Beauty Doom
ให้บริการนวดทรวงอกหลังศัลยกรรม โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลทุกเคส
เพื่อทรวงอกที่สวยงามแท้ ๆ เหมือนแม่ ให้
31/12/2024
ถอดซิลิโคนหน้าอกออก ทางออกของการศัลยกรรมซึ่งไม่เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีการเสริมหน้าอกที่ใหญ่เกินไป หรือมีปัญหาอื่นใดเกี่ยวกับซิลิโคนหน้าอกก็ตาม ว่าแต่การผ่าเอาซิลิโคนออกแบบนี้จะส่งผลต่อเต้าเดิมที่สาว ๆ มีหรือไม่นะ
การทำศัลยกรรมหน้าอกเพื่อเพิ่มเติมความดูมเด้ง เป็นหนึ่งในการทำสวยด้วยมีดหมอที่สาว ๆ หลายคนได้เล็งเอาไว้ว่าอยากจะลองทำ เผื่อคนอื่นจะได้เลิกล้อว่าพุุงนำนม ไม่ก็ล้อว่าเป็นสาวอกแผ่นกระดานสักที แต่การศัลยกรรมเสริมหน้าอกนี้มีความซับซ้อนมากกว่าที่ใครหลายคนคิดเอาไว้นัก หากได้หมอฝีมือเก่งกาจ ก็อาจจะมีหน้าอกสวยดั่งใจฝัน แต่ถ้าเหตุการณ์พลิกผันไปเลือกหมอที่ไม่เชี่ยวชาญก็อาจทำให้น้องนมคู่ใหม่ดูตูมและใหญ่เกินหน้าเกินตา จนพาลมาส่งผลต่อสุขภาพร่างกายได้ แล้วถ้าโชคร้ายแบบขั้นสุด เนื้อนมที่หวังจะให้นิ่ม อาจแข็งเป็นหินไปเลยก็มี
แม้ว่าโชคด้านการศัลยกรรมจะไม่เข้าข้าง แต่ยังมีสาว ๆ หลายคนฝืนทนไม่ยอมเอาซิลิโคนหน้าอกออก ด้วยกลัวว่าเนื้อนมเดิมหลังถูกถอดจะหย่อนคล้อยจนน่าเกลียด ซึ่งความจริงแล้วการถอดซิลิโคนไม่ได้น่ากลัวและทิ้งร่องรอยเสียหายไว้มากอย่างที่คิด และเพื่อช่วยให้สาว ๆ ได้คลายความกังวลใจ กระปุกดอทคอมเลยขอเอาความรู้เรื่องการ ผ่าเอาซิลิโคนหน้าอกออกมาฝากกัน ทั้งการเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนผ่าตัด ตลอดจนผลกระทบต่อหน้าอกเดิมหลังการผ่านี้ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ
เตรียมตัวก่อนผ่าตัดเอาซิลิโคนหน้าอกออก ทำอย่างไร ?
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดนำซิลิโคนออกก็มีวิธีเหมือนอย่างการเสริม หรือนำซิลิโคนเข้าร่างกายไม่มีผิดเพี้ยนเลยค่ะสาว ๆ เช่น งดกินยาที่อาจส่งผลต่อการแข็งตัวช้าของเม็ดเลือด งดดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ หรือบางคนอาจจะเสริมด้วยการกินอาหารที่มีโปรตีนมากหน่อย เพื่อจะได้คอยบำรุงรวมถึงซ่อมแซมเนื้อเยื่อและบาดแผลต่าง ๆ ที่เกิดจากการผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง
การผ่าเอาซิลิโคนหน้าอกออก มี 2 แบบ ดังนี้
1. นำซิลิโคนออกอย่างเดียว
ผู้หญิงที่ทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกในขนาดไม่ต่างจากของเดิมมากนัก หากต้องการนำซิลิโคนออกก็สามารถเอาออกได้เลยทันที โดยไม่ต้องกลัวว่าหน้าอกเดิมของเรานี้จะมีความหย่อนคล้อยมาปรากฏให้เห็นแต่อย่างใด เนื่องจากว่าในการเสริมหน้าอกที่พอดีกับตัวนั้น จะดันผิวหนัง, กล้ามเนื้อ ให้หย่อนยานขยายตัวได้เพียงเล็กน้อย ต่อให้ถอดซิลิโคนออกไป เนื้อหน้าอกเดิมก็ไม่คล้อยตัวลงมากอย่างแน่นอน
2. นำซิลิโคนออกพร้อมทำการยกกระชับในทันที
สำหรับสาว ๆ ที่เสริมหน้าอกในขนาดที่มีความใหญ่กว่าตัวค่อนข้างมาก หากมีความจำเป็นต้องถอดซิลิโคนออกมาก็อาจจะมีหน้าอกที่ยานกว่าปกติไปบ้างเป็นธรรมดา เนื่องจากว่าเนื้อซิลิโคนค่อนข้างหนักเลยไปดึงรั้งผิวเราให้หย่อนยานตามไปนั่นเอง ในกรณีนี้คุณหมอหลายท่านจึงมักจะพิจารณาให้มีการผ่าตัดยกกระชับหน้าอก ควบคู่ไปกับการถอดซิลิโคนด้วยเสียเลย
ลักษณะของหน้าอกเดิมหลังจากผ่าเอาซิลิโคนออก
1. หน้าอกมีลักษณะคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ในกรณีที่เอาซิลิโคนหน้าอกออกแล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ นั่นเป็นเพราะผู้หญิงเหล่านี้มีการเสริมหน้าอกในขนาดที่ไม่ใหญ่จนแตกต่างไปจากของเดิมมากนัก อีกทั้งตอนที่เอาซิลิโคนออกก็อาจจะยังอยู่ในช่วงวัยสาวและกล้ามเนื้อก็ยังฟิตกระชับดี เนื้อหน้าอกเดิมเลยไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงใด ๆ ก่อนเสริมเคยเป็นแบบไหน พอถอดออกมาก็จะคงรูปแบบเดิมแน่นอน
