Moon Shower Soap
มูนเชาเว่อร์ สบู่แฮนด์เมด สำหรับผิ?
มูนเชาเว่อร์ สบู่แฮนด์เมด เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาผิวแห้งคันหลังการอาบน้ำ หรือผิวแพ้สบู่ทั่วไป และผู้สูงอายุ มีส่วนผสมของ น้ำมันมะกอก น้ำมันงา น้ำผึ้ง และอบเชย ปราศจากน้ำหอม
ราคา 195 บาท ไม่รวมค่าส่ง ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน สั่งก้อนเดียวก็ส่งค่ะ
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมหรือสั่งซ์้อได้อีกช่องทางที่
LINE ID : moonshowersoap
http://line.me/ti/p/~moonshowersoap
04/08/2021
ต้อนรับวันแม่!!! ลดทันที 10% สบู่มูนเชาเว่อร์ ราคาพิเศษ 175 บาท จากปกติ 195 บาท
สั่งซื้อได้ที่ FB : moonshowersoap และ LINE : moonshowersoap
วันนี้-31 สิงหาคม 2564
สบู่มูนเชาเว่อร์ สบู่สำหรับผิวแห้ง / ผิวแพ้ง่าย และผู้สูงอายุที่มีปัญหาผิวแห้งคัน
#สบู่สำหรับผิวแห้ง #สบู่สำหรับผิวแพ้ง่าย #ผิวแห้ง #ผิวแพ้ง่าย #สบู่ #สบู่สำหรับผู้สูงอายุ #สบู่มูนเชาเว่อร์ #มูนเชาเว่อร์
22/06/2021
สั่งซื้อ สบู่มูนเชาเว่อร์ ได้ทาง Inbox หรือ Line id : moonshowersoap นะคะ ราคาก้อนละ195บาท (ไม่มีจำหน่ายบน Shopee แล้วค่ะ)
01/01/2021
สวัสดีปีใหม่ 2564 !!!
Happy New Year 2021 !!!
vector created by BiZkettE1 - www.freepik.com
08/12/2020
หนาวๆแบบนี้ อาบนำ้ด้วยสบู่สำหรับผิวแห้ง/ผิวแพ้ง่าย Moon Shower หาซื้อได้ที่ Shopee ตามลิงค์นี้เลย https://shp.ee/h7vm935
ราคาก้อนละ195 บาท
อาบเสร็จแล้วอย่าลืมทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นกันด้วยนะ
08/12/2020
กรมอนามัย แนะ 5 วิธีอาบน้ำอุ่นที่ดีช่วงอากาศหนาว
กรมอนามัยแนะนำวิธีการอาบน้ำอุ่นอย่างถูกวิธีช่วงที่อากาศหนาวเย็น
ขณะนี้ประชาชนหลายพื้นที่ของประเทศไทย กำลังตื่นตัวที่ได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เพราะอากาศแบบนี้มีเพียงแค่ช่วงสั้นๆในแต่ละปี แต่ทว่าอีกด้านอาจสร้างความยากลำบากในการอาบน้ำมิใช่น้อย
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงได้เผยแพร่ภาพแนะนำประชาชนสำหรับ 5 วิธีการอาบน้ำอุ่นอย่างถูกวิธีช่วงที่อากาศเย็นแบบนี้
1.เลี่ยงอาบน้ำช่วงเวลากลางคืน
2.อาบน้ำ 10-15 นาที แต่ไม่ควรเกิน 30 นาที เพราะการอาบน้ำเย็นจะทำให้ผิดหนังแห้ง แตก ลอก
3.ไม่ควรปรับอุณหภูมิน้ำร้อนจนเกินไป และควรราดน้ำไล่จากเท้าขึ้นไป อย่างราดทั้งตัวเพราะจะทำให้เป็นหวัดได้ง่าย
4.ช่วงท้ายควรสลับอาบน้ำเย็น เพื่อปรับสมดุลผิวหนัง
5.หลังอาบน้ำอุ่นควรทาทาครีมบำรุงผิวเพื่อป้องกันผิวแตก
ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.posttoday.com/social/general/531561
Photo by Hannah Xu on Unsplash
10/03/2020
ผู้สูงอายุท่านใดที่มีผิวแห้งมาก เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว แต่ไม่สามารถทาโลชั่นได้ เนื่องจากแพ้สารเคมีที่อยู่ในโลชั่น ยิ่งทายิ่งทำให้คันมากขึ้นไปอีก ควรจะทาอะไรดี?
