Mind&Health by Dr.KIT

Mind&Health by Dr.KIT

แชร์

สุขภาพดีทั้งกาย ใจ และสังคม ช่วยให้ทุกคนมีความสุขในทุกวัน

22/02/2025

จากข่าวญาติคนไข้ตบพยาบาล เราไม่อาจแก้ไขนิสัยของผู้รับบริการได้ แต่เราสามารถปรับปรุงการทำงาน ตัว รพ. เพื่อลดการเกิดเหตุการณ์ซ้ำซากนี้ได้ โดยการแก้ไขในเชิงระบบครับ

แนวทางแก้ไขเชิงระบบ

1. อบรมและติดตามมาตรการ ESB

ควรมีการอบรมและติดตามพฤติกรรมการให้บริกรของเจ้าหน้าที่ (Excellent service behavior:ESB) อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพยาบาล และควรขยายไปถึงทีมแพทย์ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและมีศักยภาพในการสื่อสารที่สร้างสรรค์

2. ระบบควบคุมการเข้า-ออกพื้นที่สำคัญ

ควรจัดให้มีระบบควบคุมการเข้าถึง (Access Control) ในพื้นที่เสี่ยง เช่น ห้องฉุกเฉิน (ER), ห้องไอซียู (ICU) และหอผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงที่ญาติหรือบุคคลภายนอกจะเข้ามาก่อเหตุหรือรบกวนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ โดยกำหนดให้การเข้าออกต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่

การดำเนินการของโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต

ปัจจุบัน โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ตได้ลงทุนในระบบควบคุมการเข้าออกเพื่อเพิ่มความปลอดภัย หลังจากเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน เช่น

- ญาติบุกรุกเข้ามาคุกคามเจ้าหน้าที่

- การรบกวนการทำงานของทีมแพทย์ระหว่างการกู้ชีพในห้องฉุกเฉิน

- บุคคลภายนอกเดินเข้าออกหอผู้ป่วยโดยพลการ และมีกรณีขโมยทรัพย์สินของผู้ป่วย

หากกระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับประเด็นนี้และสนับสนุนงบประมาณในการปรับโครงสร้างทางกายภาพของโรงพยาบาลทุกแห่งในสังกัด จะช่วยป้องกันเหตุการณ์รุนแรงซ้ำซ้อน และสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย

01/07/2024

Business Model Canvas คือแผนผังที่ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของธุรกิจในแบบองค์รวม โดยแบ่งออกเป็น 9 ส่วนสำคัญ เรามาเริ่มกันเลยครับ/ค่ะ

**1. Customer Segments (กลุ่มลูกค้า):**
นี่คือการระบุกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรา ลูกค้าของเราเป็นใคร? แบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ได้อย่างไร? สิ่งที่ต้องทำคือการเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าให้ดี เพื่อที่จะสามารถสร้างสรรค์สินค้าหรือบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีที่สุด

**2. Value Propositions (คุณค่าที่มอบให้ลูกค้า):**
สิ่งที่เรามอบให้ลูกค้า และเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าเลือกเราเหนือคู่แข่ง คุณค่าอาจจะมาในรูปของสินค้า บริการ หรือประสบการณ์ที่ดี เราต้องถามตัวเองว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ลูกค้าเลือกเรา?

**3. Channels (ช่องทางการเข้าถึงลูกค้า):**
วิธีการที่เรานำคุณค่าไปสู่ลูกค้า ช่องทางเหล่านี้อาจเป็นช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย หรือออฟไลน์ เช่น ร้านค้า, การจัดงานอีเว้นท์ เราต้องเลือกช่องทางที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าของเรา

**4. Customer Relationships (ความสัมพันธ์กับลูกค้า):**
วิธีการที่เราสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า เราควรมีการสื่อสารและการบริการที่ดี เพื่อสร้างความพึงพอใจและความภักดีจากลูกค้า

**5. Revenue Streams (แหล่งรายได้):**
แหล่งที่มาของรายได้ วิธีการที่เราสร้างรายได้จากกลุ่มลูกค้า เช่น การขายสินค้า, ค่าสมาชิก หรือค่าบริการ เราต้องรู้ว่ารายได้หลักของเรามาจากไหนและมีวิธีการเพิ่มรายได้อย่างไร

**6. Key Resources (ทรัพยากรหลัก):**
สิ่งที่เราจำเป็นต้องมีเพื่อสร้างและส่งมอบคุณค่า เช่น บุคลากร, เทคโนโลยี, วัสดุ และเงินทุน ทรัพยากรเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจของเราดำเนินไปได้