2. หน้าอกมีความหย่อนคล้อย
หากถอดซิลิโคนออกแล้วหน้าอกเดิมกลับเกิดความหย่อนลงไป สาเหตุส่วนใหญ่จะเกิดมาจากการเสริมซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่กว่าหน้าอกเดิม ในระยะเวลาที่นานเกิน 2-3 ปี ซึ่งตัวซิลิโคนเหล่านี้ก็จะไปรั้งเนื้อหน้าอกให้หย่อนลงมา เมื่อผ่าเอาซิลิโคนออกจึงก่อให้เกิดความหย่อนคล้อยตามแต่ขนาดที่เสริมเข้าไป ยิ่งใหญ่มาก ก็ยิ่งหย่อนคล้อยมาก เป็นต้น
3. หน้าอกมีความเหี่ยวและหย่อนคล้อย
สำหรับสาว ๆ ที่ผ่านการเสริมหน้าอกมามากกว่า 10 ปีขึ้นไป ถ้าได้ผ่าตัดเอาซิลิโคนออกไป จะสังเกตได้ถึงความเหี่ยวย่นและหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน เนื่องจากช่วงวัยและคอลลาเจนใต้ผิวหนังที่เสื่อมลง ต่อให้ไม่เคยเสริมหน้าอกมาก่อน ก็จะดูเหี่ยวย่นตามวัยอยู่ดี แต่พอมีการเสริมหน้าอกเข้ามาเกี่ยวข้องเลยเพิ่มปัญหาความหย่อนคล้อยเกือบ 1 เท่าตัว
การดูแลตัวเองหลังจากผ่าตัดนำซิลิโคนออก
การผ่าตัดนำซิลิโคนออกไปจากหน้าอกนั้น จะมีแผลหรือความเจ็บน้อยกว่าการยัดซิลิโคนเข้าไปหลายเท่านัก อีกทั้งยังฟื้นตัวได้เร็วกว่าอีกด้วย ผู้หญิงบางคนถึงขั้นกลับไปทำงานได้อย่างปกติภายในระยะเวลาเพียง 5 วันเลยก็ยังมี อยู่ที่ว่าแต่ละคนมีความแข็งแรงและดูแลแผลได้ดีมากน้อยเพียงใด
เห็นไหมคะสาว ๆ ว่าการผ่าตัดนำซิลิโคนหน้าอกออก ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เลวร้ายเสมอไป แถมยังมีหนทางแก้ไขในกรณีหน้าอกหย่อนคล้อย ด้วยการผ่าตัดยกกระชับได้อีกต่างหาก ดังนั้นแล้วถ้ามีปัญหาสุขภาพเนื่องจากซิลิโคนเสริมหน้าอก ทางที่ดีสาว ๆ ก็ควรผ่าตัดออกไปในทันที แล้วหันมาใส่ใจสุขภาพของเราให้มากเท่า ๆ กับความงามภายนอกดีกว่านะคะ
ข้อมูลจาก : plasticsurgery.org, aestheticplasticsurgeons.org.au, medium.com
30/12/2024
โปรโมชั่นนวดทรวงอกหลังศัลยกรรม
60 นาที 690 .- จำนวนจำกัดนะคะ
▶️▶️ลดปัญหา ซิลิโคนพลิก
▶️▶️ลดปัญหา. ปวดบวม อักเสบ
▶️▶️ลดปัญหา นมเป็นพังพืด. นมแฝด
💌จะกี่ปัญหาเราก็เอาอยู่💌
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
📞 061-6249835
📞 064-8063749
📲 Line ID: beautydoom
พิกัด พัฒนาการ 25
maps.app.goo.gl/2YsYUPYWgC965Te17
#นมมีปัญหา #นมแข็งเป็นก้อน #นมมีพังผืด #นมเป็นริ้ว #นมเป็นคลื่น #นมไม่นิ่มเป็นธรรมชาติ #นมเป็นบล็อก #ศัลยกรรม #นวดนมซิลิโคน #นวดนมสลายพังผืด
27/12/2024
เสริมหน้าอก กับ 14 เรื่องน่ารู้ก่อนคิดเสริมอึ๋ม ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้
ศัลยกรรมหน้าอก ที่กำลังได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน มาดูกันว่าก่อนเสริมหน้าอกต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง พร้อมเผยเรื่องที่สาว ๆ ควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมหน้าอก เพราะบางเรื่องคุณก็อาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน
ทุกวันนี้การทำ "ศัลยกรรมหน้าอก" ดูจะเป็นเรื่องธรรมดามากในปัจจุบัน จนเรียกได้ว่าเป็นศัลยกรรมยอดฮิตอันดับต้น ๆ ของผู้หญิงสมัยนี้เลยก็ว่าได้ เพราะการอัปไซซ์หน้าอก นอกจากจะช่วยอัปลุคให้ดูเซ็กซี่ขึ้นแล้ว ยังทำให้ใส่เสื้อผ้าได้สวยขึ้นด้วย และถ้าคุณกำลังจะเป็นอีกหนึ่งคนที่วางแผนจะเก็บตังค์ไปทำศัลยกรรมหน้าอกเหมือนกับคนอื่น ๆ อยู่ละก็ ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าการศึกษา ทำความเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมก่อนนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่สาว ๆ จะได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้พร้อมยังไงล่ะคะ และถ้าใครที่คิดว่าตัวเองศึกษาหาข้อมูลมาเยอะแล้ว ลองมาดูกันหน่อยสิว่า 14 เรื่องจริงที่คุณต้องเจอเกี่ยวกับการเสริมหน้าอกต่อไปนี้ คุณรู้ครบทุกข้อแล้วหรือยัง ?
