Bright and Shine by Kaew

Bright and Shine by Kaew

แชร์

Beauty with knowledge
All about self-care and self-love

จากประสบการณ์เป็นสิวมากว่า 10 ปี และในที่สุดได้รับการรักษาที่ถูกวิธีจากแพทย์ผิวหนัง รวมถึงการดูแลผิว การเลือกสกินแคร์อย่างถูกต้อง ทำให้ผิวดีขึ้นมาก จึงพบว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลผิว คือ ต้องมีความรู้ที่ถูกต้อง เหมือนคำที่ว่า "Beauty with knowledge"

แก้วเลยตั้งใจเปิดเพจขึ้นมา เพื่อแชร์ความรู้ ทั้งเรื่องสกินแคร์ การดูแลผิว การดูแลตัวเองในด้านต่าง ๆ การไปพบแพทย์ผิวหนัง และการเลือกทำหัตถการทางการแ

26/05/2026

ว่าด้วยเรื่อง “กีกี้“

แก้วไปตอบใน X มา เลยอยากเอามาแชร์ในเพจด้วยค่ะ

ทำยังไงให้กีกี้สะอาดดี ไม่มีกลิ่น?

วิธีที่แก้วทำแล้วเวิร์คกับตัวเอง

1. Laser กำจัดขนกีกี้ออก (ส่วนตัวทำแบบ Brazillian)

พอไม่มีขน คือ ลดความอับไปได้เยอะมาก พอไม่อับ ก็ไม่มีกลิ่น เวลาเมนส์มาก็ทำความสะอาดง่าย

แต่บางคนพอ Laser ขนออกแล้ว อาจไม่ชอบ รู้สึกโล่งไป ไม่สมดุล อาจจะแค่จัดทรง ตัดผมกีกี้ให้เรียบร้อยก็ได้

2. หลังเข้าห้องน้ำเสร็จ ซับแห้งทุกครั้ง พอไม่ชื้น ก็ลดโอกาสการเกิดกลิ่น

3. ถ้าจะใช้น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้น ให้เลือกที่อ่อนโยน แล้วทำความสะอาดเฉพาะด้านนอก อย่าสวนล้างไปถึงข้างใน เดี๋ยวกีกี้จะเสียสมดุล

ส่วนตัวแก้ว ถ้าใช้แบบ daily แล้วอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง ชอบ Araya ค่ะ

ป.ล. ในบางคน ถ้าไม่มั่นใจกลิ่นก่อนไปเผชิญศึก อาจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการอาบน้ำให้กีกี้ก่อน แนะนำ RiRIKO สะอาด อ่อนโยน แต่ดับกลิ่นได้ดีและไวมากค่ะ

17/04/2026

อยากดูแลเรื่องริ้วรอย แต่ใชั Retinol/Retinal ไม่ไหว ใช้แล้วระคายเคือง แก้วก็อยากแนะนำว่า “ไม่ต้องฝืน” ค่ะ

อีกตัวเลือกที่ดีและแก้วแนะนำแฟนเพจบ่อย ๆ คือ “Peptides” เพราะอ่อนโยน ไม่ค่อยระคายเคือง ผิวแบบไหนก็ใช้ได้

ส่วน Peptides ที่แก้วใช้บ่อยตอนนี้ คือ No7 Future Renew Repair (แนะนำไปหลายคน ก็ได้ฟีดแบคกลับมาว่าชอบค่ะ)

จุดเด่น คือ No7 ใช้หลักการของ Circadian Rhythm ร่วมกับเทคโนโลยี Night Active Pepticology™ (เปปไทด์เอกสิทธิ์เฉพาะของ No7) ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมในช่วงเวลากลางคืน

แก้วก็จะทา Night Serum 🌙 ช่วงกลางคืน ส่วนกลางวันก็ใช้ Day Serum ☀️ เนื้อเบากว่าหน่อย ทาสบายผิวในช่วงอากาศร้อน

เวลาทาก็แนะนำว่าให้ทาทั่วหน้าลงมาถึงคอด้วย เพราะคอเป็นจุดที่เรามักละเลย จะเหี่ยวง่าย