**7. Key Activities (กิจกรรมหลัก):**
กิจกรรมที่เราต้องทำเพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้ เช่น การผลิต, การตลาด, การขาย หรือการบริการลูกค้า เราต้องระบุให้ชัดเจนว่ากิจกรรมหลักของเราคืออะไร

**8. Key Partnerships (พันธมิตรหลัก):**
ความร่วมมือกับบุคคลหรือองค์กรอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ เช่น ซัพพลายเออร์, ผู้ร่วมทุน, หรือพันธมิตรทางธุรกิจ การมีพันธมิตรที่ดีสามารถช่วยให้เราสามารถทำธุรกิจได้ราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

**9. Cost Structure (โครงสร้างต้นทุน):**
ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ เช่น ค่าวัสดุ, ค่าแรง, ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ การเข้าใจโครงสร้างต้นทุนจะช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้ง 9 ส่วนนี้ประกอบกันเป็นภาพรวมของธุรกิจที่ช่วยให้เราเข้าใจและวางแผนกลยุทธ์ได้ดียิ่งขึ้น Business Model Canvas ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือในการวางแผนธุรกิจใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น

26/06/2024

วันนี้เราจะมาพูดถึงหัวข้อ "การทำงานแบบ Silo คืออะไร?" และทำไมการทำงานแบบนี้ถึงอาจไม่ดีต่อองค์กรของคุณ

เริ่มต้นจากคำว่า "Silo" ที่มาจากภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายถึง "ถังเก็บ" หรือ "ที่เก็บสินค้า" ในบริบทขององค์กรหรือธุรกิจ การทำงานแบบ Silo หมายถึง การทำงานที่แยกเป็นส่วนๆ ไม่เชื่อมโยงหรือสื่อสารระหว่างกัน หน่วยงานหรือแผนกต่างๆ ในองค์กรทำงานกันโดยไม่แบ่งปันข้อมูล ความรู้ หรือทรัพยากรระหว่างกัน เปรียบเสมือนว่าแต่ละหน่วยงานถูกเก็บไว้ในถังเก็บข้อมูลแยกกัน

การทำงานแบบ Silo นี้มีผลกระทบต่อองค์กรอย่างไรบ้าง? ขอยกตัวอย่างดังนี้:

1. **การสื่อสารที่มีปัญหา**: เมื่อแผนกต่างๆ ไม่สื่อสารกัน ข้อมูลที่สำคัญอาจไม่ถูกส่งต่อ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือข้อมูลที่ขาดหายไป ส่งผลให้งานที่ทำออกมาไม่สมบูรณ์หรือผิดพลาดได้

2. **ความไม่มีประสิทธิภาพ**: การทำงานแบบแยกส่วนทำให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อน เพราะแต่ละแผนกทำงานในรูปแบบของตัวเองโดยไม่รู้ว่ามีใครทำอะไรอยู่แล้ว ส่งผลให้ใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่า

3. **การตัดสินใจที่ขาดความครอบคลุม**: เมื่อข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกแบ่งปันกัน การตัดสินใจที่เกิดขึ้นจะขาดความรอบคอบ เพราะพนักงานไม่มีข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ

4. **ขวัญและกำลังใจของพนักงาน**: การทำงานแบบแยกส่วนทำให้พนักงานรู้สึกเหมือนไม่มีส่วนร่วมในภาพรวมขององค์กร ทำให้ขาดความรู้สึกเป็นทีมและลดขวัญกำลังใจ

เพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานแบบ Silo องค์กรควร:

1. **ส่งเสริมการสื่อสารระหว่างแผนก**: จัดการประชุมหรือกิจกรรมที่ทำให้พนักงานจากแผนกต่างๆ ได้พบปะและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน

2. **สร้างระบบการจัดการข้อมูลที่ดี**: ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดเก็บและแบ่งปันข้อมูลให้เป็นระบบ และเข้าถึงได้ง่าย

3. **ส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม**: ฝึกอบรมและสร้างแรงจูงใจให้พนักงานเห็นความสำคัญของการทำงานร่วมกัน

4. **ปรับโครงสร้างองค์กร**: ทำให้โครงสร้างองค์กรมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเน้นการทำงานข้ามแผนกหรือการทำงานในรูปแบบโครงการ

การทำงานแบบ Silo อาจเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการพัฒนาองค์กร แต่ถ้าเราสามารถทำให้การทำงานในองค์กรเป็นไปอย่างราบรื่นและประสานงานกันได้ จะช่วยให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

#พัฒนาการทำงาน
#พัฒนาองค์กร

3 Step ง่ายๆ ตรวจมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรม #ตรวจสุขภาพ #ตรวจมะเร็งเต้านม 10/05/2023

มาดูขั้นตอนการรับการบริการตรวจ mammogramกันครับ

3 Step ง่ายๆ ตรวจมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรม #ตรวจสุขภาพ #ตรวจมะเร็งเต้านม

Photos from มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ's post 07/05/2023
05/05/2023

การใช้ยามะเร็งมุ่งเป้า ในมะเร็งรังไข่

#การใช้ยามุ่งเป้ารักษาผู้ป่วยมะเร็งรังไข่
เป็นวิธีการรักษา มะเร็งรังไข่ ที่ใช้ยาที่เป็นตัวเป้าหมายเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง โดยปกติแล้วเซลล์มะเร็งจะมีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างจากเซลล์ปกติ ซึ่งสามารถนำมาเป็นตัวเป้าหมายในการใช้ยามุ่งเป้าได้
ยามุ่งเป้าสามารถทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง โดยไม่มีผลกระทบต่อเซลล์ปกติ และยังช่วยลดอาการของผู้ป่วยจากผลข้างเคียงของการรักษาแบบเคมีบำบัด (Chemotherapy) ได้อีกด้วย
การใช้ยามุ่งเป้า ในการรักษามะเร็งรังไข่มีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมีตัวเป้าหมายที่แตกต่างกันไป วันนี้จึงอยากชวนทุกคนมารู้จักไปพร้อมๆกัน
https://bit.ly/3HnfF8f

--------------------------------------------
📢 ไม่พลาดข่าวสารสุขภาพและโปรโมชั่นดี ๆ จากเรา
👍 เพียงกด like และ กดติดดาว ⭐️ (see first)
💁‍♀️ เพจศูนย์มะเร็งตรงเป้า โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต 🏥
------------------------------------
ปรึกษาเรื่อง มะเร็ง ได้ที่ศูนย์มะเร็งตรงเป้า โรงพยาบาลจุฬารัตน์9แอร์พอร์ต __
☎️ 0933285561
Line _: HIFU9000
Podcast 🗣https://anchor.fm/chularatcancercenter
Email: [email protected]
Blockdit : https://bit.ly/43H6U27
ที่อยู่ : 90/5 ม.13 ซอยกิ่งแก้ว 25/1 ถ.กิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทราปราการ ใกล้กับ สนามบินสุวรรณภูมิ
Google map▶️
https://maps.app.goo.gl/9jjLa
#โรคมะเร็งปอด #มะเร็งต่อมลูกหมาก #มะเร็งตับ #มะเร็งท่อทางเดินน้ำดี #มะเร็งต่อมไทรอยด์ #มะเร็งเต้านม #มะเร็งกระเพาะอาหาร #มะเร็งถุงน้ำดี #มะเร็งลำไส้ใหญ่ #มะเร็งรังไข่ #มะเร็งกระดูก #มะเร็ง #เนื้องอกมดลูก #รักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด #เทคโนโลยีHIFU #โรงพยาบาลจุฬารัตน์9แอร์พอร์ต

01/05/2023

เมื่อกระทำสิ่งผิดพลาดไปแล้ว ควรทำอย่างไร

การทำผิดพลาดต่างๆ อาจจะมีความหลากหลายและมีระดับความรุนแรงต่างกันไป ดังนั้นวิธีการให้สังคมรอบข้างให้อภัยก็อาจแตกต่างกันไปตามบุคคลและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง แต่โดยทั่วไปแล้ว เราสามารถปฏิบัติตามหลักการต่อไปนี้เพื่อให้สังคมอภัยและยอมรับเราเมื่อเรากระทำผิดพลาด

1. ยอมรับความผิด
การยอมรับว่าเราทำผิดและรับผิดชอบความผิดนั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่าเราได้รับผิดชอบต่อการกระทำของเราและพร้อมที่จะรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น

2.ขอโทษ
การขอโทษเป็นการแสดงความเสียใจและความยินดีที่จะแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยการขอโทษนั้นจะทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำผิดรู้สึกว่าได้รับการเอาใจใส่และเห็นความจริงในความผิดที่เกิดขึ้น

3.แสดงความจำเป็นที่จะปรับปรุงตนเอง
การแสดงให้เห็นว่าเราจะทำให้ตนเองดีขึ้นและไม่ทำผิดอีกต่อไป โดยการแสดงความตั้งใจในการปรับปรุงตนเองนั้น จะทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบได้รับการเอาใจใส่และเห็นว่ามีการพัฒนาต่อไป