1. ควรทำศัลยกรรมหน้าอกหลังจากที่ร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว นั่นก็หมายความว่าช่วงเวลาที่สาว ๆ เหมาะจะทำศัลยกรรมหน้าอกก็คือ อายุประมาณ 20-22 ปีขึ้นไปแล้วนั่นเอง
2. ศึกษาวัสดุและเลือกรูปทรงหน้าอกที่จะทำให้ดี จะได้ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนใหม่หรือแก้ไขทีหลัง เพราะปัจจุบันมีวัสดุเสริมหน้าอกมากมายให้สาว ๆ ได้เลือกใส่ ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป รวมไปถึงรูปทรงและราคาที่ต่างกันด้วย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สาว ๆ ควรจะเลือกและตัดสินใจให้ดีเสียก่อน แต่ทั้งนี้ถ้ายังเลือกไม่ถูกก็สามารถขอคำแนะนำจากศัลยแพทย์ก่อนได้ค่ะ
3. ปัจจุบันการผ่าตัดเสริมหน้าอกมีหลายแบบด้วยกัน ได้แก่ การผ่าตัดที่ตำแหน่งรักแร้ ใต้ราวนม และรอบปานนม ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันออกไป เช่น
- การผ่าตัดที่ตำแหน่งรักแร้ ข้อดี คือ แผลผ่าตัดจะซ่อนอยู่ใต้รักแร้ ไม่มีแผลตามร่างกาย แต่ข้อเสียคือ จะเจ็บประมาณ 1 อาทิตย์
- การผ่าตัดที่ใต้ราวนม ข้อดี คือ ฟื้นตัวเร็ว บวมน้อย สามารถหยุดเลือดได้ง่าย แต่ข้อเสียคือจะมีแผลเป็นตลอดชีวิต
- การผ่าตัดที่รอบปานนม ข้อดี คือ แผลผ่าตัดเข้าถึงเต้านมได้โดยตรง และเจ็บน้อย แต่ข้อเสียคือ มีรอยแผลที่รอบปานนม และอาจมีอาการชาที่หัวนม
4. วัสดุเสริมหน้าอกในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 แบบ โดยสามารถเลือกทำแบบใดแบบหนึ่ง หรือทำร่วมกันทั้ง 2 แบบในครั้งเดียวกันก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคของศัลยแพทย์แต่ละคน
- การเสริมหน้าอกด้วยเต้านมเทียม (Breast Implant Augmentation) ถือเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือ Silicone-filled implant หรือ ถุงซิลิโคนเจล เพราะมีความทนทาน และนิ่มกว่าวัสดุชนิดอื่น โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ทรงกลม (Round) และทรงหยดน้ำ (Teardrop) นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งประเภทตามผิวสัมผัสภายนอกได้ 2 แบบ คือ ผิวภายนอกซิลิโคนชนิดหยาบหรือผิวทราย (Textured) และผิวภายนอกซิลิโคนแบบผิวเรียบ (Smooth)
- การเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง (Fat Transfer Augmentation) ในปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากเป็นการใช้เนื้อเยื่อของตัวเอง ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย และมีความเป็นธรรมชาติสูง
5. เสริมหน้าอก เหนือกล้ามเนื้อ VS ใต้กล้ามเนื้อ ต่างกันตรงไหน ?
- การเสริมหน้าอกแบบเหนือกล้ามเนื้อ การผ่าตัดจะสามารถทำได้ง่าย เหมาะกับสาว ๆ ที่มีเนื้อและไขมันบริเวณเต้านมเดิมมากพอประมาณ เพียงพอที่จะยึดเกาะกับซิลิโคน และป้องกันไม่ให้ถุงเต้านมเทียมไปชนเข้ากับผิวหนังหน้าอกได้
- การเสริมหน้าอกแบบใต้กล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่เนื้อหน้าอกเดิมน้อย การวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อจะช่วยเสริมให้หน้าอกดูอวบอิ่มขึ้น โดยไม่ทำให้ถุงเต้านมหย่อนคล้อยลงมา โดยการผ่าตัดจะค่อนข้างยาก และมีความละเอียดอ่อน ด้วยเหตุนี้จึงต้องให้ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนลงมือผ่าตัดเท่านั้น
6. สำหรับการเตรียมตัวก่อนเสริมหน้าอก ก็เหมือนกับการเตรียมตัวผ่าตัดใหญ่ทั่วไป ก่อนเข้าห้องผ่าตัดจะต้องงดน้ำและอาหาร อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ต่ำสุดคือ 6 ชั่วโมง นอกจากนี้จะต้องหยุดรับประทานยาที่จะมีผลทำให้เลือดออกง่ายหยุดยากด้วย อย่างเช่น ยาแอสไพริน เป็นต้น และนอกจากนี้สำหรับสาว ๆ ที่กลัวการผ่าตัดก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะก่อนการผ่าตัดแพทย์จะให้ดมยาสลบก่อน เรียกได้ว่านอนหลับตื่นขึ้นมาก็ดูม ๆ สมใจกันเลย
7. เสริมหน้าอกเจ็บเหมือนโดนรถสิบล้อทับ ? ในปัจจุบันการศัลยกรรมหน้าอกไม่ได้น่ากลัว และเจ็บอย่างที่คิด เพราะด้วยเทคนิคของศัลยแพทย์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้แผลผ่าตัดค่อนข้างเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว แต่จะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากเป็นการผ่าตัดใหญ่ หลังทำคนไข้อาจมีอาการปวดตึง ๆ และอึดอัดที่บริเวณหน้าอก ซึ่งเป็นความเจ็บที่สามารถทนได้ และไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