สรุปจบ : ใช้ Retinol/Retinal ไม่ไหว ไม่ต้องฝืน เรามีตัวเลือกอีก เช่น Peptides, Bakuchiol ค่ะ 😉🤍

Photos from Bright and Shine by Kaew's post 30/03/2026

Eucerin DermoPure Clinical Triple Action เซรั่มที่ช่วยจัดการครบทั้งสิวและรอยสิวในขวดเดียว ด้วย 2% Salicylic acid และ Thiamidol®

เซรั่มสูตรใหม่มีการปรับจากสูตรเดิม คือ “เพิ่มความเข้มข้นของ Salicylic acid เป็น 2% ตามมาตรฐานแนวทางการรักษาสิวของผู้เชี่ยวชาญ” และ “เพิ่มความเข้มข้นของ Licochalcone A เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง และลดโอกาสเกิดรอยสิวใหม่”

Eucerin Triple Action เหมาะกับคนที่ชอบสกินแคร์แบบน้อยแต่มาก (less-is-more) ไม่ต้องทาหลายขั้นตอน ทาตัวเดียวที่มีประสิทธิภาพ จัดการปัญหาได้ครบและตรงจุด คือ “ลดการเกิดสิว ลดรอยสิว และลดการอักเสบ” เหมาะกับผิวมัน ผิวผสม ผิวเป็นสิว หรือผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย

________

Eucerin Triple Action เป็นเซรั่มเนื้อเบา ซึมดี ทาสบายผิว ไม่มัน และมีส่วนประกอบสำคัญดังนี้ค่ะ

◻️2% Salicylic acid

ผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันของรูขุมขน ยับยั้ง C. acnes แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว จึงช่วยให้สิวลดลง และยังช่วยลดการอักเสบ คุมความมัน

◻️Thiamidol®

Thiamidol® สารไบรท์เทนนิ่งประสิทธิภาพดีที่สุดจาก Eucerin

Isobutylamido Thiazolyl Resorcinol สารไบรท์เทนนิ่งในกลุ่มอนุพันธ์ Resorcinol เอกสิทธิ์เฉพาะของ Eucerin ที่ช่วยยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase จึงช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดรอยดำ ทำให้รอยสิว รอยดำต่าง ๆ จางลง

Thiamidol® มีประสิทธิภาพในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ได้สูงกว่าสารอื่น ๆ เช่น Butyl Resorcinol, Kojic Acid และ Arbutin โดยสามารถลดเลือนรอยดำได้ดีกว่า Butyl Resorcinol ถึง 10 เท่า และมากกว่า Kojic Acid กับ Arbutin หลายร้อยเท่า จึงถือเป็นสารลดรอยดำที่มีประสิทธิภาพสูงมาก

◻️Licochalcone A

สารสกัดจากชะเอมเทศ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งการหลั่งของ NF-κB และ PGE2 (สารก่อให้เกิดการอักเสบของผิว) จึงช่วยลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง และลดโอกาสเกิดรอยดำใหม่

________

สำหรับวิธีการใช้ Eucerin Triple Action แนะนำทาเซรั่มทั่วใบหน้า ในช่วงเช้า-เย็น (ปรับตามสภาพผิว)

เซรั่มนี้สามารถใช้ร่วมกับยารักษาสิวได้ แนะนำปรึกษาแพทย์ที่จ่ายยารักษาสิวให้ เพื่อปรับความถี่ในการใช้ทั้งเซรั่มและยาให้เหมาะสมกับระดับความรุนแรงของสิวและสภาพผิวค่ะ�
________

ส่วนตัวแก้วไม่ค่อยมีสิวที่หน้าแล้ว แต่ยังมีสิวที่หลังบ้าง เลยใช้ Eucerin Triple Action ทาเฉพาะจุด ในช่วงเช้า-เย็น หลังใช้ประมาณ 2 สัปดาห์ สิวลดลงไปพอสมควรและรอยสิวจางลง

