Sopita Skins

Sopita Skins

แชร์

บริการให้คำปรึกษาความงาม เพราะเราเป็นตัวแทนคลีนิคโดยตรง
📌ยาทุกตัวผ่านอย.ไทย
📌มีใบประกอบ

Photos 13/06/2017

.
📌Meso Rejuvenation
เป็นการทำเมโสหน้าใส สามารถรักษาปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยแผล แผลเป็น สิว ฝ้า กระ ริ้วรอย และจุดด่างดำ ทั้งหมดนี้คือปัญหาที่พบบน “ใบหน้า” การทำเมโสหน้าใส จึงได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการฉีดสารแอนติออกซิเดนท์ และมัลติวิตามิน เข้าไปในชั้นผิวโดยตรง เพื่อเป็นการกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์ผิวจากภายใน ทำให้จุดด่างดำและริ้วรอยจางลง เมื่อรักษาอย่างต่อเนื่องผิวหน้าจะขาวใส เรียบเนียนยิ่งขึ้น ซึ่งจะให้ผลเร็วกว่าการทาครีมบำรุงผิวเพียงอย่างเดียว ด้วยเทคนิคที่ช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ในชั้นผิวหนังได้ดีกว่าและมีประสิทธิภาพในการผลักตัวยาให้ได้ผลอย่างล้ำลึก
🔸ผลการรักษา
รักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง ฝ้า กระ จุดด่างดำจะจางลงอย่างเห็นได้ชัด
Cr: plusclinic

Photos 12/06/2017

.
📌Botox คือ??
"โบท็อกซ์" (Botox) เป็นชื่อทางการค้า (trade name) ของสาร โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) ซึ่งเป็นโปรตีน ชนิดหนึ่ง ที่สร้างจาก แบคทีเรีย ชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) ที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษแก่มนุษย์ หากได้รับในปริมาณมากๆ เช่น จากอาหารกระป๋องที่ปนเปื้อนด้วยเชื้อตัวนี้ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จากการที่กล้ามเนื้อกระบังลมไม่ทำงาน ผู้ป่วยจึงหยุดหายใจ
🔸โบทูลินั่ม ท็อกซิน ออกฤทธิ์ อย่างไร?
โบทูลินั่ม ท็อกซิน ออกฤทธิ์โดยการไปจับกับส่วนปลายของเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาท ไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ กล้ามเนื้อจึงคลายตัว หรือ อีกนัยหนึ่งก็คือ เกิด อัมพาตของกล้ามเนื้อเล็กๆนั้น โดยจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วัน และเห็นผลสูงสุดในเวลาประมาณ 7� 14 วัน
🔸แล้วแพทย์เอา "สารพิษ" นี้มาใช้ทำไม?
แพทย์ทราบมานานหลายสิบปีแล้วว่าหากฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อในปริมาณน้อยๆ โบทูลินั่ม ท็อกซินจะทำให้กล้ามเนื้อ "คลายตัว" ดังนั้นในยุคแรกๆ จักษุแพทย์จึงนำโบทูลินั่ม ท็อกซิน มาฉีดรักษาโรคตาเหล่ ตาเข และโดยบังเอิญจากการฉีดรักษาในบริเวณรอบดวงตานี้เอง ก็ทำให้แพทย์พบว่าริ้วรอยบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากหว่างคิ้วและรอบดวงตาดีขึ้นด้วย ในยุคต่อมาจึงมีการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน เพื่อประโยชน์ในด้านความสวยงามตามมาอย่างแพร่หลาย และมีเทคนิควิธีการที่ต่างๆ กันออกไป มีการนำมาฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียวลง ยกกระชับผิวหนัง ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ ตลอดจนรักษาอาการปวดศีรษะ ปวดเกร็งต้นคอ และอีกหลายกรณี
🔸ผลของการฉีดอยู่นานเท่าใด?
โดยทั่วไปผลของการฉีดจะอยู่ได้นานประมาณ 3-8 เดือน ทั้งนี้ขึ้นกับว่าฉีดรักษาอาการอะไร ฉีดบริเวณใด ฉีดเป็นครั้งแรกหรือเป็นการฉีดซ้ำ ผู้รับการรักษาอายุเท่าใด ซึ่งการที่ผลการรักษาอยู่ไม่ถาวรนั้น ที่จริงอาจนับได้ว่าเป็นข้อดี เพราะหากผลที่ได้รับไม่เป็นที่น่าพอใจ ในที่สุดก็จะค่อยๆ หายไปเองได้ ข้อเสียก็คือสิ้นเปลือง เพราะหากได้ผลดี ถูกใจก็ต้องฉีดซ้ำเรื่อยๆ
Cr :เอกสารเผยแพร่ของแพทยสภา โดย
นอ.(พิเศษ)นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา

