Fit Shape Innovate
ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักไม่ใช้ยาพร้อมผ้?
01/04/2017
ไดเอตที่ ใช่ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน (Lisa)
พยายามเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ลงสักที อาจเป็นเพราะคุณกำลังใช้วิธีที่ไม่เหมาะกับตัวเองอยู่ก็ได้…เช็กด่วน !
แปลกใจไหมว่าทำไมไดเอตด้วยสูตรเดียวกันแท้ ๆ บางคนถึงผอมลงได้ดั่งใจ แต่บางคนนอกจากไม่ลดกลับน้ำหนักเด้งขึ้นด้วยซ้ำ?! เรื่องนี้ ดร.นพ.แรนดอลล์ สตาฟฟอร์ด จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ทำการวิจัยพบว่า เป็นเพราะยีนที่ไม่เหมือนกันของแต่ละคนจะกำหนดว่าอาหารชนิดไหนที่ร่างกายคุณจะสามารถเผาผลาญได้ดีที่สุด
โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือคนที่ร่างกายสามารถเบิร์นไขมันและโปรตีนได้ดี แต่เบิร์นคาร์โบไฮเดรตแทบไม่ได้ กับคนที่ถูกโฉลกกับแป้งและน้ำตาล ต้องถอยให้ห่างจากโปรตีน อยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะว่าคุณอยู่ในกลุ่มไหน…ไม่ต้องวิ่งไปเจาะเลือดตรวจยีนให้วุ่นวายหรอกค่ะ แค่ตอบควิซสั้น ๆ ที่ Lisa หามาเสิร์ฟถึงที่ก็พอ !
1. วัดขนาดรอบเอวแล้วนำมาหารด้วยขนาดรอบสะโพก ผลที่ได้คือ…
A. มากกว่า 0.8 ซึ่งหมายความว่าหุ่นของคุณค่อนข้างจะเป็นทรงแอปเปิล
B. น้อยกว่า 0.8 ซึ่งหมายความว่าหุ่นคุณค่อนข้างจะเป็นทรงลูกแพร์
2. หลังจากดื่มเบียร์ ไวน์ เหล้า หรือค็อกเทลที่สั่งมาจนหมด คุณมักจะ…
A. สั่งเพิ่มอีกสักแก้ว จิบเรื่อย ๆ แทนที่จะนั่งกินกับแกล้ม
B. ขอขบเคี้ยวอะไรสักหน่อย เลือกกับแกล้มมากินสักอย่างสองอย่าง แล้วค่อยดื่มต่อทีหลัง
3. ไปดูหนังกันเถอะ ! แต่พอซื้อตั๋วเสร็จแล้วอยากซื้อของเข้าไปกินในโรงหนังคุณจะสั่ง…
A. ลูกอมสักห่อ ช็อกโกแลต หรืออะไรก็ได้หวาน ๆ
B. ป๊อปคอร์นสิคะ ! ยิ่งเคล้าเนยมัน ๆ หรือแบบที่ปรุงสารพัดรสยิ่งปลื้ม
ถ้าส่วนใหญ่คุณตอบข้อ A. : ต้องเน้นกินโปรตีนเป็นหลัก !
คุณเป็นคนติดหวานและไขมันส่วนใหญ่ก็มากองอยู่ช่วงกลางลำตัว เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าระบบเผาผลาญของคุณจะทำงานได้ดีกว่าหากคุณกินอาหารจำพวกไขมันดีและโปรตีน ในขณะที่คาร์โบไฮเดรตอย่างข้าว แป้ง และน้ำตาล จะเป็นตัวขัดขวางให้การเบิร์นต่ำลง
ล้มเลิกความคิด "ชีวิตนี้ขาดหวานไม่ได้" ได้แล้ว จำกัดการกินคาร์โบไฮเดรต (ทั้งแป้งและน้ำตาล) ให้เหลือเพียง 25% ของพลังงานทั้งหมดที่กินต่อวันก็พอ หรือจะไปใช้สูตรไดเอตแบบต่าง ๆ ที่ชวนให้คุณรับพลังงานจากโปรตีน ลด ละ เลิก คาร์โบไฮเดรตก็ตามสะดวก
าส่วนใหญ่คุณตอบข้อ B. : กินคาร์โบไฮเดรตไปเลย !