แก้วว่า ตอนนี้เป็นยุคของสกินแคร์แบบ less-is-more ไม่ต้องทาหลายขั้นตอน เน้นใช้ตัวเดียวหรือไม่กี่ตัว แล้วแก้ปัญหาผิวได้ครบ ซึ่ง Eucerin Triple Action ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้พอดี คือ “ลดการเกิดสิว ลดรอยสิว และลดการอักเสบ” ในขวดเดียวค่ะ 😉♥️

________

Eucerin DermoPure Clinical Triple Action 40 mL 1,200.-

Eucerin Official Store
https://surl.li/tgalzs

Disclaimer : บทความนี้สนับสนุนโดย Eucerin




#จัดการทุกปัญหาสิวและรอยสิวอย่างมั่นใจ

Photos from Bright and Shine by Kaew's post 13/03/2026

L’Oreal Paris Revitalift Triple Power Serum เซรั่มที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยอย่างอ่อนโยนด้วยเปปไทด์ 3 ชนิด (Tri-Peptides) ทาได้ในทุกสภาพผิว รวมถึงผิวระคายเคืองง่ายหรือมีข้อจำกัดในการใช้ Retinol แต่ก็อยากทา Anti-Aging Serum ดี ๆ ที่มีประสิทธิภาพ

จุดเด่นของ L’Oreal Paris Revitalift Triple Power Serum คือ ช่วยดูแลปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมและตรงจุด

🔴 ลดเลือนริ้วรอยทั้ง 2 แบบ คือ ริ้วรอยที่เห็นตลอด แม้หน้าอยู่นิ่ง (Static wrinkles) และริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า (Dynamic wrinkles) ด้วย Botox-Like Peptide (Argireline)

🔴 ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น ดูเรียบเนียน และแน่นขึ้น

🔴 ปรับให้ผิวดูกระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ

สรุปแบบกระชับฉับไว คือ “ลดเลือนริ้วรอย ผิวดูเรียบเนียนแน่น ผิวดูกระจ่างใส”

________

L’Oreal Paris Revitalift Triple Power Age-Correcting Serum มีส่วนประกอบสำคัญ ดังนี้ค่ะ

🔴 Tri-Peptides

เปปไทด์ 3 ชนิด ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอย และช่วยให้ผิวยืดหยุ่น ดูเรียบเนียนขึ้น

• Argireline (Acetyl Hexapeptide-8) : เปปไทด์ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า โดยมีกลไกการทำงานที่เลียนแบบการออกฤทธิ์ของโบทูลินัมท็อกซินในระดับผิวชั้นบน จึงถูกเรียกว่า Botox-Like Effect Peptide

Argireline ช่วยลดการส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อผ่านการยับยั้งการทำงานของ SNARE complex ส่งผลให้การหดตัวของกล้ามเนื้อลดลงและช่วยให้ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าดูตื้นขึ้น เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา

• Matrixyl (Palmitoyl Tripeptide-1 และ Palmitoyl Tetrapeptide-7) : ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น ดูเรียบเนียน แน่นขึ้น และช่วยลดเลือนริ้วรอย

• Acetyl Dipeptide-1 Cetyl Ester : ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง และลดความไวของผิว (skin sensitivity)

🔴 Hyaluronic acid

Hyaluron 3 ขนาดโมเลกุล (Macro HA, Micro HA และ Micro-Epidermic HA) ให้ความชุ่มชื้น กักเก็บความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน และลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากความแห้ง

🔴 Vitamin CG

Ascorbyl glucoside หรืออนุพันธ์ของ Vitamin C ที่อ่อนโยนต่อผิว ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมี Vitamin B5 ช่วยลดการอักเสบ ปลอบประโลมผิว เสริมปราการผิว, Probiotics ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ผิว ลดการอักเสบ และเสริมปราการผิวให้แข็งแรง

________

L’Oreal Paris Revitalift Triple Power Serum เป็นเซรั่มเนื้อเบา ทาสบายผิว ซึมไว ไม่หนักหน้า ไม่ทิ้งความมัน มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ และลงสกินแคร์อื่นต่อง่าย