8. ในวันที่จะผ่าตัดให้เตรียมเสื้อชั้นในแบบเปิดกระดุมด้านหน้าไปด้วย เพราะหลังจากผ่าตัดหรือวันที่ออกจากโรงพยาบาลคุณจะยกแขนใส่เสื้อชั้นในไม่ได้แน่ ๆ เนื่องจากจะปวดแผลบริเวณรักแร้มาก ๆ ดังนั้นอย่าลืมเตรียมไปให้พร้อมเชียวล่ะ สำคัญมากนะคะสาว ๆ
9. เสริมหน้าอกต้องลางานอย่างน้อย 3-4 วัน สำหรับสาวออฟฟิศที่ไม่ต้องลุกเดิน หรือยกของหนัก ส่วนอาชีพที่ต้องใช้กำลัง เคลื่อนไหวบ่อย ๆ หรือยกของหนัก เช่น แอร์โฮสเตส, แม่ค้า หรือแม่ครัว ต้องลางานอย่างน้อย 2-3 อาทิตย์หลังเสริมหน้าอก
10. ได้เวลาซื้อเสื้อชั้นในใหม่ ก็แน่นอนอยู่แล้วว่าหลังทำหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นก็ต้องเปลี่ยนไซซ์เสื้อชั้นในเป็นธรรมดา แต่ทั้งนี้สำหรับคุณสาว ๆ ที่ทำศัลยกรรมหน้าอกมาแล้วรู้ไหมคะว่าแรก ๆ นั้นไม่ควรที่จะใส่เสื้อชั้นแบบมีโครง เพราะมันจะทำให้รัดหน้าอก และเมื่อหน้าอกบวมแต่เสื้อชั้นในไม่ขยายตามก็จะกลายเป็นพังผืดเกาะเอาได้ง่าย ๆ ดังนั้นหลังทำศัลยกรรมช่วงแรก ๆ จึงควรเปลี่ยนมาใส่เสื้อชั้นในแบบที่มีเนื้อผ้ายืดหยุ่นได้ดี และไม่รัดหน้าอกแน่นจนเกินไป อย่างพวก สปอร์ตบรา หรือบราสำหรับผู้ที่เสริมหน้าอก เป็นต้น
11. ทำใจรับรอยแผลเป็นที่จะเกิดขึ้น แน่นอนอยู่แล้วว่าหลังผ่าตัดย่อมจะมีรอยแผลเป็นเกิดขึ้นแน่ ๆ แต่จะมากหรือน้อย อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของศัลยแพทย์และการดูแลของตัวคุณเอง ซึ่งวิธีดูแลเบื้องต้นอาจจะใช้ครีมลดรอยแผลเป็นเข้ามาช่วยทา อาจจะทำให้แผลเป็นลดลงได้บ้าง
12. หลังจากทำศัลยกรรมหน้าอกแล้วจะต้องทำเอ็มอาร์ไอสแกนเป็นประจำ ซึ่งสาเหตุที่ต้องทำก็เพื่อเป็นการตรวจสอบวัสดุที่ใช้เสริมหน้าอกว่ายังมีสภาพดีอยู่หรือไม่ ดังนั้นสาว ๆ คนไหนที่คิดอยากจะทำหน้าอกอย่าลืมคำนึงถึงค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอาไว้ด้วยนะคะ
13. หลังเสริมหน้าอก สาว ๆ สามารถให้นมลูกได้ตามปกติ เพราะการเสริมหน้าอกนิยมเปิดแผลผ่าตัดใต้รักแร้หรือใต้ราวนม เพื่อใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปใต้หรือเหนือกล้ามเนื้อเต้านม โดยไม่มีการตัดท่อน้ำนมหรือตกแต่งบริเวณหัวนม จึงสามารถให้นมลูกได้ตามปกติ และไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ตามมา
14. ซิลิโคนเสริมหน้าอกอยู่ได้กี่ปี ทำหน้าอกแล้วอยู่ได้ตลอดชีวิตไหม ? คำตอบคือได้ค่ะ เพราะจากที่เมื่อก่อนซิลิโคนเสริมหน้าอกควรเปลี่ยนใหม่ทุก ๆ 10 ปี เนื่องจากซิลิโคนจะเริ่มเสื่อมลง แต่ปัจจุบันซิลิโคนที่ใช้เสริมหน้าอกมีมาตรฐานมากขึ้นและมีใบการันตี สามารถมีอายุการใช้งานได้แบบไม่มีหมดอายุ ซึ่งหากไม่มีปัญหาอะไรก็สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตเลย
รู้อย่างนี้แล้ว สำหรับคุณสาว ๆ ที่กำลังคิดจะเสริมหน้าอกก็เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้พร้อมกันได้เลย เพราะทั้งหมดที่กล่าวมานี้คุณจะต้องเจออย่างแน่นอน แต่ก็อย่างว่าแหละเนอะ ได้หน้าอกคู่ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาทั้งที เป็นใครก็ยอมทั้งนั้นแหละ จริงไหมคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : bangkokhospital.com, yb.clinic, th.yanhee.net
26/12/2024
โปรโมชั่นนวดทรวงอกหลังศัลยกรรม
60 นาที 690 .- จำนวนจำกัดนะคะ
ลดปัญหา ซิลิโคนพลิก
ลดปัญหา. ปวดบวม อักเสบ
ลดปัญหา นมเป็นพังพืด. นมแฝด
(สนใจอยากใช้บริการ. ทักอินบ็อคเพจมาเลยค่ะ)
สถานที่ : ซอยพัฒนาการ25
คอนโดพัฒนาการไลฟ์คอมเพล็กซ์
สอบถามเพิ่มเติม
โทร : 061-6249835
064-8063749
ID Line : beautydoom
#นมมีปัญหา #นมแข็งเป็นก้อน #นมมีพังผืด #นมเป็นริ้ว #นมเป็นคลื่น #นมไม่นิ่มเป็นธรรมชาติ #นมเป็นบล็อก #ศัลยกรรม #นวดนมซิลิโคน #นวดนมสลายพังผืด
25/12/2024
8 วิธีทำให้หัวนมชมพูง่าย ๆ กู้คืนความมั่นใจด้วยของดีจากธรรมชาติ
หากพูดถึงเรื่องหน้าอกหน้าใจของคุณผู้หญิง นอกจากหน้าอกไข่ดาวแล้ว ก็คงมีเรื่องสีของหัวนมนี่แหละ ที่เป็นปัญหากลุ้มใจของใครหลายคน เพราะสาว ๆ ส่วนใหญ่นั้นอยากมียอดหน้าอกเป็นสีอมชมพู ดูสวย ทำให้รู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น แต่รู้ไหมคะว่าจริง ๆ แล้วการที่มีหัวนมสีคล้ำหรือสีน้ำตาล ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร ด้วยชาติพันธุ์ พันธุกรรม และฮอร์โมนในร่างกาย ล้วนแล้วแต่มีส่วนให้ยอดหน้าอกของเรามีสีสันแตกต่างกันไปทั้งนั้น
ฟังแล้วอยากรู้เลยล่ะสิว่ามีปัจจัยอะไรที่ส่งผลโดยตรงบ้าง วันนี้จะพาไปหาคำตอบ พร้อมบอก 9 เคล็ดลับวิธีทำให้หัวนมชมพูง่าย ๆ ด้วยวัตถุดิบหาได้ในตู้เย็นมาฝากกันค่ะ
หัวนมสีคล้ำ เกิดจากอะไร ?