การที่ไขมันมาสะสมอยู่แถวสะโพกเป็นส่วนใหญ่ หรือยิ่งดื่มแอลกอฮอล์ ยิ่งตื่นเต้น คุณก็ยิ่งรู้สึกหิว แบบนี้เป็นสัญญาณที่ชี้ว่าร่างกายของคุณเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตได้เลิศเว่อร์ ตัวร้ายที่ทำให้คุณอ้วนก็คือไขมัน แต่อย่าซัดแป้ง และน้ำตาลแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ถึงระบบเผาผลาญจะดีแค่ไหน แต่แคลอรี่ที่มากเกินไปก็ทำให้คุณอ้วนได้อยู่ดีนะ
เน้นกินเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท หลีกเลี่ยงสารพัดของทอดที่อุดมด้วยน้ำมัน (ควรรับพลังงานจากไขมันไม่เกิน 25% ของแคลอรี่ทั้งหมดต่อวัน) ส่วนโปรตีนก็กินได้บ้าง แต่อย่าลืมว่าเนื้อสัตว์ส่วนใหญ่ก็มักจะมีไขมันแทรกอยู่ ดังนั้น ต้องเลือกเป็นเนื้อที่มีไขมันน้อย ๆ เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ส่วนเนื้อแดงต่าง ๆ ต้องกินให้น้อยที่สุด
เห็นผลไว…ไม่ต้องอด ! ไม่ต้องอดอาหารให้ทรมาน
แค่เลือกกินให้เหมาะกับระบบเผาผลาญ นพ.มาร์ค ไลโปนิส ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ Canyon Ranch Health Resorts คอนเฟิร์มว่า แค่ 2 สัปดาห์คุณก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักแล้ว นอกจากความเร็วที่น่าทึ่งแล้ว การกินที่เหมาะสมนี้ยังช่วยให้รู้สึกสบายตัวและแข็งแรงมากขึ้น เพราะระบบต่าง ๆ ในร่างกายจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย
ที่มา weekly lisa
29/03/2017
แสงแดดจ้าและร้อนขนาดนี้ ดูแลตัวเองดีๆนะคะ
ข้อมูลและรูปจาก Channel7
28/03/2017
เครื่องดื่มแก้วโปรดเมนูฮิต รู้หรือยังว่ามีน้ำตาลซ่อนอยู่มากขนาดนี้
เปรียบเทียบปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มเมนูฮิตของชาวออฟฟิศ มาดูกันว่าแก้วไหนมีน้ำตาลมากที่สุด ดื่มทุกวัน ความอ้วนมาเยือน
เครื่องดื่มเย็น ๆ ที่เราชอบซื้อจากร้านขายเครื่องดื่มบนถนนหรือร้านรถเข็นมาดื่มทุกวัน อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราอ้วนได้ไม่รู้ตัว เพราะรสชาติที่หวาน อร่อย ส่วนใหญ่ได้มาจากน้ำตาลมากกว่า 10 ช้อนชา ทั้งที่องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า ผู้ใหญ่ไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกินวันละ 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม แต่แค่น้ำตาลที่แฝงมากับเครื่องดื่มเพียง 1 แก้ว ก็เกินกว่าที่ร่างกายต้องการใน 1 วันเกือบเท่าตัวไปแล้ว ยิ่งดื่มมากก็ยิ่งก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ทั้งเบาหวาน ความดัน และไขมันรอบเอวที่เพิ่มขึ้น เราจึงนำต้องนำข้อมูลนี้มาบอกต่อ เพื่อให้คนชอบดื่มได้รู้เท่าทัน
ขอบคุณข้อมูลดีๆ และรูปจาก : Dr. Tommy...................................................................
ติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับสุขภาพ ความงาม
และการลด-ควบคุมน้ำหนักได้จากแฟนเพจนี้นะคะ
กดไล้ท์เพจ 👉 https://www.facebook.com/JullybeHealth/
♥️👭👩❤️💋👩💃👯🙆🏻♥️👭👩❤️💋👩💃👯🙆🏻♥️
21/03/2017
ลองเลย! สูตรลดน้ำหนักอย่างได้ผล เพียงการกินไข่ต้มเป็นมื้อเช้า
วิธีความอ้วน น้ำหนักตัว ไขมัน อุปสรรค์ที่หลายคนอยากจะกำจัดให้สิ้นซาก และก็มีหลากหลายวิธีที่ช่วยได้จะด้วยการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร หรือไดเอท ก็เป็นวิธีที่แพร่หลายและใช้กันทั่วไป
วันนี้เรามีศาสตร์แห่งการลดน้ำหนักแบบใหม่มาฝาก คือ การลดน้ำหนักด้วยไข่มื้อเช้า ซึ่งก็เป็นวิธีที่ไม่ยากเเกินไปใช่ไหม?