4.ทำการชดเชย
การชดเชย เป็นการแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นด้วยการให้สิ่งที่เสียไปหรือช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้กลับสู่สภาวะเดิม การชดเชยนั้นอาจเป็นการชดเชยด้วยทางการเงินหรือการชดเชยด้วยการทำบุญและประโยชน์สังคมอื่น ๆ เพื่อให้เห็นว่าเราจริงใจต้องการแก้ไขความผิดพลาดนั้น และยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือเพื่อช่วยแก้ไขสถานการณ์

การให้สังคมอภัยต่อความผิดพลาดของเรานั้นเป็นการแสดงความเป็นมนุษย์และความสุภาพของเรา ซึ่งเราควรจะปฏิบัติตามหลักการและความเห็นอกเห็นในสังคม เพื่อให้สังคมมีความสามารถในการรับรู้และยอมรับเราเมื่อเราพยายามทำให้ตนเองและสังคมดีขึ้นโดยรวม

28/04/2023

แนวทางการให้วัคซีนต้านโควิด เม.ย. 66

ddc.moph.go.th

21/04/2023

รายงานปัญหาการทำงานแล้วโดนหัวหน้าตำหนิ ควรทำอย่างไร

การรายงานปัญหาการทำงานเป็นเรื่องสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการทำงานทีมและการพัฒนาศักยภาพขององค์กร หลายครั้งพบว่าการรายงานปัญหาตรงๆ ปราศจากเทคนิคที่ดี กลับกลายเป็นผลเชิงลบแก่ผู้รายงานทั้งที่ผู้รายงานมีความตั้งใจดีเพื่อองค์กร

ดังนั้นการรายงานปัญหาควรมีวิธีการที่เหมาะสมและสามารถหลีกเลี่ยงการตำหนิจากหัวหน้างานได้ ซึ่งอาจใช้วิธีดังนี้:

1. เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม:
หากมีปัญหาเกิดขึ้น ควรหาเวลาที่เหมาะสมในการแจ้งปัญหาให้กับหัวหน้างาน เช่น เวลาที่ไม่มีงานด่วนๆ เป็นต้น โดยไม่ควรรายงานปัญหาในช่วงที่เราเสียอารมณ์หรือทำงานรีบร้อน

2. ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม:
การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญในการรายงานปัญหา ควรเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม และอยู่ในกรอบของวิธีการสื่อสารที่เราตั้งใจเลือกใช้ เช่น การสื่อสารทางโทรศัพท์ หรือการนัดหมายเพื่อพูดคุยหน้าต่อหน้า

3. พูดอย่างเปิดเผยและสุภาพ:
การพูดคุยเปิดเผยปัญหาโดยไม่ว่าง่ายหรือยากก็จะช่วยให้ผู้รับฟังเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ การพูดอย่างสุภาพจะช่วยลดความขัดแย้งและเพิ่มโอกาสในการแก้ไขปัญหา

4. เล่าอธิบายปัญหาที่เกิดขึ้น:
ให้เล่าอธิบายปัญหาที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน โดยไม่ต้องมีความเห็นตัวเองหรือแสดงอารมณ์เกินไป

5. ให้ข้อมูลเพียงพอ:
ให้ข้อมูลที่จำเป็นเพียงพอเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น วันที่เกิดปัญหา สถานที่ และผลกระทบต่องาน

6. รายงานปัญหาในลักษณะขอความช่วยเหลือ:
การรายงานปัญหาในลักษณะขอความช่วยเหลือจะช่วยให้หัวหน้างานเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องสำคัญและต้องการความช่วยเหลือ

7. หาข้อเสนอแนะ:
ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญ การรายงานปัญหาโดยที่มีการวิเคราะห์ พร้อมข้อเสนอแนะทางเลือกการแก้ปัญหา แสดงถึงศักยภาพการทำงานของตัวคุณเอง และข้อเสนอแนะควรมีหลายวิธี เพื่อให้หัวหน้าเป็นคนเลือกด้วยตัวเอง ซึ่งจะได้ผลการตอบรับที่ดีกว่าคุณตัดสินใจแทนหัวหน้า

#พัฒนาตนเอง #พัฒนาการทำงาน

19/04/2023

การรับมือกับการนินทา ว่าร้าย ป้ายสี

~ อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน แม้องค์พระปฏิมายังราคิน คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา~

การติฉินนินทานั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนต้องเจอ แม้แต่พระพุทธเจ้าเองยังหนีไม่พ้น ไฉนคนธรรมดาอย่างเราจะไม่ถูกนินทา

