Philomene
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Philomene, ความงาม เครื่องสำอาง และการดูแลตนเอง, สำเพ็ง 2, Bangkok.
02/12/2025
ทำไมต้องใช้ Oillot's มะรุม
Why Oillot?
1. กระบวนการสกัดสารสำคัญ ถูกผลิตโดยโรงงานที่ทันสมัยระดับโลก ปลอดภัยได้มาตรฐานสากล
2. ส่วนผสมในสูตร ถูกคัดสรรมาอย่างดี เกรดเครื่องสำอางโดยเฉพาะ เน้นการผสมที่เป็น Oil in Water ให้ความชุ่มชื้นกับผิว พร้อม pH ที่เป็นกลางเหมาะกับผิวคนไทยโดยเฉพาะ
3. หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า มะรุม คือ พืฃแห่งชีวิต ที่เกิดมาพร้อมกับมนุษย์ และให้ประโยชน์แบบองค์รวมต่อสุขภาพและผิวพรรณโดยเฉพาะ
4. เหมาะสำหรับผิวทุกประเภท แม้ผิวที่บอบบาง ระคายเคืองง่าย ซึ่งแนะนำให้ใช้ในเวลากลางคืน เพื่อประสิทธิภาพในการดูอย่างอย่างสูงสุด
5. Oillot ผลิตใหม่ ทำให้สารสกัดและสารสำคัญอื่นๆ มีความสดใหม่อยู่เสมอ แนะนำให้ใช้ทุกวันหลังเปิดฝากระปุกและเก็บในที่ห่างแสงแดดและความร้อนสูง
6. เนื่องจากผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาในรูปเจลครีม ทำให้ซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหน่ะ และสามารถลงครีมตัวต่อๆ ไปได้โดยไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาใดๆ
7. ผลิตภัณฑ์ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม, พาราเบน, แอลกอฮอล์ , สารก่อการอุดตันสิว, ซิลิโคน ทำให้มั่นใจได้ว่า ปลอดภัยกับผิว
8. ราคาไม่แรงเมื่อเทียบกับคุณภาพของสารสำคัญระดับโลกอย่างมะรุม ที่สกัดจากกรรมวิธีที่ทันสมัย ได้ยิวที่น้อยแต่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย
9. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสกินแคร์อื่นๆ ทุกชนิด เพราะองค์ประกอบภายในที่ถูกออกแบบมาให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดอย่างง่ายดาย ปลอดภัยกับผิว
#ครีมพักผิว #มะรุม #ครีมมะรุม
20/10/2025
ถอดรหัสคุณค่าของ..มะรุม สู่ผิวที่คุณรัก
10 ขั้นตอนหลัก ๆ ของการสกินแคร์สไลต์เกาหลี
Oil Cleanser → ล้างเครื่องสำอาง/กันแดดด้วยคลีนซิ่งออยล์หรือบาล์ม
Foam Cleanser → ล้างหน้าซ้ำด้วยโฟม/เจล (Double Cleansing)
Exfoliator (1–2 ครั้งต่อสัปดาห์) → สครับ/โทนเนอร์ผลัดเซลล์ผิว
Toner → ปรับสมดุล pH หลังล้างหน้า เตรียมผิวรับการบำรุง
Essence → เน้นเติมน้ำ ฟื้นฟูเกราะผิว (เป็นจุดเด่นของเกาหลี)
Serum / Ampoule → เข้มข้นเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะ (สิว ฝ้า ริ้วรอย)
Sheet Mask (2–3 ครั้ง/สัปดาห์) → มาส์กแผ่นบำรุงแบบเร่งด่วน
Eye Cream → ดูแลผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ
Moisturizer → ปิดล็อกความชุ่มชื้น
Sunscreen (เช้าเท่านั้น) → กันแดดเป็นด่านสุดท้าย
ระบบ Ceramide เหมือนกัน ต่างกันที่ระบบการเรียกของยุคเก่าและใหม่
ระบบเก่า (เลข) INCI ใหม่
Ceramide 1 Ceramide EOS (มี Ester + Oleic + Sphingosine)
Ceramide 2 Ceramide NS (Non-hydroxy + Sphingosine)
Ceramide 3 Ceramide NP (Non-hydroxy + Phytosphingosine)
Ceramide 6II Ceramide AP (α-hydroxy + Phytosphingosine)
Hallmarks of Aging
มีทั้งหมด 12 Hallmarks แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก:
Primary (สาเหตุของความเสียหาย)
- Genomic instability (ความไม่มั่นคงของพันธุกรรม)
- Telomere attrition (การหดตัวของเทโลเมียร์)
- Epigenetic alterations (การเปลี่ยนแปลงของอีพีจีเนติก)
- Loss of proteostasis (การสูญเสียการรักษาสมดุลของโปรตีน)
- macroautophagy (การย่อยสลายด้วยออโตฟาจิแบบมาโคร)
Antagonistic (การตอบสนองต่อความเสียหาย)
- Deregulated nutrient sensing (การตรวจจับสารอาหารที่ผิดปกติ)
- Mitochondrial dysfunction (ภาวะเสียสมรรถภาพของไมโทคอนเดรีย)
- Cellular senescence (ภาวะเซลล์ชรา)
Integrative (ผลลัพธ์ของกลไกก่อนหน้า)
- Stem cell exhaustion (เซลล์ต้นกำเนิดเสื่อม)
- Altered intercellular communication (การสื่อสารระหว่างเซลล์เปลี่ยนแปลง)
- Chronic inflammation (การอักเสบเรื้อรัง)
- Dysbiosis (ความไม่สมดุลของไมโครไบโอม)
16/08/2025
ลงครีมหลายๆ ตัว จบด้วยแต่งหน้าทาปาก พอไปถึงที่ทำงาน ทำไมหน้า "หยา" เฉยเลย !