มื้อเช้าดีๆ..ช่วยให้คุณลดรอบเอวได้ไม่ยาก ข้อมูลจากสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า.. ไข่ต้มเป็นอาหารเช้าที่ดีที่สุด เพราะทำให้อิ่มท้องและให้พลังงานได้นาน คุณจึงอยากขนมหวานๆ น้อยลงในช่วงสายๆ
นอกจากนี้สมาคมนี้ยังบอกว่า.. คุณสามารถกินไข่กี่ฟองก็ได้ในหนึ่งสัปดาห์ ตราบใดที่คุณยังคุมคอเลสเตอรอลโดยรวมจากอาหารแหล่งอื่นๆได้
อันที่จริงไข่หนึ่งฟองมีไขมันแค่ 1.5 กรัม และ 72.5 เปอร์เซ็นต์ของไข่เป็นโปรตีนล้วนๆ
บทความจาก...... Men's Health Magazine. All right reserved
20/03/2017
ถั่วเขียวนมสด เมนูสุขภาพหน้าร้อน
ถั่วเขียวเป็นแหล่งโปรตีนจากพืช ถือเป็นโปรตีนชั้นดี ที่ดีกว่าเนื้อสัตว์
เพราะให้พลังงานต่ำกว่า ไม่มีโคเลสเตอรอล ไขมันต่ำ แต่มีเส้นใยอาหารสูง นอกจากนี้ยังมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน วิตามินบี สังกะสี โปแตสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม และเหล็ก คนจีนยังถือว่ากินถั่วเขียวแก้ร้อนในได้ด้วยเพราะเป็นอาหารธาตุเย็น เมนูนี้จึงเหมาะกับเป็นอาหารเช้าหน้าร้อนนี้ได้ดีทีเดียว
ส่วนผสม
ถั่วเขียวต้มสุก 1 ถ้วย
น้ำ 2-3 ถ้วย
นมสดพร่องมันเนย 1/2 ถ้วย
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ต้มถั่วเขียวให้สุกนิ่ม ตักขึ้นมาแต่ถั่วเขียว โดยไม่เอาน้ำที่ต้ม ราดด้วยนมสดพร่องมันเนย และน้ำผึ้ง
- เสิร์ฟเป็นอาหารเช้าหรือเป็นอาหารว่างก็ได้ความอร่อยเปี่ยมคุณค่าโภชนาการ
เทคนิค
ควรแช่ถั่วเขียวในน้ำสะอาดทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ถั่วนุ่มขึ้น จะทำให้เคี่ยวได้สุก และนิ่มเร็วขึ้น และระหว่างต้มถั่วหมั่นคนบ่อยๆ เพื่อ ถั่วเขียวเป็นแหล่งโปรตีนจากพืช ถือเป็นโปรตีนชั้นดี ที่ดีกว่าเนื้อสัตว์เพราะให้พลังงานต่ำกว่า ไม่มีโคเลสเตอรอล ไขมันต่ำ แต่มีเส้นใยอาหารสูง นอกจากนี้ยังมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน วิตามินบี สังกะสี โปแตสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม และเหล็ก คนจีนยังถือว่ากินถั่วเขียวแก้ร้อนในได้ด้วยเพราะเป็นอาหารธาตุเย็น เมนูนี้จึงเหมาะกับเป็นอาหารเช้าหน้าร้อนนี้ได้ดีทีเดียว ไม่ให้ถั่วติดก้นหม้อ นมสดที่ราดถั่วเขียวควรเป็นนมสดที่เย็นเจี๊ยบจะช่วยให้รสชาติอร่อยขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสาร - HealthToday
ภาพ : บราห์มา กุมารี สมาคม
20/03/2017
ร้อนๆ แบบนี้ เรามาหาผลไม้ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นสุดๆ กันหน่อยดีกว่า กับ “5 ผลไม้ กินแล้วชื่นใจ” แถมยังมีประโยชน์อีกด้วย 😉
ขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล : medthai.com, get good life
=============================
ติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับสุขภาพ ความงาม และ
การลด-ควบคุมน้ำหนักได้จากแฟนเพจนี้นะคะ
กดไล้ท์เพจ https://web.facebook.com/JullybeHealthy/
20/03/2017
