6 weeks new shape
ให้คำปรึกษาและความรู้ เกี่ยวกับการ
01/08/2019
#ลดไขมันเพิ่มกล้ามเนื้อ
เนื้อเยื่อทุกๆส่วนของร่างกายนั้น ล้วนมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบ
แปลว่า ฉันมาก่อน ควรกินฉันก่อน☺️
- อยากฟิตอยากเฟริม เพิ่มกล้ามเนื้อ
- อยากมีแรงทำงาน
- อยากซ่อมแซมอวัยวะ หัวใจ ปอด ตับ กระดูกฯลฯ
- อยากผิวสวย หน้าใส
- ผมเงางาม เล็บแข็งแรง
- อยากลดไขมัน
ร่างกายจะเอาไปสร้างได้ต้องทานครบกรดอมิโน 9 ชนิด.
โปรตีนที่ทานกันมีโปรตีนเท่าไหรต่อ 100 กรัม
อกไก่ . 23 กรัม
ไข่ไก่. 7 กรัม
นม. 8 กรัม
เต้าหู้ 8. กรัม
ปลาแซลมอล 20. กรัม
#เราได้โปรตีนหรือไขมันมากกว่ากัน⁉️😁
สมุมติ น้ำหนัก 60 กก. ต้องทานโปรตีน 96 กรัม/วัน😆
ต้องกินไข่ถึง 14ฟอง 😮
มีความรู้เรื่องสุขภาพเลือกทานเป็น จัดสรรมื้ออาหารง่ายๆไม่ต้องเหนื่อยเอง
#คีย์อยู่ที่การทาน
#กินเป็นหุ่นเปลี่ยน
#ใจดีเทรนฟรี
04/05/2019
#ไม่มีความสำเร็จใดทดแทนสุขภาพที่ล้มเหลว
18/04/2019
หุ่นดีดูแค่ตัวเลขบนตาชั่งไม่ได้ เน้นเพิ่มกล้ามเนื้อ ลดไขมัน อยากรู้ไขมันตัวเองเท่าไหร่ทักinbox มา
#ปรับระบบเผาพลาญไม่อดไม่ยากอนตามอย่างเดียว
12/04/2019
#กินเป็นหุ่นเปลี่ยน
เริ่มจากปรับ portions จานอาหาร
🌸 ผักผลไม้ครึ่งจาน ช่วยเพิ่มไฟเบอร์ในกระเพาะ
🌸 แป้ง แค่เท่ากำมือเรา เน้นขัดสีน้อย
🌸โปรตีน เน้นพวกปลา อกไก่ ไข่ต้ม ไขมันน้อยสุด
05/04/2019
#วิตามินบีช่วยลดความอ้วนยังไง?
สำหรับคนที่พยายามลดน้ำหนักตามคอร์สก็มีบ้างที่ลงช้า ปัจจัยภายนอกจากทัศนคติความเชื่อว่าลดได้มั้ย มีแต่ความกังวล เครียดลงกระเพาะ วิตามินบีช่วยได้
่วยเผาพลาคาร์โบไฮเดรตและไขมันได้ดีเยี่ยม
ข้อควรระวัง. วิตามินบีจะสลายหากใช้ความร้อนจัด เช่น การต้ม การทอด จะสูญสลายถึง 50% ส่วนใหญ่คนจะได้รับวิตามินบีไม่เพียงพอ แนะนำเป็นย่าง หรืออบดีที่สุด
วิตามินบีมีความสำคัญอย่างมากในกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกายและต่อมไทรอย หากวิตามินบี2ทำงานคู่กับวิตามินบี3 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ถึง 2เท่า
https://www.honestdocs.co/vitamin-d-carbohydrates-and-fat-metabolism
02/04/2019
ลูกเทรน. : ลดเฉพาะพุงได้มั้ยพี่
นมไว้เท่าเดิม
โค๊ช : ไม่ได้ค่ะน้องแต่ถ้าอยากให้
กระชับเพิ่มกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน
ได้ โดยเวทเทรนนิ่งค่ะ และทาน
โปรตีนให้ถึง😊
ลูกเทรน. : 😭
โค๊ช. :มีอีกทางค่ะ เสริมตูมแป๊บเดียว
สวยเลย นม ก้น สะโพก😆😆
#พี่แก้ได้ทุกปัญหาถามได้ตอบได้🤣
01/04/2019
สุขภาพดี แข็งแรง หุ่นดี แบบยั่งยืน เฉพาะคนมีกึ้นเท่านั้นเค้ามารวมตัวกันที่นี่ค่ะ
#สุขภาพดีในครอบครัวเริ่มต้นที่ตัวเราก่อน
01/04/2019
พุงบอกพฤติกรรมได้ขนาดนี้ แล้วถ้า
ท้องลายจะบอกอนาคตได้มั้ยหน่า🤔😆