Photos 11/06/2017

.
📌Filler คืออะไร?
สารเติมเต็ม ใช้สำหรับฉีดเพื่อเติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังหรือใต้ผิวหนัง ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะใช้ฟิลเลอร์เพื่อลดและแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึก ที่เกิดขึ้นบริเวณต่างๆ ของใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น หน้าผาก ริ้วรอยร่องลึกรอบดวงตา ริ้วรอยร่องลึกมุมปาก และยังสามารถนำมาช่วยในการแก้ไขปรับแต่งรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์ได้อีกด้วย เช่น เติมริมฝีปาก ร่องแก้ม และในบางรายที่เมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้นทำให้แก้มดูตอบลงก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ ในการแก้ปัญหาแก้มตอบได้เช่นกัน หรือแม้กระทั่งนำมาใช้ในการบำรุงผิวให้กลับกระชับเปล่งปลั่ง ในบริเวณใบหน้า ลำคอ หลังมือ หรือบริเวณผิวหน้าอกก็นิยมทำกันไม่น้อย
เมื่อแพทย์ฉีดเติมสารเติมเต็มที่มีส่วนประกอบของไฮยาลูรอนิคเข้าไป ก็จะช่วยให้ผิวพรรณดูดีขึ้น จากที่เคยมีร่องลึกก็จะดูตื้นขึ้น เพราะการฉีดฟิลเลอร์จะสามารถช่วยเติมเต็มใยคอลลาเจนที่หายไป ทำให้สภาพผิวดูเต่งตึงขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง นอกจากนี้ฟิลเลอร์ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาอื่นๆ บนใบหน้าได้ดีอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเสริมริมฝีปาก ฉีดเพื่อปรับแก้ไขรูปทรงของใบหน้า หรือเพื่อแก้ไขปัญหาแผลเป็นชนิดบุ๋มของรอยหลุมสิวก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่การฉีดเพื่อเสริมจุดต่างๆ ที่กล่าวไปนั้นจำเป็นต้องได้รับการฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากโรง พยาบาลเท่านั้น เพราะหากฉีดผิดจุด หรือพลาดไปโดนจุดสำคัญบนใบหน้าอาจเกิดผลเสียตามมาได้
การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลดริ้วรอยหรือปรับแต่งรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์นั้น โดยทั่วไปแพทย์ใช้เวลาในการฉีดประมาณ 15-30 นาที คุณจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย ในบางรายอาจมีอาการเจ็บ บวม ปวด คัน แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1-2 วัน หลังจากฉีดเสร็จแพทย์จะให้คุณนอนราบสักครู่เพื่อให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป เซ็ตตัว หลังจากนั้นก็สามารถกลับบ้านได้ตามปกติ แต่ผู้เข้ารับการฉีดต้องระมัดระวังไม่ไปกดหรือนวดแรงๆ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ในช่วงแรก
Cr:yanhee hospital