ร้อนๆ แบบนี้ เรามาหาผลไม้ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นสุดๆ กันหน่อยดีกว่า กับ “5 ผลไม้ กินแล้วชื่นใจ” แถมยังมีประโยชน์อีกด้วย 😉
ขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล : medthai.com, get good life
=============================
ติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับสุขภาพ ความงาม และ
การลด-ควบคุมน้ำหนักได้จากแฟนเพจนี้นะคะ
กดไล้ท์เพจ 👉https://web.facebook.com/JullybeHealthy/
18/03/2017
'น้ำมะกรูดปั่นลดความอ้วน แก้เส้นเลือดโป่งพองที่ขาได้
ลดความดันสูงได้
สูตรนี้ แก้เส้นเลือดโป่งพองที่ขาได้ ลดความดันสูงได้
มีวิทยากรท่านหนึ่งยืนบรรยายทั้งวัน เส้นเลือดโป่งพองขึ้นที่ขา
น้ำหนักก็ขึ้นเอาขึ้นเอาเพราะบรรยายกับกินทุกวัน หลังจากการทดลองกินน้ำมะกรูด 30 วัน เส้นเลือดที่โปงพองหายไปน้ำหนัก
ลดลง 5 กิโลกรัม ความดันที่เคยสูงก็ลดตามมา
ส่วนผสม
1.มะกรูด 10 ผล
2.น้ำสะอาด 2 ลิตร
วิธีทำ
นำมะกรูดทั้งลูกมาหั่นเอาเม็ดออกนำไปต้มกับน้ำจาก 2 ลิตร เคี่ยวให้เหลือ 1 ลิตร
แล้วนำมาปั่นให้ละเอียดกรองเอาแต่น้ำใส่ขวดแช่ตู้เย็น
วิธีกิน
ดื่มเช้า 1 แก้วเป๊ก เย็น 1 แก้วเป๊ก (แก้วเล็กๆ)
เล่าไว้เป็นวิทยาทาน ซึ่งแต่ละคนอาจได้ผลไม่เท่ากัน ใครทดลองกับตัวเองได้ผลอย่างไรนำมาเล่าสู่กันฟังด้วยนะ
ที่มา : เฟซบุ๊คเพจ นพดล อุ่นตา
Cr. http://blog.etcpool.com/category/health/
14/03/2017
แมงลัก สรรพคุณแจ่มแท้ ก่อนกินตามกระแส รู้ 10 เรื่องนี้หรือยัง?
แมงลัก สรรพคุณไม่ธรรมดาจริง ๆ ไม่ใช่แค่ช่วยลดน้ำหนักได้ แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมายแฝงอยู่ในพืชชนิดนี้ ทั้งส่วนใบและส่วนเมล็ด ก่อนจะทานตามกระแสที่ใคร ๆ เขาบอกว่าดี มารู้จักเม็ดแมงลักให้มากขึ้นเสียก่อน จะได้รู้ว่าสมุนไพรชนิดนี้เหมาะกับเราหรือเปล่า
1. แมงลักเป็นพืชตระกูลกะเพรา
บางคนรู้จักแต่เม็ดแมงลัก แต่ไม่เคยเห็นต้นและใบ เลยไม่รู้ว่านี่ก็เป็นหนึ่งในพืชตระกูลกะเพรา-โหระพา (Basil) เหมือนกันนะ โดยมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Hoary Basil หรือ Hairy Basil ลักษณะต้นคล้ายกับต้นกะเพรา แต่กลิ่นไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ต้นและใบกะเพรากับโหระพายังมีสีแดงปนอยู่บ้าง แต่แมงลักจะไม่มีสีแดงเลย
2. ใบแมงลักให้พลังงานน้อย แต่สารอาหารเพียบ
ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลสารอาหารไทย โดยสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยพายัพ และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ ระบุว่า ใบแมงลักหนึ่งหน่วยบริโภค ให้พลังงานเพียง 32 กิโลแคอลรี และยังให้แร่ธาตุวิตามินมากมาย คือ
- วิตามินบี 1 0.12 มิลลิกรัม
- วิตามินบี 2 0.28 มิลลิกรัม
- วิตามินซี 12 มิลลิกรัม
- แคลเซียม 194 มิลลิกรัม
- ฟอสฟอรัส 42 มิลลิกรัม
- เหล็ก 3.8 มิลลิกรัม
- คาร์โบไฮเดรต 2.2 กรัม
- โปรตีน 4.1 กรัม
- ไขมัน 0.8 กรัม
- น้ำ 89.3 กรัม
- ไฟเบอร์ 1.6 กรัม
3. รักษาโรคหวัดได้ด้วย