โดยปกติสียอดหน้าอกของสาว ๆ จะแตกต่างกันไปตามชาติพันธุ์อยู่แล้ว หากเป็นทางโซนตะวันตกของชาวผิวขาวจะเป็นชมพูหรือน้ำตาลอ่อน หากเป็นโซนเอเชียของชาวผิวเหลืองจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลเข้ม หากเป็นโซนตอนใต้ของชาวผิวสีก็จะเป็นสีน้ำตาลเข้มไปจนถึงดำ นั่นหมายความว่าเชื้อชาติของบรรพบุรุษและครอบครัวก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนั่นเอง
แต่หากจู่ ๆ สีของยอดหน้าอกนั้นคล้ำขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แปลว่าร่างกายของคุณมีอะไรเปลี่ยนแปลงไป โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้มีสีดำคล้ำขึ้น ได้แก่ การตั้งครรภ์ การมีประจำเดือน หรือมีการผ่าตัดสร้างหัวนมใหม่ (สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่สร้างเนื้อเยื่อใหม่) ซึ่งเป็นภาวะที่ฮอร์โมนค่อนข้างแปรปรวน และร่างกายจะส่งสารอาหารรวมถึงเลือดไหลเวียนไปยังหน้าอกมากกว่าปกติ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการให้นมบุตรนั่นเอง
วิธีทำให้หัวนมชมพูแบบธรรมชาติ
1. น้ำมะเขือเทศ ข้าวโอ๊ต และนมเปรี้ยว
สุดยอดวัตถุดิบธรรมชาติ ที่จะผนึกกำลังวิตามินบี วีตามินเอ วิตามินเค รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระทั้งหลาย มาช่วยเพิ่มความขาวกระจ่างใส เพียงนำวัตถุดิบทั้งสามผสมหรือปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกันในอัตราส่วน 1:1:1 แล้วนำมาพอกบริเวณหัวนมทิ้งไว้ 15 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำอุ่นทุกวัน แค่นี้ก็ชมพูใสขึ้นทันใจแล้ว
2. น้ำส้มคั้นสด
วิตามินซีในส้มที่มีมากถึง 53 มิลลิกรัม ต่อส้ม 100 กรัม เป็นสารสำคัญที่ช่วยลดความดำคล้ำอันก่อให้เกิดปัญหากลุ้มใจบริเวณหน้าอกได้เป็นอย่างดี แถมวิธีทำก็ง่ายแสนง่าย แค่ใช้น้ำส้มคั้นสดทารอบบริเวณฐานหัวนม ทิ้งไว้สักพักให้ซึมซาบลงไปในผิว แล้วทาวนซ้ำอีกรอบไปเรื่อย ๆ ตามความพึงพอใจ ยิ่งขยันทำมากเท่าไร ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งรวดเร็วทันใจมากเท่านั้นค่ะ
3. อัลมอนด์และนมสด
อัปเกรดส่วนผสมขึ้นมานิดหนึ่ง แต่บอกเลยว่าไม่มีผิดหวัง เพราะอัลมอนด์นั้นอุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญ อย่างโอเมก้า 3, วิตามินอี, แมกนีเซียม และโพรแทสเซียม ที่มีส่วนช่วยในเรื่องความใสปิ๊งของผิวพรรณอยู่แล้ว ทั้งได้ความเนียนนุ่มชุ่มชื้นจากนมสดมาเป็นตัวเสริมอีกด้วย โดยให้สาว ๆ แช่อัลมอนด์ครึ่งกำมือในนมสด ¼ ถ้วยทิ้งไว้หนึ่งคืน ก่อนนำไปทุบหยาบหรือปั่นละเอียด แล้วพอกบริเวณหัวนมทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงแล้วล้างออก ควรทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน อย่าให้ขาด จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่พอใจ
4. มะขามเปียกและผงขมิ้น
รู้ไหมคะของดีบ้านเราอย่างมะขามเปียกและผงขมิ้นมีสรรพคุณเหลือล้น ทั้ง AHA, วิตามินซี และวิตามินอี เรียกว่าเป็นประโยชน์จากธรรมชาติแท้ ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องอันตรายจากสารเคมีใด ๆ เลย ส่วนสูตรพอกให้นำมะขามเปียก 1 ก้อน และผงขมิ้น 2 ช้อนโต๊ะ ผสมเข้าด้วยกันแล้วทาทิ้งไว้ 10-15 นาทีก่อนล้างออกด้วยน้ำอุ่น สำหรับสูตรนี้แนะนำให้ทาวนไปสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ไม่ควรทำเป็นประจำทุกวันเพราะ AHA มีฤทธิ์เป็นกรด อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้
5. ผงชะเอม
สุดยอดสมุนไพรเพื่อผิวขาวที่สรรพคุณดีงามไม่แพ้ขมิ้นชัน ด้วยสรรพคุณยับยั้งการสร้างเอนไซม์ ไทโรซิเนส (Tyrosinase) สะกัดการสร้างเม็ดสีเมลานินทำให้ความหมองคล้ำจางลงได้รวดเร็ว โดยนำผงชะเอมมาผสมกับน้ำเปล่าพอให้สัมผัสข้นเล็กน้อย แล้วพอกทิ้งไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนล้างออก รับรองว่าไม่ระคายเคือง อ่อนนุ่มชุ่มชื้น และปรับสีให้นมชมพูขึ้นได้แน่นอน
6. มะนาวและน้ำผึ้ง