วิธีการใช้ : ทาเซรั่มให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ในช่วงเช้า-เย็น แล้วตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์

สำหรับใครที่อยากลองก่อน ซื้อแบบซองที่เซเว่นมาลองก่อนได้นะคะ

Revitalift Triple Power มี Day Cream ด้วยนะคะ ทั้งแบบมี SPF และไม่มี สามารถเลือกใช้เป็นเดย์ครีมในช่วงเช้า ☀️ ได้

โดย ครีม ทั้ง 2 รุ่น จะมี Argireline และมี Pro-Retinol (Retinyl Palmitate) ที่เป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอรูปแบบหนึ่งที่อ่อนโยน ต่างกับเซรั่มที่มีแต่ Peptides ค่ะ
________

โดยรวมแก้วว่า ลอรีอัล ปารีส ตั้งใจทำมาอย่างดี คือ เป็นเซรั่มที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยอย่างอ่อนโยน แต่ก็หนักแน่นในประสิทธิภาพ แล้วก็ดูแลครบทั้งเรื่อง “ลดริ้วรอย เรียบเนียน กระจ่างใส”

ผิวที่ระคายเคืองง่าย ผิวที่มีข้อจำกัดในการใช้ Retinol ก็สามารถใช้ได้อย่างสบายใจค่ะ ♥️💋

________

Disclaimer : บทความนี้สนับสนุนโดย L’Oreal Paris
#เซรั่มตัวแม่ #รีวิวสกินแคร์

09/03/2026

ปกติแก้วจะมีผด ๆ ขึ้นที่หน้าผากง่าย แก้มาทุกทางแล้ว ก็ยังมีอยู่ สุดท้ายก็คิดถึงเรื่องน้ำ เลยติดที่กรองน้ำฝักบัวดู

ติดมา 2 เดือน ผดที่หน้าผากลดลง คือ ไม่หายหมด 100% นะคะ เวลาเจออากาศร้อนมาก ๆ ก็แพ้พ่าย แต่โดยรวมดีขึ้นเยอะ

แก้วเลยอยากมาแชร์ เผื่อคนที่มีปัญหาแบบเดียวกัน อาจลองดูค่ะ

02/03/2026

กันแดดเทพแค่ไหน ก็กันแดดไม่ได้ 100%
กางร่ม ใส่แว่นกันแดด ใส่เสื้อแขนยาวกัน UV หลบแดดให้ได้มากที่สุด ช่วยได้อีกเยอะค่ะ 😉☀️🧡

21/02/2026

ปัญหานึงที่พบได้บ่อยขึ้นในยุคหัตถการเฟื่องฟู คือ “การทำบ่อยเกินไป”

หลายคนเชื่อว่า “ยิ่งทำ ยิ่งดี” แต่ความจริง คือ หากกระตุ้นถี่เกินไป ผิวอาจฟื้นตัวไม่ทัน ผลลัพธ์แทนที่จะดี กลับได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร

ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการทำหัตถการบ่อยเกินไป เช่น

• Skin barrier อ่อนแอ ฟื้นตัวไม่ทัน → ผิวแดง อักเสบ และระคายเคืองง่ายขึ้น

• ผิวมีการอักเสบระดับต่ำเรื้อรัง (subclinical inflammation) ต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว

• การกระตุ้นถี่เกินไปรบกวนวงจร collagen remodeling ตามธรรมชาติ

• คุณภาพคอลลาเจนอาจเปลี่ยนไป เกิดภาวะ collagen stiffness → ผิวดูแข็งและความยืดหยุ่นลดลง

• ผิวไม่มีเวลาฟื้นตัวเต็มที่ → ผลลัพธ์แต่ละครั้งไม่ชัดเจนเท่าที่ควร

• เกิด “plateau effect” คือ ทำเพิ่ม แต่ผลไม่ได้เพิ่มตาม

• สิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น

ผิวต้องการ “เวลา” ในการซ่อมแซมพอ ๆ กับการกระตุ้น “ความพอดี” มักให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่าค่ะ



แล้วแค่ไหนถึงเรียกว่า “พอดี”?