คนชอบเป็นหวัดคัดจมูกต้องผูกมิตรกับใบแมงลักไว้สักหน่อยค่ะ เพราะแมงลักเป็นยารสร้อนเล็กน้อย ใบสดของแมงลักมีสรรพคุณเป็นยาแก้หวัด ลดอาการหลอดลมอักเสบ ขับเหงื่อได้ แนะนำใส่ในแกงเลียงที่มีสมุนไพรหลายชนิด แล้วอาการหวัดจะดีขึ้น
4. เรียกน้ำนมให้คุณแม่มือใหม่
จะบอกให้รู้ว่า "ใบแมงลัก" เป็นสมุนไพรที่ช่วยเรียกน้ำนมได้ดีทีเดียว เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรใหม่ ๆ การทานแมงลักจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนม เพิ่มปริมาณสารอาหารในน้ำนมของมารดาส่งต่อให้ลูกน้อย อีกทั้งยังช่วยแก้อาการน้ำนมคัดได้อีกนะ
5. ช่วยขับคอเลสเตอรอลไม่ดีออกจากร่างกาย
ในอาหารที่เราทานเข้าไปมีทั้งคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) และคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) แต่เม็ดแมงลักมีส่วนช่วยขับคอเลสเตอรอลตัวร้ายออกจากร่างกายได้ เพราะเส้นใยของแมงลักสามารถดูดซับไขมันไว้ได้ เมื่อร่างกายไม่สามารถย่อยกากใยพวกนี้ได้ ไขมันไม่ดีก็จะถูกขับออกมาพร้อมกับเส้นใยของแมงลัก แต่ไม่มีผลใด ๆ ต่อไขมันดี
และในเมื่อเม็ดแมงลักสามารถกำจัดคอเลสเตอรอลตัวร้ายให้พ้นจากร่างกายไปได้ เพราะฉะนั้นหัวใจดวงน้อย ๆ เลยได้อานิสงส์ไปเต็ม ๆ ถ้ารับประทานเม็ดแมงลักเป็นประจำก็ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้เลย
6. นี่ละตัวช่วยควบคุมน้ำหนักชั้นเลิศ
เคล็ดลับลดน้ำหนักหลายสำนักมักแนะนำให้ทานเม็ดแมงลักก่อนทานอาหาร ซึ่งก็ได้ผลจริง ๆ ค่ะ เพราะเม็ดแมงลักไม่ก่อให้เกิดพลังงาน แถมยังสามารถพองตัวได้ถึง 45 เท่า หากนำไปแช่น้ำสักพักจนพองตัว แล้วนำมาทานก่อนทานอาหารก็จะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มท้อง หลังจากนี้ก็จะทานอาหารได้น้อยลง เป็นการควบคุมปริมาณอาหารที่รับประทานได้เป็นอย่างดี เลยควบคุมน้ำหนักได้ด้วย
แต่ขอเตือนว่าไม่ใช่หวังจะลดน้ำหนัก เลยทานแต่เม็ดแมงลักทุกมื้อ ถ้าเป็นแบบนี้รับรองได้ป่วยเพราะขาดสารอาหารแน่นอน ควรรับประทานแค่บางมื้อ หรือพอให้กระเพาะอาหารรู้สึกอิ่มเท่านั้นดีกว่าค่ะ
7. เม็ดแมงลัก แก้ท้องผูก ไม่ถ่าย เป็นยาระบายชั้นดี
ด้วยความที่เปลือกด้านนอกสามารถพองตัวได้ถึง 45 เท่า โดยไม่ถูกย่อย เม็ดแมงลักก็เลยช่วยเพิ่มกากใยและช่วยหล่อลื่น ทำให้อุจจาระไม่เกาะลำไส้ ขับถ่ายสะดวกขึ้นเยอะ เพราะเม็ดแมงลักจะไปกระตุ้นประสาทที่อยู่รอบ ๆ ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ทำให้เกิดปวดท้องหนัก คนท้องผูกบ่อย ๆ ต้องสรรหาเม็ดแมงลักมาทานดูว่าเห็นผลแค่ไหน วิธีใช้คือรับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา แช่น้ำให้พอง แล้วดื่มก่อนนอน
8. ป่วยเบาหวานก็ทานเม็ดแมงลักได้
การที่เม็ดแมงลักพองตัวมากขนาดนั้น เลยทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ช้าลง จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องการให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลลดลงด้วย
แมงลัก สรรพคุณแจ่มแท้ ก่อนกินตามกระแส รู้ 10 เรื่องนี้หรือยัง?
