Beauty Biz
แนะนำ รีวิว จิปาถะ
12/11/2019
niacinamide หรือที่รู้จักกันในชื่อวิตามินบี 3
ซึ่งเป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิวของเราอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ช่วยลดริ้วรอยและรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว ช่วยลดอาการแดงและการระคายเคืองบนผิวไปจนถึงกระตุ้นการผลิตเซราไมด์(ceramide) ที่ช่วยให้ผิวกระชับและชุ่มชื้น อีกทั้งยังเป็นส่วนผสมที่ช่วยลดขนาดรูขุมขนและคุมความมันบนผิว
===
10 ประโยชน์ของ niacinamide
====
1. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
ใครที่แพ้สารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี ก็สามารถที่จะปกป้องผิวด้วยใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ niacinamide ในการต่อต้านอนุมูลอิสระได้ เนื่องจากมีความเบาบางและซึมไว จึงไม่ทิ้งความมันเยิ้มไว้บนผิวระหว่างวัน
2. ช่วยลดรอยสิวและรอยแผลเป็น
นอกจากช่วยลดการเกิดสิวแล้ว niacinamide ยังสามารถช่วยให้รอยสิวแลดูจางลงรวมถึงปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ
3. ช่วยลดเลือนริ้วรอย
จากผลวิจัยพบว่าสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ niacinamide ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 4% ช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ โดยการเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งจะช่วยให้ผิวกระชับขึ้น
4. ช่วยรักษาสิว
เนื่องจาก niacinamide มีสรรพคุณช่วยต้านการอักเสบและลดเชื้อแบคทีเรียบนผิว สกินแคร์ที่มีส่วนผสมนี้จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาสิว
5. ปรับสมดุลการสร้างน้ำมันในผิว
niacinamide จะช่วยรักษาสมดุลย์การผลิตน้ำมันในผิว ต่างจากส่วนผสมคุมความมันบนผิวที่มักจะทำหน้าที่แค่รอดูดซับน้ำมันที่โผล่มาจากผิว
6. ช่วยกระชับรูขุมขนและปรับสภาพให้ผิวเนียน
ใครที่มีปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้างรบกวนใจแนะนำให้ลองใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ niacinamide เนื่องจากเป็นส่วนผสมที่ช่วยควบคุมความมันและเมื่อการผลิตน้ำมันในผิวมีความสมดุลมากขึ้นคราบน้ำมันและสิ่งสกปรกไม่สามารถเข้าไปอ่านอยู่ในรูขุมขนก็จะช่วยให้รูขุมขนแคบลงแล้วก็กระชับยิ่งขึ้นทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
7. ช่วยลดอาการแดงบนผิว
นอกจากเป็นส่วนผสมที่เหมาะกับคนที่มีผิวมันยังเหมาะกับคนที่มีผิวบอบบางมีรอยแดงได้ง่าย โดยช่วยลดอาการแดงของผิวได้
8. ช่วยให้ผิวชั้นบนสุดแข็งแรงขึ้น
นอกจาก niacinamide และช่วยมอบความชุ่มชื้นแก่ผิวของเราแล้วความชุ่มชื้นในผิวหนังจะช่วยให้ชั้นผิวของเราแข็งแรงขึ้น
9. ช่วยเติมน้ำให้ผิว
เนื่องจาก niacinamide มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นเซราไมด์ที่จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น จึงสามารถช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งและขาดน้ำได้
10. ช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของรังสี UV
โดยผลการวิจัยพบว่า niacinamide สามารถช่วยซ่อมแซมผิวที่โดนรังสียูวีทำร้ายได้อีกด้วย
11/11/2019
"สกินแคร์ที่ห้ามใช้ด้วยกัน"
====
ปัจจุบันสกินแคร์หลายแบรนด์ต่างก็เข็นกันออก active ingredient (สารออกฤทธิ์) มาให้เหล่าผู้บริโภคอย่างเราเลือกใช้ เลือกผสมกันเองจนนึกว่าเป็นเจ้าของสูตรอยู่แล้ว ข้อดีคือเรารู้ว่าได้สาดส่วนผสมอะไรลงบนหน้าบ้าง เพื่อจะได้แก้ปัญหาผิวของตัวเองอย่างตรงจุด เพราะคนพันคนก็มีปัญหาไปพันอย่างค่ะคุณณณณณณ
ทีนี้สิ่งสำคัญที่เราต้องทราบเวลาใช้สกินแคร์ลงเลเยอร์บนผิวหน้า คือมี active ingredient บางอย่างที่ไม่ควรใช้ผสมกันฮะ ก่อนหน้าจะพัง ไปดูว่าอะไรที่ควรหลีกเลี่ยงไม่ใช้พร้อมกันดีกว่า
1. Vitamin C + Benzoyl Peroxide (BPO)
เพราะ มีฤทธิ์เป็นกรดด้วยกันทั้งคู่ แทนที่หน้าจะใสวิ๊งๆ กลับยิ่งทำให้เกิดการระคายเคือง คัน มีรอยแดง ทางที่ดีรอเลิกใช้ BP ก่อนแล้วค่อยใช้ VitC ค่ะ
2. Salicylic + Glycolic
เพราะ ทั้งคู่มีฤทธิ์เป็นกรดและทำหน้าที่ผลัดเซลล์ผิวอยู่แล้ว ใช้พร้อมกันยิ่งหน้าแห้ง เสียสมดุลผิวนะจ๊ะ เลือกใช้ตัวเดียวพอ และใช้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งพอจ๊ะ
3. Retinol + Vitamin C
เพราะ ทั้งคู่ทำงานในภาวะ pH ที่ต่างกัน นึกภาพออกมั้ย อันนึงเป็นกรด อันนึงเป็นด่าง ใช้ด้วยกันก็ลดทอนคุณสมบัติของอีกตัวหนึ่ง ใช้พร้อมกันแทนที่จะดี กลับสิ้นเปลืองและไม่ได้ผลฮะ
4. Vitamin C + AHAs
เพราะ เหตุผลง่ายๆ เลย คือเค้าเป็นกรดทั้งคู่ ใช้พร้อมกันก็ทำให้หน้าระคายเคือง และไม่ได้ผลเต็มที่
5. Vitmin C + Niacinamide
เพราะ ลดทอนประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน Niacinamide ทำให้ Vitamin C เปลี่ยนสี กลายเป็นสีเหลืองไป แล้วในบางเคสกลายเป็น Niacin ทำให้ผิวชาชั่วคราว สำหรับคนที่มีผื่นแดง หรือผิวไหมอยู่แล้ว
รู้แล้วก็ค่อยๆ เลือกให้เหมาะสมนะคะ
ไว้คราวหน้าจะมาเล่าเรื่องสกินแคร์ที่ใช้ด้วยกันแล้วผลเริ่ด กดติดตามไว้รอเลยค่ะ ^^
22/12/2015
แด่มวลดอกไม้
เพื่อนรัก...
ขอเธอจงยืนหยัดค้ำจุนตัวเอง และเอื้อเฟื้อผู้อื่น
สร้างสรรค์ความงามให้แก่โลก
ด้วสมอง สองมือ และสติปัญญา
ด้วยคุณค่าที่เราทุกคนมีอยู่
สตรีก็สามารถหมุนโลกได้เฉกเช่นบุรุษ
แม้ว่าวันนี้แดดจะแรง พายุจะกระหน่ำแค่ไหน
ขอเธอจงแข็งแกร่งและงดงาม...
#สุขภาพ #ความงาม #บำรุงผิว
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
ถ. วิภาวดี-รังสิต
Bangkok
10900