คำตอบ คือ ไม่มีตัวเลขตายตัว
ควรปรึกษาคุณหมอที่ดูแลผิวให้เราเพื่อช่วยประเมินค่ะ

หากไปทำหัตถการที่อื่นมา ไม่ต้องเขิน ไม่ต้องมุบมิบ ควรแจ้งคุณหมอ เพื่อให้สามารถวางแผนได้เหมาะสม ไม่ซ้ำซ้อน

คุณหมอจะสบายใจกว่า เมื่อเราบอกหมดดีกว่าไม่บอกเลย

อย่างไรก็ตาม หลายคนที่เข้าคลินิกสม่ำเสมอและทำหัตถการต่อเนื่อง ถ้ามีการวางแผนที่เหมาะสม รู้จักสภาพผิวของตัวเองดี และปรึกษาคุณหมอเป็นประจำ

เมื่อทำแล้วผิวปกติ ไม่เกิดผลข้างเคียง และได้ผลลัพธ์ที่ดี ก็สามารถทำต่อได้ ไม่น่ากังวลค่ะ



ตัวอย่างความถี่โดยทั่วไป

โปรแกรม Thermage หรือโปรแกรม Ulthera โดยทั่วไปปีละครั้งก็เพียงพอสำหรับผิวปกติ ไม่ต้องทำบ่อยเกินไป เพื่อให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนดำเนินไปอย่างสมบูรณ์

ส่วนตัวแก้วจะรอประมาณ 6 เดือนก่อนประเมินซ้ำ แต่ผิวของแต่ละคนต่างกัน บางคน 3 เดือนก็พร้อมทำอีกเครื่องต่อแล้ว ก็ควรให้คุณหมอช่วยประเมินอีกทีค่ะ

กลุ่มเลเซอร์ เช่น picosecond laser (full mode), RedTouch Pro รวมถึงกลุ่ม microneedle RF เช่น SylfirmX, EXION โดยทั่วไป ความถี่ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง ถือว่าเพียงพอสำหรับผิวส่วนใหญ่ และใน 1 ปี อาจทำประมาณ 3–5 ครั้ง หรือปรับตามสภาพผิว + คำแนะนำของคุณหมอ

ในคนที่ผิวแดงง่าย ระคายเคืองง่าย หรือฟื้นตัวช้า แนะนำเลือกทำเพียง “หนึ่งเครื่องต่อเดือน” ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างในเดือนเดียว เพราะการกระตุ้นซ้อนกันอาจรบกวนกระบวนการสร้างคอลลาเจนได้



ในบางกรณี หากคุณหมอประเมินว่าผิวแข็งแรงและมีความจำเป็นต้องแก้ปัญหาหลายอย่างพร้อมกัน อาจพิจารณาทำบางโปรแกรมร่วมกันได้ เช่น SylfirmX ร่วมกับ pico toning, Ulthera ร่วมกับ pico toning หรือ Ultraformer ร่วมกับ Volnewmer

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการประเมินและการวางแผนอย่างเหมาะสมของคุณหมอค่ะ



นอกจากหัตถการงานเครื่องแล้ว งานฉีดก็ควรทำแต่พอดีเช่นกัน

โปรแกรม Botox, Filler, Biostimulator หรืองานฉีดอื่น ๆ เราไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างที่ออกใหม่

สิ่งสำคัญ คือ เลือกฉีดให้เหมาะกับปัญหาผิวของเราและผ่านการประเมินจากคุณหมอแล้วว่าเหมาะสมจริง

ช่วงหลัง หากเป็นโปรแกรมฉีดใหม่ ๆ ที่เพิ่งเข้าไทย แก้วจะรอประมาณ 1 ปี เพื่อดูผลลัพธ์ในคนไทยก่อน ไม่รีบเป็นคนกลุ่มแรกที่ฉีดเหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้เน้นชัวร์มากกว่าเร็วค่ะ

สำหรับโปรแกรม Filler แก้วยึดหลัก “ค่อย ๆ เติม”

ฉีดน้อยไป เติมเพิ่มทีหลังได้ แต่ถ้าฉีดมากเกินไปในครั้งเดียว หน้าอาจดูแน่น ล้น และไม่เป็นธรรมชาติ