#สารอาหารครบ5หมู่ไม่อดไม่ยา
#ปรับระบบเผาพลาญบอกลาพุงจ้า
#ไขมันหาย1กิโลบอกอนาคตได้ว่าไม่ป่วยเข้าโรงพยาบาลแน่นอน
28/03/2019
สารทดแทนความหวานในเครื่องดื่ม
#จะเกิดอะไรขึ้นในร่างกายถ้าดื่มเข้าไป
1. สารประกอบในแอสปาร์แตมสามารถเปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็ง
แอสปาร์แตมเป็นสารให้ความหวานที่เกิดขึ้นจากการรวมสารเคมี 3 ชนิดเข้าด้วยกัน นั่นคือกรดแอสปาร์ติก (Aspartic Acid) ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) และเมธานอล (Methanol) แม้ว่าสารทั้งสามจะสามารถกำจัดออกจากร่างกายได้ตามปกติ แต่หากรับประทานในปริมาณมากเกินไปอาจจะก่ออันตรายต่อร่างกาย
โดยเฉพาะเมธานอล ที่สามารถแตกตัวให้กลายเป็นฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) และกรดฟอร์มิก (Formic Acid) ได้ ซึ่งเมธานอลที่อยู่ในแอสปาร์แตมมีความแตกต่างกับเมธานอลที่พบในอาหารตามธรรมชาติทั่วๆ ไปเช่นในผักและผลไม้ เนื่องจากการผลิตเมธานอลไม่ได้มีการเติมเอธานอล (Ethanol) ลงไปเพื่อป้องกันความเป็นพิษของเมธานอล ดังนั้นหากได้รับในปริมาณที่มากเกินจนร่างกายไม่สามารถกำจัดออกได้หมด อาจจะไปทำลายเนื้อเยื้อที่มีชีวิตและทำให้ DNA ในเซลล์ได้รับความเสียหาย จนอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งต่างๆ ได้
2. แอสปาร์แตมก่อให้เกิดโรคอ้วนและความผิดปกติเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ
ก่อนหน้านี้น้ำตาลเทียมเคยถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีและปลอดภัยในการบริโภคแทนน้ำตาล เมื่อเวลาผ่านไป ผู้บริโภคเริ่มรับรู้ว่าหากรับประทานน้ำตาลเทียมในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและก่อให้เกิดเบาหวานได้
อย่างไรก็ตาม รายงานทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นได้ทำการศึกษาและพบว่า แอสปาร์แตมทำให้น้ำหนักตัวของผู้รับประทานเพิ่มสูงขึ้นโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับปริมาณที่รับประทานเข้าไปแต่อย่างใด
เมื่อเปรียบเทียบแอสปาร์แตมกับน้ำตาลซูโครสซึ่งเป็นสารให้ความหวานที่ได้จากธรรมชาติ พบว่าแอสปาร์แตมมีผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า และจากผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารด้านชีววิทยาและการแพทย์ของมหาวิทยาลัยเยล รายงานว่า แอสปาร์แตมทำให้ระดับการผลิตฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ ส่งผลให้อยากอาหารและต้องการน้ำตาลในปริมาณมากขึ้นกว่าเดิม
3. ได้รับอนุญาตให้ใช้แม้จะมีรายงานเกี่ยวกับอันตราย
