MIIN Skin Cosmetic.
มาร์คสูตรเข้มข้นช่วยผิวหน้าให้ชุ่?
19/03/2017
15/03/2017
15/03/2017
15/03/2017
23/11/2016
http://www.bangkokbanksme.com/article/82
5 ธุรกิจที่เป็น เทรนด์ของอนาคต - Bangkok Bank SME เทรนด์ของอนาคต เป็นเรื่องสำคัญ การจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นฟังดูเหมือนเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เกินกว่ากำลังของใครหลายๆคน บางคนได้แต่คิด...
15/11/2016
หมดปัญหา ใบหน้าที่เป็น สิว ฝ้า กระ รอยเเดงจากสิว อาการสิวอักเสบ ช่วยให้รูขุมขนกระชับ ทำให้ผิวเปร่งปรั่ง เรียนเนียนเป็นธรรมชาติ และยังช่วยดีท็อกซ์สารตกค้างบนผิวหน้า อีกทั้งดูดซึมซ่อมเเซม ขจัดของเสียออกจากใบหน้า พร้อมเพิ่มความเเข็งเเรงให้กับใบหน้าหมดปัญหาผิวเเพ้ง่ายอีกด้วย
รายระเอียดผลการใช้ของลูกค้า https://www.facebook.com/pg/miinnature/photos/?tab=album&album_id=1849064301996098
ตัวเเทนได้อะไรบ้าง https://www.facebook.com/pg/miinnature/photos/?tab=album&album_id=1849062605329601
รายระเอียดเพิ่มเติม สอบถามปัญหาผิวหน้า
tel.0806239784
หรือคลิ๊ก http://m.me/miinnature
สารต้องห้าม
ในปัจจุบันเครื่องสำอางที่ช่วยให้ใบหน้าขาวเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเครื่องสำอางดังกล่าวเป็นเครื่องสำอางทั่วไป จึงยังไม่มีการควบคุม การใช้สารสำคัญ ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่ช่วยทำให้ใบหน้าขาวขึ้น จากข้อมูล ผลวิเคราะห์พบว่ามีการลักลอบใช้สารห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์ช่วยให้ใบหน้า ขาวได้แก่ สารไฮโดรควิโนน, กรดเรทิโนอิก และปรอทแอมโมเนีย สารไฮโดรควิโนน มีคุณสมบัติในการฟอกสีผิว (Skin bleaching agent) เป็นสารที่เคยอนุญาต ให้ใช้ในครีมแก้ฝ้า แต่ภายหลังพบว่า สารไฮโดรควิโนน ทำให้เกิดการระคายเคือง และจุดด่างขาวที่หน้าผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย (ochronosis หรือ defiguring effect) นอกจากนี้พบว่า สารไฮโดรควิ-โนน มีความเป็นพิษ โดยมีค่า LD50 orally in rats เท่ากับ 320 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนู 1 กิโลกรัม พบว่ามีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ และก่อมะเร็งในหนู rat และ mice สามารถใช้เป็น สารออกฤทธิ์ในสูตรตำรับยาชนิดครีม ที่ระดับความเข้มข้น 2-4 % สารไฮโดรควิโนน ถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับใบหน้า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ตาม พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 กรดเรทิโนอิก เป็นสารที่ช่วยให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง และหลุดลอก ได้ (peecling agent) จึงช่วยให้สิวเสี้ยนและผิวหนังที่หยาบกร้านหลุดลอกออกง่าย ขึ้นทำให้ผิวผ่องใสและนุ่มเนียน โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ สารไฮโดรควิโนน จะช่วยให้ สารไฮโดรควิโนน ซึมเข้าสู่ผิวหนังและออกฤทธิ์ได้มากกว่าปกติ ความเป็นพิษ คือ ทำให้หน้าแดง และแสบร้อนรุนแรง เกิดการระคายเคือง อักเสบ แพ้แสงแดดหรือแสงไฟได้ง่าย เป็นอันตรายต่อทารก ในครรภ์ มีคุณสมบัติ teratogenesis มีค่า