คุณหมอคิม Dr.Katewadee เคยแนะนำแก้วว่า เวลาประเมิน Filler ให้ดูตอน “ยิ้ม”

ถ้ายิ้มแล้วยังดูพอดี ไม่มีการดันเป็นก้อนบริเวณใต้ตาหรือแก้ม นั่นคือ พอดีจริง ๆ

เพราะบางครั้ง เติมจนเต็มแล้วดูสวยตอนหน้านิ่ง แต่พอยิ้มแล้วดูหน้าแน่นมากเกินไป ก็พบได้บ่อยค่ะ



อีกประเด็นนึงที่ควรคอยสังเกตตัวเอง คือ เรา “เสพติด” การเข้าคลินิกมั้ย เราไปบ่อยเกินพอดีรึเปล่า

เราไปเพราะรักและอยากดูแลตัวเอง หรือไปทุกครั้งที่จิตตก ทุกข์ใจ โดยหวังว่า “ใบหน้าที่เป๊ะขึ้น” จะช่วยเยียวยาความรู้สึกภายในได้

จากประสบการณ์ส่วนตัว มันอาจช่วยได้ในระยะสั้น แต่ถ้าต้นเหตุของความทุกข์ยังคงอยู่ การทำหน้าเพื่อหวังให้เยียวยาไปถึงจิตใจ ไม่ใช่คำตอบระยะยาว

บางคนหน้าเป๊ะ กริบ ดูดีมากแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่สวยพอ ไม่ดีพอ ยังคอยมองหาข้อบกพร่องและตำหนิตัวเองเสมอ

ในบางกรณี อาจเกี่ยวข้องกับภาวะ Body Dysmorphic Disorder (BDD) ซึ่งเป็นภาวะที่หมกมุ่นกับ “ข้อบกพร่อง” บางอย่างของรูปร่างหรือหน้าตา ทั้งที่คนอื่นแทบมองไม่เห็นหรือมองว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย จนทำให้เกิดความทุกข์ใจเกินกว่าปกติ

“การดูแลใจ” สำคัญไม่แพ้การดูแลผิว

หากรู้สึกว่ายังทุกข์ใจหรือแก้ไขด้วยการดูแลภายนอกแล้วไม่ดีขึ้น การพูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยได้ค่ะ



ชนิดและความถี่ที่เหมาะสมในการทำหัตถการของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน ตามอายุ สภาพผิว ปัญหาผิว และความแข็งแรงของผิว แนะนำปรึกษาคุณหมอเพื่อวางแผนอย่างเป็นระบบ ไม่ซ้ำซ้อน ไม่เร่งเกินจำเป็น เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินและผิวของเราค่ะ

จากประสบการณ์ทั้งที่ถูกและที่ผิด แก้วสรุปกับตัวเองได้ว่า “ความสวยที่ยั่งยืน ไม่ได้มาจากการทำให้มากที่สุด แต่เกิดจากการทำอย่างพอดีที่สุด” 🤍😉

ป.ล. ทุกคนไม่ได้จำเป็นต้องทำหัตถการ มีหลายคนที่อายุ 40++ ยังดูดีมาก ดูอ่อนกว่าวัย ผิวอยู่ในระดับที่พึงพอใจแล้ว แม้ไม่ได้ทำหัตถการเลย เพราะดูแลตัวเองมาเป็นอย่างดี ทากันแดดเสมอ ทาสกินแคร์ที่เหมาะกับผิว นอนดี กินดี ออกกำลังกาย และมีเฮลตี้ไลฟ์สไตล์ แต่ถ้าเราตัดสินใจจะทำหัตถการ ก็ขอให้ทำอย่างพอดี ปลอดภัย และคุ้มค่าค่ะ

08/01/2026

HNY 2026 ค่า 💜🎉

แก้วขอให้แฟนเพจทุกคนมีความสุขมาก ๆ สุขภาพแข็งแรง คิดอะไรก็สมหวัง พบเจอแต่สิ่งดี ๆ ผิวสวยใสกริ๊บกันทุกคนนะคะ