แอสปาร์แตมเป็นสารเคมีที่ถูกค้นพบโดยบังเอิญระหว่างการพัฒนายาเพื่อรักษาแผลเปื่อยของบริษัท G.D. Searle & Company (ต่อมาถูกซื้อกิจการโดยบริษัท Monsanto ในปี 1985) เมื่อค้นพบว่าสารดังกล่าวให้รสชาติหวานที่ใช้ทดแทนน้ำตาลได้ บริษัทจึงเข้ายื่นขอรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ทันที
นักวิทยาศาสตร์ที่ FDA ทำการตรวจสอบสารเคมีดังกล่าวกับสัตว์ทดลองและพบว่า เมื่อให้ลิงบริโภคเข้าไปทำให้เกิดอาการชักอย่างรุนแรงและเสียชีวิต การทดลองดังกล่าวจึงถูกระงับโดย FDA ขณะที่บริษัท G.D. Searle & Company ใช้วิธีการรอจนกว่าคณะกรรมการ FDA ชุดใหม่ที่แต่งตั้งโดย โรนัลด์ เรแกน จะเข้าทำงาน และส่งแอสปาร์แตมเข้ากระบวนการอนุมัติอีกครั้ง
ด้วยกระบวนการในการคอรัปชั่นและเล่ห์เหลี่ยมของบริษัทเหล่านี้ ทำให้แอสปาร์แตมกลายเป็นสารเคมีที่แม้จะไม่ได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็สามารถใช้ผสมในอาหารได้อย่างถูกกฎหมายกว่า 9,000 ชนิด
4. วัตถุดิบได้จากของเสียที่เกิดจากแบคทีเรีย E.coli ตัดต่อพันธุกรรม
ในการผลิตแอสปาร์แตม องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้เลยคือฟีนิลอะลานีน ฟีนิลอะลานีนที่ใช้ในการผลิตแท้จริงแล้วมาจากของเสียที่เกิดจากการขับถ่ายของแบคทีเรีย E.coli ที่ถูกตัดต่อพันธุกรรมด้วยยีนชนิดพิเศษซึ่งทำให้ตัวมันสร้างเอนไซม์ในปริมาณสูงกว่าปกติเพื่อให้ได้ฟีนิลอะลานีนมาใช้ผลิตต่อไป
การเปิดเผยที่มาของฟีนิลอะลานีน เกิดจากการรับรองสิทธิบัตรแอสปาร์แตมที่ได้รับการรับรองในสหภาพยุโรปตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งได้รับการเผยแพร่ในหลายสื่อเมื่อปลายปี 2013 ที่ผ่านมา
5. สามารถผ่านเข้าสู่เซลล์สมองและก่อให้เกิดอันตรายได้
เนื่องจากแอสปาร์แตมประกอบด้วยสารเคมี 3 ชนิดในปริมาณแตกต่างกัน โดยมีกรดแอสปาร์ติก (Aspartic Acid) มากที่สุดคือร้อยละ 40 ซึ่งกรดชนิดนี้เป็นกรดอะมิโนที่สามารถเดินทางผ่านตัวกรองที่กั้นระหว่างเลือดและสมอง (Blood-Brain Barrier) หากได้รับกรดแอสปาร์ติกเข้าสู่เซลล์สมองในปริมาณมากๆ จากการบริโภคน้ำตาลเทียม จะส่งผลให้เซลล์สมองได้รับความเสียหายจากปริมาณแคลเซียมที่สูงเกินไป และอาจทำให้เซลล์ประสาทเสียหายจนเกิดความผิดปกติกับสมองได้
ในกรณีร้ายแรงที่สุด การได้รับสารชนิดนี้ในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดโรคทางระบบประสาทอย่างลมบ้าหมูหรืออัลไซเมอร์ ยังรวมไปถึงโรคปลอกประสาทอักเสบ (Multiple Sclerosis: MS – โรคที่เกิดจากปลอกไมอีลินรอบเซลล์ประสาทได้รับความเสียหาย ทำให้การเดินทางของกระแสประสาทไม่ดีเท่าเดิม) ภาวะสมองเสื่อม และความผิดปกติของต่อมไร้ท่อที่อาจทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติอีกด้วย
ที่มา: naturalnews.com
#มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
สาเหตุ. การสูบบุหรี่. การกินการการที่มีสารเจือป่น ฯ แล้วร่างกายขับออกมาทางปัสสาวะ แล้วสารตกค้างอยู่ที่กระเพาะปัสสาวะ