LD50 orally in rats เท่ากับ 2,000 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนู 1 กิโลกรัม กรด เรทิโนอิก ถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 และเป็นสารห้ามใช้ลำดับที่ 375 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ตามที่ปรากฏใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 80 ง ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2551 กรดเรทิโนอิกสามารถใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในสูตรตำรับยาชนิดครีมที่ระดับ ความเข้มข้น 0.01-0.1 % ปรอทแอมโมเนีย ออกฤทธิ์รบกวนการทำงานของเอนไซม์ tyrosinase ทำให้ ลดการสร้างเม็ดสีผิวเมลานิน จึงช่วยให้ผิวขาวขึ้น ปรอทแอมโมเนีย มี ฤทธิ์ฆ่า เชื้อแบคทีเรีย ชนิด staphylococcus จึงป้องกันสิวได้ด้วย ปรอท แอมโมเนียสามารถ ทำลายไต ระบบประสาท เยื่อบุและทางเดินหายใจ การใช้ปรอทแอมโมเนียติดต่อกัน เป็นเวลานานจะทำให้เกิดพิษสะสมของสารปรอทในผิวหนัง และดูดซึมเข้าสู่กระแส โลหิต ทำให้ตับและไตอักเสบ เกิดโรคโลหิตจาง ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ทำลายสี ของผิวหนังและเล็บมือ ทำให้ผิวบางขึ้นเรื่อยๆ เกิดการแพ้หรือเป็นแผลเป็นได้ มี ความเป็นพิษเฉียบพลัน ค่า LD50 orally in rat เท่ากับ 86 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว หนู 1 กิโลกรัม ถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 และเป็นสารห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสม ใน การผลิตเครื่องสำอาง ลำดับที่ 221 ตามที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอน พิเศษ 80 ง ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2551 โดยกำหนดชื่อสารห้ามใช้ คือ “ปรอท และสารประกอบของปรอท”
จากผลการตรวจวิเคราะห์ของกองเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ในปีงบประมาณ 2547 ถึง มิถุนายน 2551 พบว่า ตรวจพบสารห้ามใช้ร้อยละ 31 (157 จาก 501 ตัวอย่าง), ร้อยละ 23 (72 จาก 317 ตัวอย่าง), ร้อยละ 23 (92 จาก 405 ตัวอย่าง), ร้อยละ 28 (146 จาก 531 ตัวอย่าง) และ ร้อยละ 15.4 (76 จาก 493 ตัวอย่าง) ตามลำดับ สารห้ามใช้ที่ตรวจพบมากที่สุด คือ ปรอทแอมโมเนีย โดยตรวจพบ ร้อยละของตัวอย่างที่ตรวจวิเคราะห์ทั้งหมด ดังนี้ ร้อยละ 14 (71 จาก 501 ตัวอย่าง), ร้อยละ 19.6 (62 จาก 317 ตัวอย่าง) ร้อยละ 10.6 (43 จาก 405 ตัวอย่าง), ร้อยละ 16.9 (90 จาก 531 ตัวอย่าง) และ ร้อยละ 8.5 (42 จาก 493 ตัวอย่าง) ตามลำดับ รองลงมาคือ ตรวจพบสารไฮโดรควิโนน รวมกับกรดเรทิโนอิก และพบตัวอย่างที่มี สารไฮโดรควิโนน หรือ กรดเรทิโนอิกอย่างเดียว รองลงมาตามลำดับ จะเห็นว่า ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา ยังคงพบสารห้ามใช้ทั้ง 3 ชนิด โดยไม่ได้ลดจำนวนลงเลย ตามกฎหมายใหม่ ด้านเครื่องสำอางของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายเครื่องสำอางอาเซียนกำหนด ให้เครื่องสำอางทุกชนิดเป็นเครื่องสำอางควบคุม เป็นผลให้ผู้ประกอบการต้องแจ้งและจัดทำแฟ้ม ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดก่อน ผลิตหรือนำเข้า ซึ่งจะทำให้การติดตามกำกับดูแลได้อย่างครอบคลุม ช่วยแก้ปัญหาการใช้สารห้ามใช้ ในเครื่องสำอางได้