น้ำผึ้ง เป็นแหล่งของวิตามินบีรวม ส่วนมะนาว เป็นแหล่งของวิตามินซี เมื่อจับสองส่วนผสมนี้มาอยู่ด้วยกัน เราจะได้คู่หูผลัดเซลล์ผิว พิชิตความกระจ่างใส ช่วยให้ยอดหน้าอกของเราอมชมพูสมใจ โดยสาว ๆ สามารถผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโตะ เข้ากับมะนาว 1 ลูก พอกทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงครึ่ง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำซ้ำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รับรองได้ผลชัวร์
7. โยเกิร์ตและน้ำผึ้ง
ไม่ใช่แค่อร่อยเท่านั้น แต่คู่ดูโอ้โยเกิร์ตและน้ำผึ้งยังอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญ ช่วยขจัดเซลล์ผิวและสิ่งสกปรก รวมถึงปรับความหมองคล้ำให้สว่างขึ้นได้ในเร็ววัน แถมยังอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย เพียงผสมโยเกิร์ต 1 ถ้วยตวงเข้ากับน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ ทาวนรอบหัวนมอย่างน้อย 15 นาที ก่อนล้างออก ย้ำอีกครั้งว่าต้องทาวนไปเรื่อย ๆ อย่าหยุด ส่วนผสมของเราจะได้ซึมซาบดียิ่งขึ้น
8. มะนาวสด
เมื่อใช้เป็นส่วนผสมในสูตรพอกอื่น ๆ เสร็จแล้ว สาว ๆ สามารถนำมะนาวสดมาถูบริเวณยอดหน้าอกได้เลย โดยกรดซิตริกและกรดผลไม้ AHA ในมะนาว จะขัดเซลล์ผิวและปรับสีดำคล้ำให้สว่าง ดูอ่อนโยนขึ้น แนะนำให้ถูเป็นประจำก่อนอาบน้ำทุกวันประมาณ 5 นาที อย่าให้นานเกินไปเพราะอาจระคายเคือง แต่ถ้าสาว ๆ คนไหนรู้สึกแสบ คันเมื่อไร ควรหยุดใช้วิธีนี้ทันทีนะคะ
เห็นไหมคะว่าแต่ละเคล็ดลับที่เรานำมาฝากเนี่ยเด็ดดวง แถมทำตามได้ง่าย ๆ ทั้งนั้น สาว ๆ คนไหนลองทำตามแล้วได้ผลลัพธ์ดีงามยังไง อย่าลืมกลับมาแชร์ให้เพื่อน ๆ ฟังกันด้วยนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : beautyglimpse.com, lightskincure.org
24/12/2024
(สนใจอยากใช้บริการ. ทักอินบ็อคเพจมาเลยค่ะ)
🏢สถานที่ : ซอยพัฒนาการ25
คอนโดพัฒนาการไลฟ์คอมเพล็กซ์
23/12/2024
โปรโมชั่นนวดทรวงอกหลังศัลยกรรม
60 นาที 690 .- จำนวนจำกัดนะคะ
▶️▶️ลดปัญหา ซิลิโคนพลิก
▶️▶️ลดปัญหา. ปวดบวม อักเสบ
▶️▶️ลดปัญหา นมเป็นพังพืด. นมแฝด
💌จะกี่ปัญหาเราก็เอาอยู่💌
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
📞 061-6249835
📞 064-8063749
📲 Line ID: beautydoom
พิกัด พัฒนาการ 25
maps.app.goo.gl/2YsYUPYWgC965Te17
#นมมีปัญหา #นมแข็งเป็นก้อน #นมมีพังผืด #นมเป็นริ้ว #นมเป็นคลื่น #นมไม่นิ่มเป็นธรรมชาติ #นมเป็นบล็อก #ศัลยกรรม #นวดนมซิลิโคน #นวดนมสลายพังผืด
21/12/2024
หากผู้หญิงมัวแต่เขินอายจะไม่หายจากโรค
พบเนื้องอกในมดลูก 20 ซม. - นายแพทย์โอฬาริก มุสิกวงษ์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้โพสต์ภาพ เนื้องอกในมดลูกขนาดใหญ่ ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 เซนติเมตร ซึ่งโรคนี้เจอได้บ่อยในผู้หญิง ประมาณ 1 ใน 5 คน หรือ 20% และการศึกษาบางชิ้นก็บอกว่า ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้ถึง 50%
ส่วนกรณีที่ว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าจะเป็นโรคเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก นายแพทย์โอฬาริก ระบุว่า จะต้องมีการวินิจฉัยเพื่อดูว่า มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้หรือไม่ คือต้องดูประวัติ ตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยประวัติของคนที่ต้องตรวจเนื้องอกมดลูก มีดังนี้
1. ประจำเดือนผิดปกติ อาจจะเกิดจากการที่ประจำเดือนมาเยอะ หรือเลือดออกผิดปกติ
2. อาการที่ก้อนเนื้อโต แล้วไปกดอวัยวะต่าง ๆ เช่น กระเพาะปัสสาวะ จนปัสสาวะบ่อย หรือไปกดลำไส้ จนท้องผูก บางคนไปกดจนท่อไต ก็ทำให้ไตบวม และเกิดอาการปวดเอว ปวดหลัง
3. มีอาการตั้งครรภ์ยาก ตั้งครรภ์แล้วมีปัญหา
4. การตรวจร่างกายก็พอจะบอกได้ แต่เนื้องอกในมดลูกมีหลายตำแหน่ง มีหลายขนาด การตรวจภายในบางครั้งไม่สามารถบอกได้ชัดเจน ก้อนที่จะเริ่มคลำได้ จะเหมือนคนท้องประมาณ 3 เดือน หรือประมาณ 4-5 ซม. แต่หากก้อนเนื้อไปอยู่ในโพรงมดลูก จะคลำไม่ได้
5. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การอัลตราซาวด์ ถ้าก้อนใหญ่จริง ๆ จะเห็น แต่ถ้าก้อนเล็กและอยู่ในโพรงมดลูก อาจจะไม่เห็น ต้องมีการทำ MRI เพิ่มเติม หรืออัลตราซาวด์แบบพิเศษ คือ ฉีดน้ำเข้าไปในมดลูก แล้วอัลตราซาวด์