#ทานเป็นเลือกเป็นปลอดภัยจากมะเร็ง
#มาดีท๊อกกันเถอะ
#สำเร็จในชีวิตทุกเรื่องแต่ล้มเหลวเรื่องสุขภาพทุกอย่างจบ
#ป้องกันดีกว่ารักษาเสมอ
27/03/2019
ไฟโตนิวเทรียนท์ ตัวจัดระบบลำไส้
จัดการน้ำหนักจากลำไส้ ต้องไม่ลืมไฟโตนิวเทรียนท์
“ลำไส้” เป็นส่วนที่มหัศจรรย์ในร่างกาย เป็นจุดต้นกำเนิดของความมีสุขภาพดีแทบทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการควบคุมน้ำหนักและรูปร่าง
จากบทความก่อนหน้านี้เราคุยกันมาพอสมควรเรื่องของลำไส้กับการควบคุมน้ำหนัก การได้รับพรีไบโอติกซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งอาหารที่สำคัญช่วยให้ลำไส้สามารถสร้างพลังงานได้เป็นปกติ แต่จุลินทรีย์ในลำไส้ของเรา ไม่ได้ต้องการแต่เพียงพรีไบโอติกเท่านั้น หากมีอาหารอีกหลายอย่างที่เจ้าเพื่อนตัวน้อยในลำไส้ของเราต้องการ และตัวเซลล์ของลำไส้ก็ต้องการด้วยเช่นกัน
สารอาหารสำคัญที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยคือ “ไฟโตเคมิคอล” (Phytochemicals) หรือบางคนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “ไฟโตนิวเทรียนท์” (Phytonutrients) แต่ที่จริงคือความหมายเดียวกัน และเราสามารถเรียกอีกอย่างได้ว่า “ตัวจัดระบบลำไส้” ของเรา
ก่อนที่ไฟโตเคมิคอลจะมาเป็นสารอาหารเพื่อจัดระเบียบลำไส้นั้น ก็ผ่านประสบการณ์ที่โชกโชนมาเหมือนกัน แต่แรกนั้นไฟโตเคมิคอลไม่ได้ถูกจัดว่าเป็นสารอาหารที่จำเป็น นักวิทยาศาสตร์มองว่ามันยังเป็นกลุ่มสารอาหารเสริมเท่านั้น ไม่ได้มองว่าเป็นสารอาหารสำคัญที่ต้องรับประทาน
แต่จากการศึกษาด้านโภชนาการสารอาหารที่สะสมมาหลายปี จนกระทั่งมีการศึกษาจากองค์การอนามัยโลกถึงอุบัติการณ์การรับประทานผักและผลไม้น้อย มีความเชื่อมโยงอย่างมากกับการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือแม้กระทั่งโรคมะเร็ง เป็นต้น จึงได้ประกาศการสนับสนุนให้มีการเพิ่มการรับประทานผักและผลไม้เพิ่มขึ้นทั่วโลก
ตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา การศึกษาด้านไฟโตเคมิคอลมีการเติบโตอย่างมาก จนกระทั่งสามารถถูกจัดให้เป็นอีกหนึ่งกลุ่มสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย จึงได้อีกชื่อเรียกว่า ไฟโตนิวเทรียนท์ สารอาหารที่มาจากพืช (คำว่า “ไฟโต” แปลว่า “พืช”)
ต่อไปเราจะมาทำความเข้าใจกันว่า ทำไมไฟโตนิวเทรียนท์จึงสามารถจัดระเบียบลำไส้ จนกระทั่งช่วยเรารักษารูปร่างที่ดี และจัดระเบียบน้ำหนักที่เหมาะสมอย่างที่เราจะลืมเขาไปไม่ได้เลย
หนึ่งในปัญหาที่เราลดน้ำหนักได้ยาก หรือไม่สามารถรักษารูปร่างไว้ได้ เพราะจุลินทรีย์ในลำไส้ของเราเกิดแตกคอกัน จุลินทรีย์ที่ทำให้อ้วนทะเลาะกับพวกที่ทำให้ผอม แล้วก๊กอ้วนดันเป็นฝ่ายชนะ เพราะก๊กผอมดันอ่อนแอจากหลายปัจจัย เช่น จากการกินน้ำตาลทรายขาว ขนม หรือการมีความเครียดมากเกินไป เป็นต้น