สวยช็อป ช็อปความสวยให้ตัวคุณ ก่อนอื่นแนะนำส่วนของผิวหนังของคนเราก่อนปกติผิวหนังจะหนาประมาณ 3-5 มิล โดยมีหนัง ทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นหนังกำพร้า,ชั้นหนังแท้,ชั้นไขมัน ผิวคนเรามีสีต่าง ๆ เพราะพิกเมนต์ดำและสีน้ำตาล และบิลิรูบิน ตัวเมลานินทำให้ผิวหนังมีสีน้ำตาล จะมีผลต่อการเกิดฝ้าและกระ เมลานินถูกสังเคราะห์ในเซลล์สร้างสีที่ฐานของหนังกำพร้า ในสภาวะปกติ เซลล์สร้างสีจะสร้างเม็ดสีออกมาในอัตราและปริมาณสม่ำเสมอและเท่าๆกันทุกจุด เมื่อได้รับการกระตุ้นจากรังสีในแสงแดด สาเหตุของการเกิดฝ้า เนื่องจากสาเหตุร่วม คือ การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในระบบภายในร่างกายเช่น ท้อง,กินยาคุม ใช้ครีมที่มีสเตียรอยด์เป็นส่วนผสม โดนแดดมากเกินไป มีผลทำให้เกิดการแปรปรวนของเซลล์สร้างสีบางบริเวณ ทำให้มีการสร้างเมลานินจำนวนมากจนมองเห็นเป็นหย่อมสีเข้มมากกว่าปกติ หรือ เป็นฝ้า ส่วนกระ เป็นจุดเล็ก ๆ กระจายทั่วใบหน้า ไม่รวมเป็นแผ่น เกิดจากแสงแดดโดยตรง ปัจจุบัน สินค้าประเภทเครื่องสำอาง ที่ช่วยลดสิว ฝ้า ทำให้หน้าขาว นั้นมีจำหน่ายอย่างแพร่หลาย กว้างขวาง มีมากมายหลายตัวจากหลายผู้ผลิต แต่ก็มีไม่น้อยที่ใช้สารต้องห้ามมาช่วยทั้งลดต้นทุน ทั้งช่วยให้ ขาวใส ลดสิว ริ้วรอย ยกกระชับ ฝ้า กระ ได้อย่างทันใจ แต่หารู้ไม่ว่า สารพวกเหล่านั้นจะเป็นผลให้ ผู้ที่ใช้ได้รับผลกระทบในด้านลบมากมาย เรามาดูกันว่า สารต้องห้ามแต่ละตัว ที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอางมีอะไรบ้าง
1.ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ใช้กันมากใน เครื่องสำอางป้องกันฝ้า สารนี้ออกฤทธิ์ลดการสร้างเมลานิน โดยขัดขวางเอนไซม์ไทโรซิเนสในการออกซิไดซ์ไทโรซิน มิให้เปลี่ยนเป็นโดพา ในขั้นตอนแรกของการสร้างเมลานิน ผลคือลดการสร้างเมลานินของไฮโดรควิโนนเป็นเพียงชั่วคราว หากหยุดใช้จะกลับเป็นอย่างเดิมหรือเป็นมากกว่าเดิม ข้อดี คือ ไม่ทำลายเซลล์สร้างสี ไฮโดรควิโนนมักทำให้เกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับกรดวิตามินเอ และหากใช้ไฮโดรควิโนนติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 6 เดือน จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อภายในผิวหนังทำให้เกิดเป็นฝ้าถาวรน้ำเงินอมดำ ดังนั้น ไฮโดรควิโนนจึงถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2539) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535
2.ปรอทแอมโมเนีย (Ammoniated Mercury) ใช้มากในเครื่องสำอาง เหมือนกับไฮโดรควิโนนโดยนำมาผลิตเป็นเครื่องสำอางป้องกันฝ้า ส่วนใหญ่เรียกว่าครีมไข่มุกปรอทแอมโมเนีย จะเข้าไปรบกวนเอนไซม์ไทโรซิเนส โดยรวมตัวกับโปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ หรือการจับกับไอออนทองแดงที่มีอยู่ในเอนไซม์ ทำให้ลดการสร้าง เมลานิน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของปรอทแอมโมเนียติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง เกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้เกิดทางเดินปัสสาวะและไตอักเสบ ทำให้มีการสะสมปรอทในผิวหนัง และดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้ตับ และไตพิการ โรคโลหิตจาง เป็นต้น ปรอทแอมโมเนียถูกกำหนดเป็นสารต้องห้ามในเครื่องสำอางตั้งแต่ พ.