RealfitClub
☀️Start ทุกเช้าดี ชีวิตก็Joy ด้วย Good Morning Bodykey 🌿
06/08/2022
แบคทีเรียสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่สำคัญกับชีวิต
แบคทีเรียในลำไส้กับสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคไม่ติดต่อที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลกคือโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือ CVD บางครั้งเรียกว่าโรคหลอดเลือดซึ่งแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่คือโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง สาเหตุของโรคที่เคยเชื่อกันมาตลอดคือภาวะคอเลสเตอรอลสูงในเลือดโดยเฉพาะอย่างยิ่งคอเลสเตอรอลชนิด LDL ข้อแนะนำในการป้องกันคือลดการบริโภคอาหารคอเลสเตอรอลสูง และอาหารกลุ่มไขมันอิ่มตัว หนึ่งในอาหารที่ก่อเป็นปัญหามากที่สุดคือเนื้อแดงทั้งเนื้อวัว เนื้อแพะแกะ เนื้อหมู เนื่องจากเป็นแหล่งของคอเลสเตอรอลและกรดไขมันอิ่มตัว เชื่อกันอย่างนั้น
การป้องกันรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด จำเป็นต้องหาสมุฏฐานหรือสาเหตุที่แท้จริงของโรคให้ได้ หากหาไม่พบก็เหนื่อยสักหน่อย จำต้องแก้ปัญหาในส่วนที่เป็นปัจจัยรอง ดังเช่น งดบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์ ลดความดันโลหิต ปรับพฤติกรรมการบริโภค เพิ่มการออกกำลังกาย เพิ่มคุณภาพการนอน เป็นทำนองขี่ม้าเลียบค่าย ศึกษากันอย่างนี้มานานกว่าครึ่งศตวรรษ เวลานี้เริ่มมีความหวังแล้วว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือเป็นสาเหตุสำคัญ นั่นคือสารเคมีที่แบคทีเรียในทางเดินอาหารผลิตออกมาทุกครั้งที่มีการบริโภคเนื้อแดง สารเคมีกลุ่มนี้คือปัจจัยสำคัญ นอกจากก่อปัญหาโรคหัวใจแล้ว ยังก่อปัญหาโรคอื่นๆได้อีก งานวิจัยที่ว่านี้ไม่ใช่งานใหม่ คราวนี้ทีมวิจัยทำการยืนยันอีกครั้ง โดยนำผลงานตีพิมพ์ในวารสาร Arteriosclerosis, Thrombosis, and Vascular Biology (ATVB) ของ the American Heart Association ปลายเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2022 นี่เอง
สิ่งที่ทีมวิจัยชุดนี้พบซึ่งเป็นการยืนยันงานของผู้อื่นคือเมื่อเมื่อบริโภคเนื้อแดง สารเคมีบางตัวในเนื้อแดง เช่น คาร์นีทีน ถูกแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่เปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุลกลายเป็นสารหลายตัว หนึ่งในนั้นคือ TMAO หรือ trimethylamine N-oxide ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีสารเคมีอีกบางตัว เช่น gamma-butyrobetaine และ crotonobetaine งานวิจัยนี้จะนำไปสู่การพัฒนายาและวิธีการรักษาทั้งทางโภชนาการและทางเทคโนโลยีที่ถูกต้องและตรงกับปัญหา ไม่สะเปะสะปะเช่นในอดีต คงต้องรออีกสักพักเพื่อให้ได้วิธีการใหม่ๆ รอหน่อยก็แล้วกัน , #ดรวินัยดะห์ลัน, #โรคหัวใจและหลอดเลือด, #แบคทีเรียในลำไส้
พื้นฐานการลดน้ำหนัก ep2 -- ลดน้ำหนักโดยวิธีการกินให้มาก 😱😱😱
พื้นฐานการรู้เพื่อการลดน้ำหนัก ep1
19/02/2019
หากต้องการดูแลสุขภาพต้องรู้จักตัวร้ายที่จะ บั่นนทอนสุขภาพของเรา นั่นก็คือ น้ำตาล!!! นั่นเอง
น้ำตาลจะมีอยู่ในเกือบ ทุกๆเมนู ทุกๆผลิตภัณฑ์ ในตลาด แม้น้ำตาลจะทำให้อาหารอร่อย ทำให้เรามีความสุข.
😲 แต่อย่างไรน้ำตาลหากทานเยอะไป จะเป็น "ฆาตกร" ตัวร้ายที่ค่อยๆ ทำลายร่างกายเราให้แย่ลงๆ เรื่อยๆ โดยมีผลต่อ ร่างกายดังนี้
1.😲ส่งผลต่อไขมัน จะทำให้ไขมันสะสมเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้นและ ลดไม่ได้
2.😲ส่งผลต่อ ฮอร์โมนอิซูลิน โดยจะเกิดภาวะ ดื้อต่ออินซูลิน และ เซลล์จะเกิดภาวะที่ไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ประโยชน์ได้ ส่งผลให้เกิดโรคเบาหวาน
3.😲ภาวะความดันสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ
4.😲ส่งผลต่อระบบเซลทำให้ เซลไม่แข็งแรง ทำให้ระบบต่างๆของร่างกายแย่ลง เช่น ผิวหน้าเหี่ยวย่น ระบบตับไต ทำงานไม่ดี
ฯ
🍉🥥😊รู้อย่างนี้แล้วใครที่อย่ากสุขภาพดี มีหุ่นดี ไม่แก่ ทานน้ำตาลให้น้อยที่สุดครับ.
#ทานได้แต่อย่าทานเยอะ
17/02/2019
น้ำหนักไม่ใช่คำตอบสำหรับ คำว่า...หุ่นดี!