มีคำแนะนำคือ ทาน้ำมันมะพร้าวธรรมชาติสกัดเย็น 100% ค่ะ เพราะ ไม่มีสารเคมีแบบในโลชั่น มี กลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนขนม กลิ่นไม่ฉุน และไม่เหนียวเหนอะหนะเกินไปค่ะ ทาบางๆก็พอ สามารถซื้อได้ง่าย ตามร้านขายสินค้าสุขภาพทั่วไปค่ะ
31/12/2019
Happy New Year 2020!
image: Freepik.com
01/12/2019
การดูแลผิว สำหรับวัย 50 ปีขึ้นไป
ในช่วงวัยนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อผิวมากมาย นอกจากร่างกายผลิตคอลลาเจนน้อยลงแล้ว ไขมันใต้ผิว และความยืดหยุ่นของผิวก็จะลดลงเช่นกัน และเมื่อมารวมกับปัญหาผิวแห้งกร้านที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน มันก็สามารถทำให้ผิวของคุณหย่อนคล้อย โดยเฉพาะบริเวณคอ สันกราม และแก้ม ยิ่งไปกว่านั้น คุณจะพบว่าริ้วรอยหรือรอยเหี่ยวย่นได้เริ่มมาเยี่ยมเยือน ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปดูหลากวิธีดูแลผิวว่ามีอะไรบ้าง
1. ใช้คลีนเซอร์ให้เหมาะสม
การทำความสะอาดใบหน้าถือเป็นขั้นตอนการดูแลผิวที่สำคัญ โดยเฉพาะเมื่อคุณอายุมากขึ้น ซึ่งผิวของคุณจะแห้งกว่าสมัยสาวๆ ดังนั้นกุญแจสำคัญคือการใช้คลีนเซอร์ที่เหมาะสำหรับผิวที่แห้งขึ้น โดยให้คุณเลือกใช้คลีนเซอร์สูตรเนื้อครีมแทนสูตรที่เป็นเนื้อโฟมหรือเจล เพราะมันจะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว
2. เติมความชุ่มชื้น
หลังจากผ่านพ้นช่วงวัยทอง ผิวของคุณจะแห้งมากขึ้น เพราะต่อมไขมันจะทำงานได้แย่กว่าเดิม ทั้งนี้ให้คุณเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวโดยใช้ครีมที่มีเนื้อหนักขึ้น รวมถึงหลีกเลี่ยงการอาบน้ำเป็นเวลานานหรืออาบน้ำร้อน และทาครีมมอยส์เจอไรเซอร์เมื่อผิวยังคงมีความชื้น
3. ใช้ครีมกันแดด
แม้ว่าโรคมะเร็งผิวหนังและริ้วรอยจะเกิดขึ้นจากปริมาณของแสงอาทิตย์ที่สะสมตั้งแต่ช่วงวัย 20 - 49 ปี แต่คุณก็ยังจำเป็นต้องปกป้องผิวจากแสงแดดค่ะ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการปกป้องผิวตามธรรมชาติของเราก็จะน้อยกว่าตอนอยู่ในช่วงวัยหนุ่มสาว ดังนั้นคุณควรทาครีมกันแดดทุกวัน โดยให้เลือกสูตรที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป
4. จัดการกับจุดด่างดำ
เมื่ออายุมากขึ้น จุดด่างดำที่เกิดตามใบหน้า มือ และหน้าอกจะดูชัดเจนในช่วงวัยทอง ซึ่งคุณสามารถป้องกันโดยใช้ครีมกันแดดทุกวัน แต่หากมีจุดด่างดำเกิดขึ้นแล้ว ให้คุณใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวที่ช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้ผิวหมองคล้ำและตกสะเก็ด นอกจากนี้การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสก็สามารถช่วยลดเลือนจุดด่างดำได้ ในขณะที่โทนเนอร์มีคุณสมบัติช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ
5. ทานถั่วเหลือง
ถั่วเหลืองอุดมไปด้วยสารไอโซฟลาโวน ซึ่งเป็นสารประกอบในพืชที่ทำหน้าที่เหมือนกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ทั้งนี้ไอโซฟลาโวนอาจช่วยบรรเทาปัญหาผิว และนักวิจัยเชื่อว่าการทานไอโซฟลาโวนประมาณ 50 มิลลิกรัมต่อวัน สามารถช่วยบรรเทาปัญหาอื่นๆ ที่พบในผู้หญิงวัยทองเช่นกัน
6. อย่าเครียด
ความเครียดสามารถทำให้ผิวแห้งและบอบบางมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน นอกจากนี้ถ้าคุณเครียด คุณอาจไม่มีอารมณ์ปรนนิบัติผิวหรือดูแลตัวเอง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรกำจัดความเครียดให้หมดไป สำหรับวิธีที่ช่วยคลายเครียด หรือทำให้คุณสงบลงก็ได้แก่การฝึกโยคะหรือการนั่งสมาธิ
7. ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ช่วยให้กล้ามเนื้อตึงตัวเท่านั้น แต่มันยังช่วยคลายเครียด ซึ่งมีผลต่อผิวตามที่เรากล่าวไป อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งจะชะลอตัวเมื่อเราอายุมากขึ้น การไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนที่มากขึ้นสามารถช่วยให้ผิวดูสดใสและดูมีสุขภาพดี
8. นอนให้เพียงพอ
การนอนให้เพียงพอสามารถช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตา อย่างไรก็ตาม การนอนไม่เพียงพอสามารถทำให้ระดับของฮอร์โมนในร่างกายและเมทาบอลิซึมเปลี่ยนไปเช่นเดียวกับเมื่อคุณแก่ชรา ดังนั้นคุณควรนอนให้ได้วันละ 7 – 9 ชั่วโมงต่อคืน
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.honestdocs.co/8-skin-care-for-people-ages-50-up
Photo by Artem Beliaikin on Unsplash
26/11/2019
วัยทองและอาหารบำรุงผิว
เมื่อเข้าสู่วัยทอง ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงส่งผลกระทบโดยตรงต่อการสร้างคอลาเจน และอีลาสติน ทำให้ความยืดหยุ่น และเต่งตึงลดลง การทำงานของต่อมน้ำมันที่ผลิตน้ำมันมาปกป้องผิวก็ทำงานลดลงด้วย ผิวจึงแห้งและเกิดริ้วรอยได้ง่าย จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่สาวๆจะต้องดูแลสุขภาพผิวให้ถูกวิธีไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ
นพ.ก้องศาสดิ์ ดีนิรันดร์ สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ( แผนกผู้สูงอายุ ) เปิดเผยว่า เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนในช่วงวัย 45 ปีขึ้นไป ร่างกายจะหยุดการผลิตไข่แต่รังไข่ก็ยังทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนต่างๆ เช่น เอสโตรเจน และโปรเจสโตโรน แต่ปริมาณจะลดลงไปกว่าเดิม
ผู้หญิงในวัยนี้ควรใส่ใจดูแลตนเองให้มากขึ้นด้วยการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และควรเน้นการรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น
-นมถั่วเหลืองซึ่งมีไอโซฟลาโวนซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่ก็ควรรับประทานวันละประมาณ 1 - 2 แก้วในขณะท้องว่าง และก่อนหรือหลังมื้ออาหารประมาณ 2 ชั่วโมง เพราะนมถั่วเหลืองมีไฟเบอร์ที่ย่อยยาก
-ดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำเพราะน้ำมะพร้าวมีสารไฟโตรเอสโตรเจนที่มีโครงสร้างคล้ายเอสโตรเจนในคนแต่มีฤทธิ์อ่อนกว่า
-น้ำมะม่วงสุก, กุ๊ยช่าย, เนื้อปลา, ถั่ว, ข้าวซ้อมมือ, มันฝรั่ง เมล็ดลินิน เมล็ดฟักทอง เมล็ดงา เมล็ดทานตะวัน ฯลฯ แต่ก็ต้องรับประทานในปริมาณที่พอดี และการดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว จะช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ไม่แตกแห้ง
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/174414
Photo by Emily Bauman on Unsplash
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10110
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 20:00 |
| อังคาร | 09:00 - 20:00 |
| พุธ | 09:00 - 20:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 20:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 20:00 |
| เสาร์ | 09:00 - 20:00 |