ศ. 2532 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 37 พ.ศ. 2532 ออกตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2517 และยังคงห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 9 พ.ศ. 2536 ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535
3.กรดวิตามิน A (Vitamin A acid , Tretinoin , Retinoic acid)
แพร่หลายจากการที่ร้านค้า บางร้านแนะนำ โดยหาซื้อได้ง่าย โดยสรรพคุณของมันจะช่วย ให้สิวอักเสบเร่งการลอกเซลล์ผิว ผลที่ได้ หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม มีแพทย์ควบคุม จะเป็นยารักษาที่ดีในการรักษาสิว และลบริ้วรอย แต่หากมากเกินไป หรือใช้อย่างไม่ถูกต้อง ผลเสียเมื่อใช้แล้วหน้าแดง แพ้รุนแรง แสบร้อนรุนแรง เกิดการอักเสบและผิวหนังลอกอย่างรุนแรง
4.สเตียรอยด์ (Steroids) สเตียรอยด์ มีประโยชน์หากใช้ในจำนวนที่เหมาะสมตามที่แพทย์กำหนดเช่น โรคผิวหนัง โรคภูมิแพ้ในรูปแบบต่าง ๆ หากแต่ใช้อย่างระมัดระวัง ที่ปนมากับผลิตภัณฑ์สินค้า ก็อาจทำให้ เกิดผลค้างเคียง เช่น เลือดออกในกระเพาะอาหาร ยับยั้งการเจริญเติบโตในเด็ก อาจทำให้ผู้ป่วยเบาหวาน น้ำตาลควบคุมไม่ได้ เสี่ยงต่อการเสียชีวิต และที่สำคัญคือ เจ้าตัวนี้จะไปกดภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่มีการติดเชื้อ เช่นตอนป่วย อาการเหมือนสบายดี
13/11/2016
ตอนเเรกก็คิดว่าจะมาขาย เหนเขาขายดี
เเล้วก็เปิดบิลมาขายก็ขายฝืดๆ
ไม่อยากง้อลูกค้ามาก
ก็เลยเก็บไว้ใช้เอง พอใช้สักพักลูกค้าที่มาชื้อของ
ที่ร้านก็ถามว่าว่าใช้อะไรทำไมหน้าใสขึ้น
ก็เลยบอกไปว่าก็ครีมที่หนูขายนี่ละคะ
เห็นไม่ค่อยขายได้หนูเลยเก็บไว้ใช้เอง
จากนั้นก็
ชีวิตดี้ดี ได้ทองง๊ายง่าย
อยากมีโมเม้นแบบนี้ มาเป็นครอบครัวมิอินสิคะ
ใครๆก็ทำได้ มาพิสูจน์ตัวเองสิคะ😘
MIIN ✨"เปิดบิลปุ๊บ" "รับทองปั๊บ"✨
✔️ไม่ต้องสะสมยอด "ก็ได้ทอง"
✔️จะสะสมยอด "ก็ได้ทอง"
#ทำก่อนรวยก่อน #ฐานตัวแทนแน่นกว่า
ตัวเเทนที่ได้ทองรวยๆๆตามกันไป https://www.facebook.com/pg/miinnature/photos/?tab=album&album_id=1849062605329601
12/11/2016
ไปทำบุญ สำนักสงฆ์ใกล้บ้าน
เห็นเเล้วหดหู่มีเพียงหลวงพี่รูปเดียวจำอยู่
เเฟนคุยกับหลวงพี่ ท่านบอกว่าถ้าไม่มีพระอยู่
ก็จะเป็นที่ร้างเเน่ๆเลย
ฟังเเล้วเศร้า ในใจเราก็คิดอย่างเดียว
จะพัฒนาที่สำนักสงฆ์ที่นี่อย่างไร
ถึงมีเงินน้อยก็ทำน้อย ช่วยออกเเรงได้เต็มที่ค่ะ
ยิ่งเเล้ว ยังอยู่ในพื้นที่ 3 จชต.ก็เลยไม่มีพระ รูปใหนที่มาจำอยู่ที่นี่เลย
12/11/2016
📣📣📣ปุกาดๆๆๆๆสำหรับคนอยากมีรายได้เสริมนะจ้า สงบคนงบน้อยแต่อยากหารายได้เสริม 🔖🔖เพียงแค่ซื้อมาร์คมิอิน 1 กล่อง สามารถสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายฟรีเลยจ้าตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี🔖🔖 รีบๆ เลยอยากสวยใสและมีรายได้เสริม
#รับสมัครตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
#ท้าพิสูจน์MIIN
#ปลอดภัยจากสารปรอท
12/11/2016
ปัญหาของผิวหน้า
ปัญหาของผิวหน้าที่พบได้บ่อยรู้ไหมว่า ….สาเหตุเกิดจากอะไรกัน ?