นายแพทย์โอฬาริก ระบุอีกว่า ก้อนเนื้องอกเหล่านี้จะมีโอกาสเป็นมะเร็งน้อยมาก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเป็นมะเร็งเลย ประมาณ 0.1-0.3% หรือประมาณ 1,000 คน จะมีโอกาสเป็น 1 คน และต้องมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ก้อนเนื้อโตเร็ว ก้อนเนื้อเจอในคนแก่
ส่วนการรักษาจะเป็นไปตาม 3 อ. คือ อาการ อายุ และอยากมีลูก ดังนี้ 1. อาการ : มีเลือดออกเยอะหรือไม่ ก้อนเนื้องอกใหญ่มากขนาดไหน กดเบียดอวัยวะไหน 2. อายุ : อายุน้อยหรืออายุมาก จะเป็นตัวแปรสำคัญว่า จะต้องรักษาอย่างไร 3. อยากมีลูก : คนไข้อายุน้อยแล้วยังคงอยากมีลูก หรืออายุมากแล้วไม่อยากมีลูกหรือไม่
ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวแปรผัน โดยการรักษาเป็นไปได้หลายแบบ ทั้งการใช้และไม่ใช้ยา หากใช้ยาก็มีทั้งยาฉีด ยากิน การผ่าตัดทั้งแบบเปิดหน้าท้อง ผ่าตัดส่องกล้อง ทั้งนี้ นายแพทย์โอฬาริก ยังแนะนำด้วยว่า เรื่องแบบนี้ควรมาพบแพทย์ หากผู้หญิงมัวแต่เขินอายจะไม่หายจากโรค
#สุขภาพผู้หญิง #ซีสต์ #เนื้องอก #ก้อนเนื้อ #เนื้อร้าย
20/12/2024
พังผืดหดรัด แบ่งเป็น 4 ระยะ ( BAKER Classification of Capsular Contracture )
1 เต้านม ดูปกติ นิ่ม ซิลิโคน ไม่สามารถสัมผัสได้
2 เต้านมเริ่มแข็ง ซิลิโคนเริ่มสัมผัสได้ว่าแข็ง แต่ยังมองไม่เห็นจากภายนอกว่าเป็นก้อน
3 เต้านมแข็ง ซิลิโคนสัมผัสได้ว่าแข็ง และสามารถมองเห็นได้จากภายนอกว่ามีการหดรัด
4 เต้านมแข็ง ผิดรูป เจ็บเต้านมมาก ซิลิโคนคลำได้ชัด และมองเห็นจากภายนอกว่ามีการผิดรูป
จากภาพจะเห็นได้ว่า เต้านมข้างซ้ายมีการผิดรูป มองเห็นเต้านมเทียม(ซิลิโคน)ได้ชัดจากภายนอก และพอถอดเอาซิลิโคนออกแล้ว ก็พบว่า มีพังผืดมาล้อมรอบ ซิลิโคน
👏👏นวดหน้าอก หลังเสริมหน้าอก👏👏
ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่สามารถลดการเกิด พังผืดหดรั้งเต้านม ได้
19/12/2024
แค่เปิดใจ...ก็จะมีหน้าอกใหม่ที่นิ่มมากเดิมแล้ว🥰
♾️นวดหน้าอกหลังเสริม♾️ 1 ชม. / 790 🅱️
ประคบร้อนด้วยแผ่นหินแร่
☘️ช่วยลดอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ
☘️ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
👩🏻⚕️ดูแลโดยครูผู้เชี่ยวชาญ(เฉพาะทาง)
🔻สอบถาม/ ปรึกษาปัญหาหลังเสริมได้ที่นี่
โทร : 061-6249835
064-8063749
ID Line : beautydoom
พิกัด พัฒนาการ 25
maps.app.goo.gl/2YsYUPYWgC965Te17
#นมมีปัญหา #นมแข็งเป็นก้อน #นมมีพังผืด #นมเป็นริ้ว #นมเป็นคลื่น #นมไม่นิ่มเป็นธรรมชาติ #นมเป็นบล็อก #นวดดีบอกต่อ #นวดไหนดี #ศัลยกรรม #นวดนมซิลิโคน #นวดนมสลายพังผืด #นวดนมนิ่ม
18/12/2024
นวดนม มีความสำคัญอย่างไร?
“การศัลยกรรมหน้าอก” นับว่าเป็นทางเลือกสำหรับสาวๆอกไข่ดาวหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น แต่การดูแลตัวเองหลังการทำศัลยกรรมนั้นก็สำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นใด เพราะหากดูแลตัวเองไม่ดีก็อาจเกิดผลเสียตามมาได้ค่ะ อย่างการศัลยกรรมหน้าอกให้มีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นแล้ว จะทำอย่างไรให้หน้าอกมีสัมผัสที่นิ่มเสมือนนมจริง แลดูสวยได้รูปและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่แข็ง ไม่เป็นบล็อคอย่างที่สาวๆหลายคนกังวล นั่นก็คือวิธีการ “นวดนม”
วันนี้จะพามาขยายความถึงเรื่องของการนวดนมว่ามีความสำคัญอย่างไร?
แล้วทำไมถึงต้องนวด? และต้องนวดเองหรือไม่? ต้องนวดนานแค่ไหน? เราไปหาคำตอบกันเลยค่ะ
ทำไมต้อง"นวดนม”หลังเสริมหน้าอก
การนวดนมเป็นสิ่งที่ควรทำหลังจากที่เราเสริมหน้าอกไปสักระยะหนึ่งแล้ว เพื่อให้หน้าอกนิ่มและฟูขึ้น เป็นการช่วยลดการเกิดพังผืดรัดเต้านม โดยเวลาที่เหมาะสมสำหรับการนวดนมควรเป็นช่วงหลังจากตัดไหม ซึ่งรอยแผลหายดีแล้ว
สาเหตุที่เราต้องนวดนมก็เพราะหลังจากที่มีการเสริมหน้าอกไปแล้ว กลไกทางธรรมชาติของร่างกายจะสร้างพังผืดขึ้นมาจับรอบๆซิลิโคน พอผ่านไปนานๆ พังผืดก็จะรัดตัว ส่งผลให้เต้านมแข็ง เป็นก้อน เป็นบล็อค ดูไม่สวยงาม ไม่เป็นธรรมชาติ หากเป็นมากก็จะมีอาการปวดหรืออักเสบได้
นวดนมเองได้หรือไม่?
การนวดนมสามารถนวดเองได้ หรือไปนวดตามสถานพยาบาลก็ได้เช่นกัน บางคลินิกก็จะมีคลิปวิดีโอสาธิตการนวดนมส่งให้คนไข้ไปไว้ดู เพื่อนวดเองที่บ้าน
แล้วต้องนวดนมนานแค่ไหน?
ควรนวดอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะช่วง 3-6 เดือนแรกหลังเสริมหน้าอก หลังจาก 6 เดือนไปแล้วก็ยังคงสามารถนวดได้ และนวดต่อไปได้จนถึง 2-3 ปีหลังเสริมหน้าอก แนะนำให้ทำเป็นกิจวัตรจนเป็นนิสัยจะดีมาก
การนวดนมนอกจากจะให้คุณประโยชน์ทางด้านระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ทำให้ผิวบริเวณรอบหน้าอกเต่งตึงขึ้น กระชับ ลดความหย่อนคล้อย และกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยที่ใช้ในการนวดยังช่วยสร้างความผ่อนคลาย นอกจากผู้ที่ทำศัลยกรรมควรนวดนมให้เกิดความนิ่มและลดพังผืดแล้ว ผู้ที่มีหน้าอกเล็กและหย่อนคล้อยก็สามารถนวดนมเพื่อกระตุ้นให้เต้านมกระชับและเต่งตึงขึ้นได้ด้วยเช่นกัน
อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นการนวดนมไม่ใช่"การรักษา" แต่เป็นเพียง"การป้องกัน" และชะลอการเกิดพังผืด ดังนั้นหากได้ยินการ นวดนมสลายพังผืดที่ใดนั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะพังผืดแข็งและเหนียวมาก การป้องกันพังผืดจริงๆต้องเริ่มทำความเข้าใจเรื่องเสริมหน้าอกตั้งแต่ต้น
17/12/2024
ปวดหัวก่อนเป็นประจำเดือน วิงเวียน คลื่นไส้ มีวิธีลดอาการปวดหัวประจำเดือนแบบไหนบ้าง
ปวดหัวก่อนเป็นประจำเดือน อาการที่ผู้หญิงหลายคนเจอกันประจำ และอาจสับสนไปได้ว่าอาการปวดหัว ก่อนมีรอบเดือนนั้นเป็นเรื่องของอาการ PMS หรือเป็นไมเกรนไปแล้วแน่ เพราะบางคนอาจรู้สึกวิงเวียน คลื่นไส้ พะอืดพะอม ก่อนที่ประจำเดือนจะมาด้วย งั้นเอาเป็นว่าก่อนจะแพนิกกันไปใหญ่ มาทำความเข้าใจอาการปวดหัวก่อนประจำเดือนมากันเลย
ปวดหัวก่อนเป็นประจำเดือน เกิดจากอะไร
อาการปวดหัวก่อนประจำเดือนมา สาเหตุก็มาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนในร่างกายที่เพิ่มขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้เส้นเลือดบริเวณนอกสมองที่ถูกควบคุมด้วยระบบฮอร์โมนเหล่านี้เกิดการขยายตัวและทำให้เรารู้สึกปวดหัวได้
นอกจากนี้ในช่วงก่อนเป็นประจำเดือน ร่างกายของผู้หญิงก็อาจมีระดับเซโรโทนิน หรือสารสื่อประสาทและสมอง ที่ลดระดับลงตามระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ส่งผลให้เส้นเลือดหดตัวจนนำมาสู่อาการปวดหัวก่อนประจำเดือนมา
อีกทั้งยังมีข้อมูลที่พบว่า การรับประทานยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด อาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวก่อนประจำเดือนมาได้ในบางคน แม้จริง ๆ แล้วตัวยาคุมกำเนิดจะมีส่วนช่วยลดอาการ PMS อื่น ๆ เช่น อาการปวดท้องน้อย อาการหงุดหงิด อาการสิวเห่อ หน้ามัน ในช่วงเป็นประจำเดือนก็ตาม
อาการปวดหัวก่อนเป็นประจำเดือน ใช่ไมเกรนไหม
จะบอกว่าอาการปวดหัวประจำเดือนคือไมเกรนก็ไม่ผิดนักค่ะ เนื่องจากเป็นอาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นจากเส้นเลือดนอกสมองที่ถูกควบคุมด้วยระบบฮอร์โมนและสารสื่อประสาท ซึ่งเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของตัวควบคุมดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นระดับฮอร์โมนในร่างกาย อากาศร้อนจัด อากาศเย็นจัด การอดนอน ที่ส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนและสารสื่อประสาทต่าง ๆ เส้นเลือดนอกสมองก็จะมีอาการผิดปกติไป จนมีอาการปวดหัวไมเกรนได้ หรือบางคนอาจมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียน พะอืดพะอม ร่วมด้วย
นอกจากนี้ ในคนที่เป็นโรคปวดหัวไมเกรนอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในช่วงก่อนประจำเดือนมาจะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไมเกรนได้ถึง 2 เท่า ซึ่งในบางคนอาจปวดหัวรุนแรงหรือนานกว่าไมเกรนปกติด้วย
วิธีลดอาการปวดหัวก่อนเป็นประจำเดือน
เราสามารถบรรเทาอาการปวดหัวก่อนเป็นประจำเดือนได้ด้วยตัวเอง ด้วยวิธีตามนี้
- นอนหลับพักผ่อน คลายความตึงเครียด
- ประคบเย็น เพื่อช่วยให้เส้นเลือดหดตัวและบรรเทาอาการปวดศีรษะได้
- รับประทานยาแก้ปวดในกลุ่มพาราเซตามอล
- ในกรณีที่มีอาการปวดหัวรุนแรง แนะนำให้ปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อหาวิธีบรรเทาอาการที่เหมาะสมกับตัวเอง
- อาการปวดหัวก่อนเป็นประจำเดือน ป้องกันได้ไหม
สาว ๆ คนไหนที่ไม่อยากเจอกับอาการปวดหัวก่อนเป็นประจำเดือน ลองทำตามนี้ดูนะคะ
- ลดปริมาณการรับประทานอาหารน้ำตาลสูง โซเดียมสูง ไขมันสูง ในช่วงก่อนประจำเดือนมา และรับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ เพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติที่สุด
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-9 ชั่วโมง เพื่อรักษาระดับสารเคมีในสมองให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่เหนี่ยวนำอาการปวดหัวก่อนมีประจำเดือน
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-4 วัน เพื่อช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน และเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย
- พยายามหลีกเลี่ยงความเครียด
อย่างไรก็ดี อาการปวดหัวก่อนเป็นประจำเดือนมักจะอยู่กับเราราว ๆ 1-3 วัน ก่อนประจำเดือนมา ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนมีการสวิงที่สุด แต่หลังจากเป็นประจำเดือนที่ฮอร์โมนค่อย ๆ กลับมาสมดุลปกติ อาการปวดหัวและอาการ PMS ต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
ที่อยู่
พัฒนาการไลฟ์คอมเพล็กเฮ้าส์
Bangkok
10250
เวลาทำการ
| จันทร์ | 10:00 - 20:00 |
| อังคาร | 10:00 - 20:00 |
| พุธ | 10:00 - 20:00 |
| พฤหัสบดี | 10:00 - 20:00 |
| ศุกร์ | 10:00 - 20:00 |
| เสาร์ | 10:00 - 20:00 |
| อาทิตย์ | 10:00 - 20:00 |