แก้วมา HNY ช้าหน่อย เพราะทำ social detox ตั้งแต่ก่อนปีใหม่มาถึงตอนนี้ รู้สึกสงบดีมาก สบายใจ ใครที่เหนื่อย ๆ ล้า ๆ หัวตื้อ ๆ แบบไม่รู้สาเหตุ บางทีอาจจะเกิดจากการใช้ social media มากไปก็ได้ รับรู้อะไรเยอะเกินไป สมองทำงานหนัก ลองลดเวลาใช้ social ดู สำหรับแก้ว คือ ช่วยได้มากกกกค่ะ

ขอให้ปีนี้เป็น “ปีที่ดีมากกก” ของทุกคน ตั้งใจอะไรไว้ ขอให้ทำสำเร็จตามที่ตั้งใจนะคะ

🤍😉

31/12/2025

สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026

• สกินแคร์เสริมชั้นผิว เช่น MLE, MES ทายาว ๆ ช่วยผิวแข็งแรง

• สกินแคร์ลดอักเสบดี ๆ ช่วยผิวได้เยอะ เพราะผิวอักเสบทำให้ผิวแก่ไว เช่น Kamedis Bio Balance Serum, Bioderma Defensive Serum

• สกินแคร์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ต้องทาทุกวัน ใครทา Vit C (LAA) ไม่ไหว ก็ทาตัวอื่นได้ เช่น Melatonin, Resveratrol, EGCG, Curcumin, Vit C ฟอร์มอ่อนโยน

• ถ้าผิวแห้ง แก้ที่มอยส์ก่อน พยายามหามอยส์ที่ทาแล้วผิวชุ่มชื้นพอ ถ้าไม่พอก็ทา 2 รอบ

• ใช้ Retinoid ไม่ไหว ก็ไม่ต้องฝืน ไปใช้ตัวอื่นแทนได้ เช่น Peptide, Defensin, Epicelline, Bakuchiol

• ผิวที่ผลัดได้ดีตามวงจร คือ ผิวที่ชุ่มชื้น ก่อนจะคิดถึงการใช้สกินแคร์ผลัดผิว ต้องมั่นใจก่อนว่า ผิวชุ่มชื้นดีพอ

• AHA, BHA ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ถ้าผิวระคายเคืองง่าย ให้ใช้ PHA, LHA แทน หรือถ้าผิวไม่ชอบกรด แต่อยากผลัดผิว ก็อาจไปใช้อย่างอื่นได้ เช่น ผงล้างหน้า Dermalogica (ล้างเบา ๆ ๆ)

• การใช้ Active แรง ๆ เช่น Retinoid, Vit C (LAA), AHA, BHA ให้ยึดหลัก Start low, Go slow เลือกความเข้มข้นต่ำ ความถี่น้อย ๆ ก่อน ไปช้า ๆ ไม่ต้องรีบ ผิวจะได้ไม่แหก

• ทำหัตถการแต่พอดี ไม่มากเกินไป ไม่จำเป็นต้องทำทุกเครื่อง, ฉีดทุกสารที่ออกใหม่ เน้นเหมาะกับสภาพผิว เหมาะกับปัญหาผิว ช่วยทั้งเซฟเงิน เซฟผิว (ทำบ่อยไป ผิวฮีลไม่ทัน - แก้วเคยพลาดมาแล้ว จำขึ้นใจ)

• Social detox ลดเวลาการใช้โซเชียล ช่วยให้จิตใจสงบขึ้น มีความสุขมากขึ้นจริง

สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 ของแต่ละคนคืออะไรบ้าง มาแชร์กันค่ะ 😄

30/12/2025

ทาง Lalaacram อยากส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

ทุกท่านสามารถไปรับ LaLaaCram Youth-Full Serum + Moisturizer ได้ที่ศูนย์การค้าไดอาน่าคอมเพล็กซ์หาดใหญ่นะคะ

ขอขอบคุณ LaLaaCram แทนชาวหาดใหญ่ด้วยค่ะ 🤍

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok