได้แก่ ยากลุ่มอนุพันธ์ของ Amphetamines ซึ่งใช้ลดน้ำหนักทำให้ความอยากอาหารลดลง

7)ยาฆ่าเชื้อรา ได้แก่ KetoconaZole Fluconazole

8)ยารักษาโรคเก๊าฑ์ ยาลดกรดยูริค ได้แก่ Zyloprim® (allopurinol)

9)ยาหยอดตารักษาโรคต้อหิน ได้แก่ กลุ่มต่อต้านเบต้า (Beta – blocker drugs) เช่น Timolol® eye drops.

10)ยาลดความดันโลหิต ใช้ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ได้แก่ กลุ่มยาต่อต้านเบต้า (Beta – blockers)
Tenormin® (Atenolol)
Lopressor® (metoprolo)
Corgard® (nadolol)
Inderal® (propanolol)
Blocadren® (timolol)

11)ยากลุ่มฮอร์โมน ทั้ง ฮอร์โมนเพศหญิง และฮอร์โมนเพศชายได้แก่ ยาเม็ดคุมกำเนิด
* การใช้ฮอร์โมนทดแทนในหญิงวัยทอง เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน (estrogen และ progesterone)
* ยาฮอร์โมนเพศชาย แอนโดรจีนิกและเทสโทสเตอโรน (Male androgenic hormones and testosterone)
* สเตียรอยด์ ได้แก่ Prednisolone

12)ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ ยาแก้ปวดข้อ ข้ออักเสบ ได้แก่ Naprosyn® (Naproxen), Indocin® (indomethacin), Clinoril® (sulindac)

13)ยารักษาโรคพาร์กินสัน ได้แก่ Levadopa/L – dopa (Dopar,Laradopa)

14)ยารักษาไทรอยด์ หรือฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน

15)ยารักษาแผลในกระเพาะอาหารหรือยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ได้แก่ Pepcid® (famotidine), Zantac® (ranidine), Tagamet® (Cimetidine)

13/05/2014

สาเหตุ 6 ข้อหลักที่พบได้บ่อยๆทำให้เกิดอาการผมร่วง

ปัญหาผมร่วงพบบ่อยในเพศชายโดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น แต่บางครั้งอาจพบว่าผมเริ่มร่วงได้ตั้งแต่ในวัยรุ่น ผมร่วงจนเกิดผมบางและศีรษะล้านทำให้เกิดความกังวล และสูญเสียบุคลิกภาพได้ ผมร่วงจากกรรมพันธุ์ (Androgentic alopecia) เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด แต่นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดผมร่วงพบได้รองๆ ลงไปได้แก่
1)เป็นการร่วงตามปกติ (Normal variation) วงจรชีวิตปกติของเส้นผมจะมีการเจริญอยู่ในช่วง 2 – 6 ปี หลังจากนั้นจะหยุดเจิญเติบโตแล้วหลุดร่วงออกและมีเส้นผมใหม่มาแทน ดังนั้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ ผมจะมีการหลุดร่วงออกไป และมีเส้นใหม่ขึ้นมาทดแทนเสมอ ๆ ดังนั้นขณะที่เราหวีผม แปรงผม สระผม เช็ดผม ถูหนังศีรษะ ก็จะมีเส้นผมที่หลุดร่วงออกมาได้ตลอด บางครั้งผมที่ร่วงตามธรรมชาตินี้อาจเกิดขึ้นมากกว่าผมที่ขึ้นใหม่นี่เป็นสัญญาณหนึ่งที่อาจทำให้เกิดภาวะศีรษะล้านตามมาได้ ดังนั้นการที่จะบอกว่าผมร่วงนี้ควรรักษาหรือไม่อาจดูได้จากว่าผมบางลงหรือไม่ หรือเพียงแค่ร่วงมากกว่าปกติเท่านั้น
2)ความผิดปกติของฮอร์โมน มีความผิดปกติของฮอร์โมนหลายอย่างที่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วงเช่น
ไทรอยด์ฮอร์โมนทั้งแบบฮอร์โมนต่ำและฮอร์โมนสูงเป็นสาเหตุของความผิดปกติทางฮอร์โมนที่พบได้บ่อยที่ทำให้เกิดผมร่วงผมบางทั่วทั้งหนังศีรษะ
การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนทำให้เกิดผมร่วงที่บริเวณหนังศีรษะและกระตุ้นการเจริญของขนที่บริเวณใบหน้าและลำตัวให้เกิดมากขึ้น
การมีระดับฮอร์โมนอินซูลินที่ผิดปกติไป เช่นในผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถทำให้เกิดผมร่วงได้
ในผู้หญิงที่มีซีสต์ที่รังไข่มาก (Polycystic o***y syndrome) จะมีการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนซึ่งทำให้เกิดผมร่วงได้
3)การอักเสบของหนังศีรษะ (Scalp inflammation) ภาวะใดก็ตามที่ทำให้เกิดการอักเสบของหนังศีรษะเช่น ผื่นแพ้ ผิวหนัง (eczema) ผื่นจากต่อมไขมัน อักเสบ (seborrheic dermatltis) , สะเก็ดเงิน (psoriasis) ทำให้เกิดผมร่วงได้ โดยมักจะพบว่ามีผื่นแดงเป็นขุยที่ผิวหนังบริเวณหย่อมที่ผมร่วง การติดเชื้อรา เช่น กลาก เชื้อแบคทีเรียที่รูขุมขน (folliculitis) ทำให้เกิดผื่นที่หนังศีรษะและเกิดผมร่วงตามมาได้เช่นกัน
ส่วนหย่อมของผมร่วงที่ไม่พบมีหนังศีรษะแดงร่วมด้วยมักเกิดจากภูมิคุ้มกันต่อรากผมซึ่งพบได้ ใน โรคผมร่วงเป็นหย่อม ๆ (alopecia areata)
4)การบาดเจ็บเฉพาะที่ (local trauma) หรือดึงรั้งมากไป การใช้ยางรัดผมที่แน่นเกินไป การถักเปีย มัดจุกที่แน่นมาก ทำให้ผมร่วงโดยเป็นการดึงเส้นผมออกจากบริเวณฐานของมัน การใช้สารเคมีกับเส้นผมเป็นการทำร้ายรากผมโดยตรงเช่น การดัดผม ย้อมผม แมลงบางชนิดเช่น เหา ทำให้เกิดผมร่วงโดยการกระตุ้นการเกา ซึ่งถ้ารุนแรงมากไปอาจทำให้หนังศีรษะอักเสบได้ การถอนผมที่เป็นนิสัยทำให้เกิดผมร่วงเรื้อรังได้
5)การใช้ยาบางชนิด ยาบางชนิดทำให้เกิดผมร่วงได้ เช่น ยาลดความดัน ชนิดยาต้านเบต้า ยากันชัก ยาคุมกำเนิด ยารักษาโรคเก๊าฑ์ ถ้าผมร่วงเกิดขึ้นในช่วงที่ใกล้เคียงกับการเริ่มใช้ยาชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือการเพิ่มปริมาณการใช้ยา อาจเป็นไปได้ว่ายาชนิดนั้นมีผลข้างเคียงทำให้เกิดผมร่วงได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพียงชั่วคราว เมื่อหยุดใช้ผมก็จะกลับมาขึ้นได้เหมือนเดิม ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้ให้ยานั้น เรื่องของการปรับเปลี่ยนยา
6)ปัจจัยทางด้านจิตวิทยา (Psychological factors) ความเครียด ความกังวล ภาวะซึมเศร้าเป็นปัจจัยที่พบได้บ่อยที่ทำให้ผมบางลง และเป็นสาเหตุที่ค้นหาและรักษาได้ยาก คนส่วนใหญ่ไม่รับรู้ว่าตนเองเครียดหรือกังวลมากขนาดไหน ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะประเมิณความเครียดของตนเองน้อยกว่าความเป็นจริง บางครั้งความกังวล ความเครียดที่เกิดขึ้น เกิดร่วมกับผมร่วงจากสาเหตุอื่นๆ ก็จะทำให้ปัญหาผมร่วงแย่ลงไปกว่าเดิมได้
เมื่อเริ่มสังเกตว่ามีปัญหาผมร่วง สิ่งแรกที่ควรทำคือพบแพทย์เพื่อประเมิณและหาสาเหตุการให้การรักษาหรือการใช้ยาปลูกผม ควรทำร่วมกับการรักษาที่สาเหตุ เพื่อให้ได้ผลดีและยั่งยืน สามารถหยุดยาได้เมื่อดีขึ้น
**แต่การใช้ยา ก็ใช่จะเปนผลดี มันแค่ไปขยายหลอดเลือดทำให้ผมเกิดจริง ขนแขน ขนขา หนวดเคราตามมาด้วยเพราะมันไม่สามารถคุมได้ พอหยุดใช้ร่วงหนักกว่าเดิม ถ้าใช้เปนเวลานานก็มีผลข้างเคียง เช่น นกเขาไม่ขัน หน้ามืด ตาบวม นั้นคือข้อเสีย และก็เสียเงินมากด้วย**
ครวเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารเคมีแะแอลกอฮอล์จะดีกับหนังศรีษะ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Nonthaburi?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่

Nonthaburi
11120