9. ก่อนทานต้องแช่น้ำให้พองตัวเต็มที่
นี่เป็นข้อควรระวังขีดเส้นใต้หนา ๆ ไว้เลยนะคะ เพราะถ้ารับประทานเม็ดแมงลักที่ยังพองตัวไม่เต็มที่ เมื่อเม็ดแมงลักลงไปอยู่ในท้องก็จะดูดน้ำภายในช่องทางเดินอาหาร ทำให้เม็ดแมงลักจับตัวเป็นก้อนแข็ง และอุดตันลำไส้ จนทำให้เกิดการท้องผูก และท้องอืดมากขึ้น แย่เลย
10. อย่าทานยาพร้อมเม็ดแมงลัก
การรับประทานแมงลักพร้อมกับยาตัวอื่น ๆ จะมีผลทำให้ร่างกายดูดซึมยาเหล่านั้นได้น้อยลง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยากับเม็ดแมงลักพร้อม ๆ กัน โดยให้เลือกรับประทานยาก่อนสัก 15 นาที ค่อยตามด้วยการรับประทานเม็ดแมงลัก
ทานใบแมงลักและเม็ดแมงลักให้ถูกวิธีก็ช่วยดูแลสุขภาพได้ แต่ถ้าใครไม่ชอบทานเม็ดแมงลักผสมน้ำเปล่า ๆ อาจทานกับน้ำแดง หรือผสมลงในผลไม้ โยเกิร์ต แล้วจะช่วยให้ทานได้ง่ายขึ้น อร่อยพร้อมสุขภาพดีแบบคูณสอง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
สำนักงานข้อมูลสมุนไพร
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ระบบฐานข้อมูลสารอาหารไทย
Cr. http://health.kapook.com/view117877.html
13/03/2017
9 เหตุผลที่ควรลุกขึ้นมา ‘ก้าวเดิน’
การดำเนินชีวิตที่ช้าลงด้วยการ เดิน” เป็นกิจกรรมทางกายง่ายๆ ที่ให้อะไรมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะด้านสุขภาพ เป็นยาขนานเอกสำหรับสุขภาวะในร่างกายที่หลายคนอาจมองข้าม
9 เหตุผลที่ควรลุกขึ้นมา ‘ก้าวเดิน’ thaihealth
แฟ้มภาพ
การเดิน” เป็นกิจกรรมทางกายประเภทหนักปานกลาง เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง เช่น สุขภาพจิตดีขึ้น ลดความวิตกกังวล และอาการซึมเศร้า ลดน้ำหนักตัวโดยเพิ่มการเผาผลาญน้ำตาล ลดระดับไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต ลดภาวะกระดูกบางหรือผุกร่อน เป็นต้น
9 เหตุผลที่ควรลุกขึ้นมา ‘ก้าวเดิน’ thaihealth
เหตุผลที่ควรลุกขึ้นมาเดิน
1. ทำได้ด้วยตัวเอง
2. ร่างกายแข็งแรง โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์
3.สุขภาพดี แบบไม่เสียเงิน
4. ใช้แรงน้อย แต่ได้การเผาผลาญที่ดี
5. สามแข็ง คือ ร่างกายแข็งแรง กระดูกแข็งแรง และกล้ามเนื้อแข็งแรง
6. ปลอดภัยไร้กังวล
7. สามดี คือ ควบคุมน้ำหนักดี หุ่นดี และผิวพรรณดี
8. ลดความเครียด เสริมอารมณ์เบิกบาน
9. ทำได้ทุกที่ ทุกเวลา
เราควรเริ่มเดินอย่างไร
เดินแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากเดินช้า ประมาณ 3-5 นาที เมื่อรู้สึกชิน ก็ค่อยเพิ่มความเร็วในระดับที่พอรู้สึกเหนื่อย แล้วเดินอีกราว 25-30 นาที และชะลอความเร็วลงในช่วงท้าย ก่อนเดินอีก 3-5 นาที แล้วจึงหยุด หากรู้สึกเหนื่อยหอบ (พูดเป็นคำๆ ขาดช่วง) ให้ชะลอความเร็วในการเดิน ถ้าเป็นมากให้หาที่นั่งพัก
เทคนิคก้าวเดินอย่างถูกวิธี