Photos 11/06/2017

.
📌Mesofat คืออะไร?
เป็นวิธีการกำจัดไขมันส่วนเกิน วิธีหนึ่ง ด้วยการที่แพทย์จะใช้เข็มฉีดยา ฉีดส่งยา ซึ่งมีสรรพคุณสลายไขมันที่สะสมในชั้นไขมัน โดยใช้กลุ่มยาหลายๆ ตัว เช่น Phosphatidylcholine,Deoxycholate,L-carnitine, Vitamin B complex ,Amino acids,Minerals ฯลฯ โดยปริมาณที่ฉีด ก็แล้วแต่บริเวณที่ต้องการ เช่น อาจจะใช้ 0.2-0.5 ซีซี ห่างกัน ทุก 1-2 ตร.ซม โดยฉีดลึกเข้าไปในชั้นไขมัน ตั้งแต่ 0.1 มม-12 มม. กลไกของการสลายไขมันด้วยการฉีดแบบ Mesofat พบว่า ตัวยาจะไปทำให้ผนังไขมัน( Fat cell wall) แตกตัวออก ทำให้ไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนๆ สลายออกเป็นไขมันเหลว ( Lipid Fat ) แล้วถูกขับออกทางปัสสาวะ (ส่วนมาก) และทางอุจจาระ
🔸Mesofat นิยมฉีดลดไขมันที่ใดบ้าง?
• ลดไขมันที่แก้มให้หน้าเรียวเล็ก
• ลดไขมันที่คาง(เหนียง)
• ลดไขมันที่ต้นแขน ต้นขา
• ลดไขมันที่พุง หน้าท้อง
• ลดไขมันที่จมูก(บาน) ทำให้เล็กลง
• ลดไขมันที่หนังตาบนหย่อนคล้อย
• ลดไขมันที่น่อง
Cr.doctorteamclinic

Photos 10/06/2017

.
📌การร้อยไหม(Thread)คืออะไร?
เป็นวิธีการศัลยกรรมแบบหนึ่ง เป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และมีผลข้างเคียงน้อย ไหมที่ใช้สำหรับทำใบหน้าให้เรียวสวย ส่วนใหญ่เป็น “ไหมละลาย” ซึ่งเป็นการยกกระชับ เก็บเหนียง ปรับรูปหน้าทำให้ใบหน้าเรียว (V-Shape)
ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าจริงๆ ควรเลือกใช้ ไหมละลายแบบมีเขี้ยวมากกว่า ซึ่งการรักษาจะใช้ไหมมีเขี้ยวเกี่ยวชั้นใต้ผิวหนังและดึงขึ้น เพื่อล็อกเนื้อเยื่อ จะสามารถปรับโครงสร้างใบหน้าได้ หลังจากรับการร้อยไหมแล้ว ร่างกายจะค่อยๆ กำจัดไหมออกไปภายใน 8-10 เดือน
และจะกระตุ้นเซลล์ ที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนให้มาพันรอบแนวเส้นไหม ซึ่งทำให้ผิวมีการดึงรั้ง
การร้อยไหม จะทำให้ผิวจึงเต่งตึงเรียบกระชับ และปรับรูปให้หน้าเรียวขึ้น ช่วยทำให้เลือดไหลเวียน ไปยังบริเวณดังกล่าวได้ดีขึ้น
ซึ่งการร้อยไหมด้วยไหมละลาย จึงเป็นการฟื้นฟูสภาพผิว พร้อมกับยกกระชับให้ใบหน้าเรียว ไปในตัว
🔸ข้อดีของการร้อยไหม คือ ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อย ซึ่งหลังจากการ ร้อยไหม สามารถอยู่ได้นานและสามารถทำให้รูปใบหน้าเรียวเป็นรูปทรงวีเชฟ
ซึ่งการร้อยไหม นอกจากจะเห็นผลทันที หลังทำแล้ว ไหมจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิว ซึ่งจะทำให้ผิวเกิดการกระชับตึงขึ้นในทันที
ขณะที่ไหมละลาย อยู่ใต้ผิวหนัง จะทำให้เกิดการกระตุ้น สร้างเส้นเลือดใหม่ ทำให้ผิวเกิดการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น ทำให้ผิวเต่งตึงยกกระชับมากขึ้น และได้ผลต่อเนื่องนาน
🔸ข้อเสียของการร้อยไหม คือ เจ็บ แต่มีการฉีดยาชา และหลังจากร้อยไหม อาจอาการบวมแดง รอยช้ำตามแนวการสอดไหม
Cr.Yanhee Hospital

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
11130