1. ริ้วรอย เกิดจากการที่เส้นใยคอลลาเจนและอิลาสติน ใต้ผิวหนังถูกทำลาย ซึ่งมีอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น แสงแดด (รังสี UV) มลภาวะฝุ่นควัน เป็นต้น แต่สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอยแห่งวัยที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็คือ “อายุ” เมื่อตัวเลขของอายุมากขึ้น คอลลาเจนและอิลาสตินในผิวจะถูกผลิตได้น้อยลง ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยได้ง่าย
2. สิว สิวเกิดจากต่อมไขมันผลิตไขมันมาก และมีการอุดกลั้นทางเดินของไขมัน ทำให้สิว ปัจจัยต่างๆที่ทำให้เกิดสิว ได้แก่ ฮอร์โมน, แบททีเรีย, กรรมพันธ์, การรักษาความสะอาด, อาหารมัน หรือหวาน, อากาศ,อารมณ์, การล้างหน้าที่มีการถูมาก หรือการบีบสิว, ยาคุมบางชนิด, เครื่องสำอาง หรือการเลือกครีมบำรุงผิวก็ต้องเลือกให้ถูกกับผิวหน้า คนที่ผิวแห้งไม่ควรใช้เครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ คนที่ผิวมันก็หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีไขมันสูง
3. รูขุมขนกว้าง สาเหตุของรูขุมขนกว้าง คือต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามาก ก็ต้องหาวิธีระบายออกมา สิ่งที่ผิวของเราทำก็คือ ขยายรูขุมขนให้กว้าง เพื่อให้ทันต่อการระบายของน้ำมันเหล่านี้ เมื่ออายุมากขึ้น ต่อมไขมันทำงานน้อยลง ผิวหนังมีการผลิตคอลลาเจนน้อยลง ผิวแห้งมากขึ้น รูขุมขนกว้างๆ เหล่านี้ก็คงไม่หายไปไหน ติดอยู่บนใบหน้าของเรายิ่งเห็นได้เด่นชัดกว่าเดิม
4. ผิวหมองคล้ำ ผิวหมองคล้ำหรือดำ ไม่ได้เป็นแค่กรรมพันธุ์เพียงอย่างเดียว แต่ก็สามารถเกิดได้จากสภาวะภายนอก หรือสิ่งแวดล้อมที่เป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำได้ เช่น แสงแดด แสงไฟ ความร้อน ฝุ่น ควัน เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้สีผิวของเราเปลี่ยนแปลงไป โดยการไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดสีเมลานินขึ้นมา และเม็ดสีเมลานินนี้แหละค่ะเป็นตัวทำให้ผิวคนเราดำ คล้ำนั้นเอง
สาวๆอ่านแล้วตกใจกันใช่ไหม….ไม่ต้องตกใจนะค่ะสาวๆ ทุกปัญหาย่อมมีทางออกอยู่เสมอ วิธีรับมือกับปัญหาต่างๆเหล่านี้ miin ได้รวบรวมสารสกัดอันทรงคุณค่า เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวหน้าของหนุ่มๆสาวๆเรียบร้อยแล้วค่ะ
รายเอียดผลการใช้เเละสรรคุณ https://www.facebook.com/pg/miinnature/photos/?tab=album&album_id=1849064301996098
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Songkhla
90150