1. ขณะเดินตามองตรงไปข้างหน้า ศีรษะและลำตัวตั้งตรง ไหล่ทั้งสองข้างอยู่ในระดับตรง
9 เหตุผลที่ควรลุกขึ้นมา ‘ก้าวเดิน’ thaihealth
2. แกว่งแขนซ้ายขวาสลับหน้าหลังขนานลำตัว มือทั้งสองข้างกำหลวมๆ โดยมือแกว่งอยู่ในระดับอก ในลักษณะผ่อนคลาย งอศอกเล็กน้อย ทำมุมราว 90 องศาระหว่างแขนท่อนบน-ล่าง
3. จังหวะการเดินก้าวเท้าสม่ำเสมอ
4. เวลาเดิน ควรก้าวเท้าออกไปประมาณครึ่งก้าวให้ส้นเท้าแตะพื้น แล้วถ่ายน้ำหนักไปที่ฝ่าเท้า ส่วนขาอีกข้างยกส้นเท้าแล้วถ่ายน้ำหนักตัวลงที่ปลายเท้า การเดินเช่นนี้จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าแข้ง เป็นการเดินเพื่อสุขภาพที่ถูกต้อง และส่งเสริมบุคลิกภาพอีกด้วย
5. ความยาวของช่วงก้าวขึ้นอยู่กับการเดิน ที่สำคัญไม่ควรก้าวยาวมากไป เพราะทำให้กล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกเมื่อยล้าได้
6. การเดินขึ้นเนินควรเดินช้าลง เอนตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยและเมื่อเดินลงเนินพยายามควบคุมความเร็วก้าวสั้นๆ และวางเท้าให้เบา
9 เหตุผลที่ควรลุกขึ้นมา ‘ก้าวเดิน’ thaihealthเดินที่ไหน และเดินมากแค่ไหนถึงจะพอ
- ไม่ควรเดินในจุดที่ใกล้กับถนน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ สถานที่เดินควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป เพราะร่างกายจะเกิดการอ่อนเพลีย ไม่เดินในที่สูง ลาดชัน ลื่น ทำให้เสี่ยงต่อการหกล้มหรือได้รับอันตราย
- โดยปกติเราควรเดินให้ได้ในระยะ 2.5-3.5 กิโลเมตรต่อวัน หรือวันละ 10,000 ก้าว แต่หากรู้สึกว่าการนับก้าวยากเกินไปควรเดินนาน 30 นาที เป็นวิธีที่ง่าย
- เริ่มการเดินเพื่อออกกำลังกายจาก 3 วันต่อสัปดาห์ และเพิ่มถึง 5-6 วัน (รวมไม่น้อยกว่า 150 นาทีต่อสัปดาห์)
แม้ว่าการเดิน จะเป็นวิธีการออกกำลังที่ปลอดภัยและดีที่สุดวิธีหนึ่ง แต่การระมัดระวังเพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและการบาดเจ็บเป็นเรื่องที่สำคัญ ความปลอดภัยที่ว่ายังหมายรวมถึงการใส่ใจกับสัญญาณเตือนของร่างกายที่เกิดขึ้น เมื่อออกกำลังหนักเกินไป และรีบปรึกษาแพทย์หากเกิดปัญหาสุขภาพ
รู้แบบนี้แล้ว...ลองก้าวเท้าเดิน หรือจะชวนเพื่อน คนในครอบครัวมาเดินไปด้วยกันแบบชิลชิล ยิ่งทำให้การเดินไม่น่าเบื่อ สุขภาพแข็งแรงไปด้วยกัน
ขอขอบคุณข้อมูล และภาพจาก หนังสือ เดินศาสตร์” โครงการรักเดิน
11/03/2017
น้ำเม็ดแมงลัก
เม็ดแมงลัก ถือเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่มีราคาถูก และหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป และเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นสมุนไพร ย่อมต้องมีสรรพคุณดี ๆ ที่น่าสนใจ