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เราพบกันอยู่ทุกวัน การนินทามักส่งผลในทางลบกับผู้ถูกนินทาไม่มากก็น้อย ซึ่งทำให้หลายคนเกิดอาการหัวร้อนและทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม กลายเป็นเข้าทางคำนินทาไปยิ่งกว่าเดิม ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผู้ถูกนินทาไม่ได้เป็นคนเช่นนั้น ดังนั้นเราจะรับมืออย่างไรกับคำนินทา มีคำแนะนำ 4 ข้อดังนี้ครับ

1. เมื่อเราถูกใส่ร้าย นินทา ให้คิดว่า เราสูงกว่า เรานำหน้ากว่า เราเจ๋งกว่าเขา
การที่เขาเอาเราไปนินทา แปลว่าเราได้อยู่ในจุดที่เขาอยากอยู่แต่ไม่สามารถทำได้ ด้วยความรู้สึกอัดอั้นของตัวเขาเองทำให้เขาต้องทำอะไรบางอย่างให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ด้วยการกล่าวหาคุณ
หากคุณเจอคนแบบนี้ให้ปล่อยผ่านเลยไป อย่าไปสนใจ หรือโต้เถียง เพราะเขาต้องการแค่อยากให้ตัวเองรู้สึกดีเท่านั้น มันไม่เกี่ยวอะไรกับตัวคุณเลย อย่าเอาอารมณ์ของตัวเองไปเสียเวลากับคนเหล่านั้น

2. มองเขาด้วยความเมตตา
รับรู้และเข้าใจว่าตัวเขาต้องเกลียดตัวเองขนาดไหน และเขาไม่มีความสุขขนาดไหนเขาถึงได้ทำแบบนั้น คนเราโดยปกติถ้าเขามีความสุขจะทำให้คนอื่นมีความสุข มีแต่คนที่ไม่มีความสุขเท่านั้นที่จะทำให้คนอื่นเป็นทุกข์เพราะรับที่คนอื่นมีความสุขมากกว่าไม่ได้
ให้คุณมองเขาด้วยความเมตตาเพราะเขามีความทุกข์เขาถึงอยากให้คนอื่นทุกข์ด้วย

3. ทำตามเป้าหมายของคุณต่อไป
เมื่อคุณถูกกล่าวหาหรือนินทาว่าร้าย ให้คุณอย่าสนใจ หรือหยุดเพื่ออธิบายใดๆ คุณมีหน้าที่เพียงแค่ทำตามเป้าหมายของคุณต่อไป เพราะคนที่ใส่ร้ายเพราะเขาอิจฉา ถ้าคุณหยุดเป้าหมายก็จะเข้าทางเขา
คุณแค่ทำตามความฝันและประสบความสำเร็จและมีความสุขต่อไป นั่นจะเป็นการแก้แค้นได้อย่างดีที่สุด เพราะตัวเขาจะรู้สึกร้อนเป็นไฟเมื่อรู้ถึงความสำเร็จและความสุขที่คุณมี

4. มองเห็นเป็นสัจธรรม
คนในโลกที่ไม่ถูกนินทาไม่มี ด้วยความที่ว่ามนุษย์เรามักมีความรู้สึกทั้งรักโลภโกรธหลง เสียใจ ดีใจ สิ่งที่เราทำมันจะมีคนที่ถูกใจและคนที่ไม่ถูกใจ ถือว่าเป็นสัจธรรมของโลก ทุกคนต้องเจอถ้ายังเป็นมนุษย์อยู่
สิ่งที่คุณต้องทำคือ ทำตามสิ่งที่คุณต้องการต่อไป แค่ทำให้ตัวคุณและคนที่คุณรักมีความสุข แค่นั้นคุณก็จะมีความสุข ซึ่งไม่เกี่ยวข้องใดๆกับคำนินทาเหล่านั้นเลย

การรับมือกับคำนินทา ว่าร้ายนั้น เพียงแค่เราเข้าใจ และมองพวกเขาเหล่านั้นด้วยความเมตตา เราจะเห็นความทุกข์ยากของเขา บางครั้งคนเราการเลือกรับอะไรต่างๆเข้ามาในจิตใจมันจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและความสุขของเรา

เลือกแต่สิ่งดีๆถึงแม้ว่าเราจะลำบากแต่เราก็มีความสุข ต่างจากการเลือกรับแต่สิ่งไม่ดี ถึงแม้ว่าเราจะมีเงินล้นฟ้าก็หาความสุขไม่ได้
#พัฒนาจิตใจ #สุขภาพจิต

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่อยู่


ศูนย์มะเร็งตรงเป้า โรงพยาบาลจุฬารัตน์9แอร์พอร์ต ถ. กิ่งแก้ว
Bangkok