ทีนี้เมื่อสมดุลระหว่างจุลินทรีย์ที่ทำให้ผอมกับอ้วนเสียไป ส่งผลให้รอบๆ ข้างเสียหาย เปรียบเหมือนพวกนักเลงไล่ยิงกันบนถนน แล้วส่งผลให้โต๊ะ เก้าอี้ ของที่อยู่รอบๆ เสียหายหมด การเสียหายของพื้นที่รอบๆลำไส้ ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “ลำไส้รั่ว” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การดูดซึมสารอาหารดีๆ ลดลง และเริ่มมีการดูดกลับสารพิษหรือสารก่อการอักเสบต่างๆเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบมากขึ้น ตามมาด้วยการสร้างความเครียดให้กับลำไส้และร่างกาย จนส่งผลต่อน้ำหนักและรูปร่างอย่างเลี่ยงไม่ได้
ดูๆไปแล้วการทะเลาะกันจนเกินขอบเขตของก๊กจุลินทรีย์ทั้งสองก๊ก ไม่เป็นผลดีต่อน้ำหนักและรูปร่างของร่างกายเลย ทีนี้ไฟโตนิวเทรียนท์จากพืชผักและผลไม้ จะเข้าไปจัดระเบียบลำไส้ในคนที่อ้วนได้อย่างไร
การจัดระเบียบลำไส้โดยไฟโตนิวเทรียนท์ เริ่มต้นด้วยการเข้าไปเยียวยาก๊กจุลินทรีย์ผอมก่อน ด้วยการเพิ่มสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเติบโตของกลุ่มเชื้อจุลินทรีย์ผอม ซึ่งคือการลดการอักเสบบริเวณรอบ ๆ ลำไส้ หลังจากนั้นส่งเสริมให้จุลินทรีย์ก๊กผอมเติบโตได้ดีขึ้น ก๊กจุลินทรีย์ผอมก็จะมีกองกำลังมากขึ้น
การขยายตัวของก๊กจุลินทรีย์ผอมส่งผลมากต่อการจำกัดการเจริญเติบโตของก๊กอ้วน ร่างกายจะการสร้างกลุ่มสารที่ช่วยเบิร์นได้ดีขึ้น เช่น กรดไขมันสายสั้น นอกจากนี้ ยังช่วยลดการกระจายของสารก่อการอักเสบที่เล็ดลอดไปในร่างกายจากรูรั่วของลำไส้ได้
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เพื่อนๆ ชาวเพจ หากว่า รู้อย่างงี้แล้ว อย่าลืมเติมสารไฟโตนิวเทรียนท์ในโปรแกรมการดูแลรูปร่างกันครับ
ครั้งหน้า เรามาคุยกันต่อว่า ไฟโตนิวเทรียนท์แบบไหนที่น่าสนใจ และควรรับสมัครเขาเข้ามาในลำไส้ของเรา เพื่อช่วยจัดระเบียบก๊กจุลินทรีย์กันครับ
#ชะลอวัยสไตล์หมอยา
Ref:
Quintanar L. C., López Roa, R. I., Fabián S. Q., Sánchez-Sánchez M. A., Vizmanos B., and Ortuño-Sahagún D., Phytochemicals That Influence Gut Microbiota as Prophylactics and for the Treatment of Obesity and Inflammatory Diseases, Mediators of Inflammation, Volume 2018, Article ID 9734845, 18 pages.
Sun L., Ma L.J., Ma Y.B., Zhang F.M., Zhao C.H., Nie Y.Z., Insights into the role of gut microbiota in obesity: pathogenesis, mechanisms, and therapeutic perspectives, Protein Cell 2018, 9(5):397–403
Credit Pic: Pixabay
Click here to claim your Sponsored Listing.
Category
Telephone
Website
Address
Brisbane, QLD
4061