เม็ดแมงลัก ช่วยขับคอเลสเตอรอลไม่ดีออกจากร่างกาย โดยเส้นใยของแมงลักจะดูดซับไขมันไว้ เมื่อร่างกายไม่สามารถย่อยกากใยพวกนี้ได้ ไขมันไม่ดี ก็จะถูกขับออกมาพร้อมกับเส้นใยของแมงลัก แต่ไม่มีผลใด ๆต่อร่างกาย การรับประทานเม็ดแมงลักเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจด้วย
เม็ดแมงลัก มีลักษณะนิ่ม ลื่น กลืนง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาช่วงลำคอ และการที่เม็ดแมงลักพองตัวมาก ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ช้าลง จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องการให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลลดลงด้วย
เม็ดแมงลัก มีสรรพคุณในการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากเม็ดแมงลักไม่ก่อให้เกิดพลังงาน และสามารถพองตัวได้ถึง 45 เท่า ดังนั้นเมื่อนำมารับประทานก่อนอาหารก็จะช่วยให้รู้สึกอิ่มท้อง และสามารถควบคุมปริมาณอาหารที่รับประทานได้เป็นอย่างดี
วิธีการรับประทานเม็ดแมงลัก
- ตักเม็ดแมงลัก 1-2 ช้อนชา แช่น้ำ 1 แก้วใหญ่ ทิ้งไว้จนกว่าจะพองเต็มที่ แล้วนำมารับประทานก่อนนอน ทานได้ทุกวัน หรือ 3-4 วันต่อสัปดาห์
น้ำที่แนะนำมารับประทานกับเม็ดแมงลัก นอกจากน้ำเปล่าแล้ว เป็นน้ำสมุนไพรมี น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะขาม น้ำมะนาว น้ำอัญชัน น้ำใบเตย เลือกดื่มตามชอบครับ.... เพื่อสุขภาพ ความหวานของน้ำสมุนไพรมาจากน้ำผึ้งคะ
ขอบคุณข้อมูลจากนานาสาระเพื่อสุขภาพ
10/03/2017
A4 ...จำเป็นมากๆๆ สำหรับคุณผู้หญิงทุกท่าน ^^
สวยสาวขาวใส อกฟูรูขุมขนฟิต สิว ฝ้า กระ ริ้วรอย ลดเลือน ปวดประจำเดือนหาย แก้สตรีวัยทอง อยากรู้ว่ามันดียังไง ต้องลองเองนะคะ
เอโฟร์ A-4 คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับสุภาพสตรีโดยเฉพาะ ช่วยต่อต้านความเสื่อมแห่งวัย เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ปรนนิบัติคุณให้ขาวสว่างใส แลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
A-4 ช่วยคุณได้อย่างไงบ้าง
- ขาวขึ้นผิวผ่องใสมีน้ำมีนวล
- หน้าอกคัดเต่งตึง
- เเก้ปัญหาสิวผด สิวที่เกิดจากฮอร์โมน
- ช่องคลอดกระชับมีอารมณ์สุนทรีย์เพิ่มขึ้น มีผลดีกับมดลูกสุดๆ
- แก้อาการตกขาวมดลูกหย่อน
- หลับลึกขึ้น
- ใครที่เคยเป็นภูมิแพ้อาการค่อยๆดีขึ้น
- สำหรับผู้ที่กำลังเข่าสู่วัยทองคุณจะหมดกังวลเรื่องวัยทองและ
ปัญหาอารมณ์เหวี่ยง
- คุณจะเป็นหวัดยาก
- คุณจะห่างไกลจากมะเร็ง
- คุณจะมีฮอร์โมนเพศหญิงที่ฝ่ายชายสัมผัสได้จากกลิ่นกาย
- คุณจะสวยจากภายในสู่ภายนอก
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
Tel : 096- 419 6445
Line ID : Jullypearl
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
ที่อยู่
อาคารชาร์เตอร์สแควร์ ชั้น26 เลขที่ 152 แขวงสีลมเขตบางรัก กทม. 10500
กทม