ลดไขมัน และ เพิ่มกล้ามเนื้อ ต่างหากที่เป็นตัวกำหนดว่า หุ่นดีหรือไม่?
#ไขมันตัวร้าย
#ปรึกษาฟรี
29/10/2018
ออกกำลังกายเป็นสิ่ง ที่ต้องทำเพื่อการเพิ่มกล้ามเนื้อ เพื่อลดไขมันในระยะยาวนะครับ 😊
01/10/2018
⛹️♀️หากนึกถึงการลดความอ้วน
🚴♂️ผู้คนจะนึกถึงการวิ่งเพื่อเผาพลังงานให้ออกไปจากร่างกาย โดยไม่รู่ว่าร่างกายจะมีระบบการเผาพลังงานอย่างไร
พลังงานในร่างกายมี 4 อย่าง
1.น้ำตาล
2.แป้ง
3.โปรตีน
4.ไขมัน
!😱 ร่างกายจะใช้พลังงานตามลำดับ คือน้ำตาลก่อน และ ไขมันใช้เป็นอันดับสุดท้าย
🥗ตามหลักโภชนาการแล้ว
หากเราสามารถทานสารอาหาร(โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ ไขมันดี) ได้เพียงพอ และ มากพอ ->>
->>ร่างกายจะปลดล๊อคไขมัน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำรองของร่างกาย(เก็บใว้ใช้ในยามอดอยาก)
🍠🥕🥦เราสามารถจัดการกับไขมันส่วนเกินเหล่านี้ได้อย่างง่ายดายด้วยการวิธีดังต่อไปนี้
1.ทานแป้งเชิงซ้อนในปริมาณที่พอดี พอเหมาะเพื่อไม่ให้น้ำตาลอยู่ในเลือดมากเกินไป
2.ทานโปรตีนมากขึ้นและลดไขมันลง เพื่อให้พลังโดยรวมมีปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไป
3.ทานวิตามิน เกลือแร่ให้ครบ เพื่อเสริมสร้างระบบการเผาผลาญของร่างกาย และระบบฮอร์โมนต่างๆให้ทำงานอย่างสมดุล
4.ออกกำลังให้อยู่ในโซน 2 เพื่อเผาไขมันโดยเฉพาะ
5.ต้องจัดพลังงานรวมของร่างกาย (พลังงานเข้า vs พลังงานออก)ให้พอดีอย่างเหมาะสมเพื่อลดไขมันอย่างสุขภาพดีและไม่โทรมไม่เหี่ยว
25/07/2018
🧀🤕ไขมันทรานส์. ไขมันตัวร้าย. ที่นำมาซึ่งโรคต่างๆ
เข้าใจ ‘ไขมันทรานส์’ ภัยร้ายใกล้ตัวกับ รศ ดร วีรชัย พุทธวงศ์ —————————— THE STANDARD : STAND UP FOR THE PEOPLE สำนักข่าวที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารในแนวทางสร้างสรรค์ THE STANDARD Website : http:a//www.thestandard.co Faceboo...
15/07/2018
คุณกำลังเป็นอย่างนี้หรือไม่🤷♂️
1.ไม่มีเวลาทานอาหารเช้า
2.ทานกาแฟแล้วไม่หิว
3.ทานอาหารที่เร่งรีบ เช่นข้าวเหนียวหมูปิ้ง โจ๊ก เบอเกอร์ ปาท่องโก๋ฯ
4.อื่นๆ
🍌🍒🌶🍅อาหารเช้าสำคัญต่อร่างกายมากๆ!!!
แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่ใจกันมากเท่าไรนัก มาดูกันบ้างว่าหากเราไม่ได้ทานอาหารเช้าแล้วจะส่งผลกระทบอะไรบ้าง
🧀🧀1.โรคอ้วน เนื่องจากร่างกายขาดอาหารมากว่า 12 ชั่วโมงในเวลากลางคืน ระดับน้ำตาลในเลือดจะน้อยซึ่งส่งผลให้ ฮอร์โมนเกลลิน(ความหิว) หลั่งออกมาเป็นจำนวนมากทำให้มื้อกลางวัน เราทานหารที่พลังงาน ไขมัน และน้ำตาลมากเกินไปจนในระยาวจะทำให้เกิดความอ้วนขึ้นมา
🍞🍞2.โรคเบาหวาน เนื่องการที่ร่างกายไม่ทานอาหารเช้าส่งผลให้ ฮอร์โมนอินซูลินไม่ออกมาทำงานเป็นปกติในช่วงเช้าจะส่งผลในระยะยาวเกิดภาวะการดื่อของอินซูลิน ซึ่งอินซูลินจะไม่ตอบสนองต่อน้ำตาลในเลือด ส่งผลให้เกิดโรคเบาหวาน
🍔🥓3.โรคหัวใจและหลอดเลือด จากการอดอาหารเช้าจะทำให้ร่างกายมีการสะสมไขมันมากขึ้น จนในที่สุดจะเกิดไขมันเกิน และมีผลตามมาคือ ภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด
🤦♀️🤦♂️4.โรคความจำเสื่อม จากการที่สมองไม่ได้รับสารอาหารตั้งแต่ช่วงกลางคืน หากช่วงเช้าไม่ได้รับสารอาหาร สมองจะไมาสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เตื่องจากไม่มีสารอาหารไปเลี้ยงสมองอย่างเพียงพอ เมื่อสมองมีภาวะขาดสารอาหารสะสมนานไปเรื่อยๆ จะส่งผลต่อเรื่องระบบความคิด ระบบความจำ. สุดท้ายจะเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมในที่สุด
ดังนั้นเชิญชวนรับประทานอาหารเช้าที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่และเพียงพอต่อร่างกายของแต่ละคนนะครับ
#ทานอาหารเช้าอย
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
สมุทรปราการ
Bangkok