อาการ “หยา” หลังทาผลิตภัณฑ์หลายชั้นและผ่านไปสักระยะ มักเกิดจากปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับ เนื้อผลิตภัณฑ์, การซึมของผิว, และปฏิกิริยาระหว่างผลิตภัณฑ์
1. ปัญหาจากเนื้อและชนิดของผลิตภัณฑ์
เนื้อผลิตภัณฑ์ไม่เข้ากัน
Serum น้ำ + Moisturizer ซิลิโคนบางชนิด → เกิด pilling
Cream ที่มี wax หรือ polymer สูง + Layered cream หรือ foundation → ผิวดูหยาบเป็นก้อน
ครีมบางตัวแห้งช้า แต่เครื่องสำอางทับเร็วเกินไป
เมื่อแห้ง ตัวเนื้อจะหดตัว ทำให้เกิดการลอกเป็นขุย
ใช้ occlusive หลายชั้นซ้อนกัน
เช่น petrolatum + dimethicone + silicone primer → ความหนืดสูงและไม่ซึมทัน → ผิวยับ
2. ปัญหาจากสภาพผิว
ผิวแห้ง/ขาดน้ำ
Humectant ดึงน้ำจากชั้นผิวแทนที่จะดึงจากอากาศ → เมื่อแห้งจะเกิด flaky, ยับ
ผิวมีเกราะป้องกันผิวอ่อนแอ (compromised barrier)
ทำให้สารเคมีบางอย่างซึมไม่สม่ำเสมอ → เกิดการรวมตัวเป็นก้อน
ผิวมันมากบางจุด
Sebum ผสมกับครีมหรือเครื่องสำอางบางชนิด → ลื่นแต่พอแห้ง → ยับ
3. ปฏิกิริยาระหว่างผลิตภัณฑ์
pH ของแต่ละชั้นไม่เข้ากัน
Serum acidic + Moisturizer alkaline → ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสภาพ, เกิดขุย สาร active หลายชนิดเจอกัน
เช่น Niacinamide + Vitamin C, AHA/BHA + Zinc PCA → อาจตกตะกอนหรือทำให้ texture เปลี่ยน
สารซิลิโคนหรือ polymer บางชนิดไม่เข้ากับ water-based layer → เกิด pilling
4. ปัจจัยจากการทาและเวลา
ทาผลิตภัณฑ์ชั้นหนาเกินไป
ชั้นล่างยังไม่ซึมดี → ชั้นบนไหลลงชั้นล่าง → เกิดก้อน
ทาเร็วเกินไปและเกลี่ยแรง
การเกลี่ยหนัก → ทำให้ชั้นผลิตภัณฑ์ลอกเป็นขุย
อุณหภูมิและความชื้น
ผิวแห้ง/ร้อน/อากาศแห้ง → ทำให้ผลิตภัณฑ์แห้งและเป็นก้อนเร็ว
✅ แนวทางลดอาการ หยา
ใช้ผลิตภัณฑ์ compatible
เนื้อ water-based + water-based / silicone + silicone
รอให้แต่ละชั้นเซ็ตตัวก่อนลงชั้นถัดไป
1–2 นาทีสำหรับ serum / moisturizer เบาบาง
ลดจำนวนชั้นหรือความหนาของแต่ละชั้น
Layer น้อยแต่มี occlusive + humectant เพียงพอ
เลือกสูตรผิวอ่อนโยน
ลดสาร active ที่ตกตะกอนง่ายหรือ pH ต่างกันมาก
เกลี่ยเบาและเป็นวงกลมเล็ก ๆ
ทั้งหมดนี้จะช่วยลดการลอกและเกิดขุยได้ค่ะ
เมื่อก่อนไม่เคยเชื่อเลยว่า แค่มอยเจอร์ไรเซอร์ตัวเดียวจริงๆ สามารถแก้ปัญหาผิวครบและจบจริง ! #มอยเจอร์ไรเซอร์
จนมาถึงวันนี้ หลายคนทั่วโลก ค่อยๆ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันได้นะ เออจริง !
ลองมองย้อนกลับไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราใช้สกินแคร์ไปมากมายเท่าไหร่ ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ลองเปลี่ยนไปเรื่อย
สุดท้าย คือ ทำไมสิวยังขึ้น หน้ายังหมอง สีผิวก็ไม่สม่ำเสมอ หรือว่าจริงๆ แล้วสกินแคร์ไม่ได้ช่วยอะไร เราอาจต้องเข้าคลินิกแล้วจริงๆ
แต่เดี๋ยวก่อน ขอให้ลองเปิดใจครั้งสุดท้ายก่อนเสียเงินเยอะๆ
ทางเลือกที่ง่ายและคุ้มค่าที่สุด คือการบำรุงด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์เพียงตัวเดียว เน้นว่า "ตัวเดียว"
แม้ฟังดูเหมือนมันจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ
คุณลองจับกระแสบนโลกออนไลน์ดีๆ คุณจะพบว่า เขากำลังให้ความสำคัญกับ "มอยเจอร์ไรเซอร์"กันอย่างกว้างขวาง
คนส่วนใหญ่ยอมรับตรงกันว่า นี่คือกุญแจดอกสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวอย่างแท้จริง มอยเจอร์ไรเซอร์อาจไม่ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว แต่เป็นการบำรุงที่มั่นคงและยั่งยืน เหมือนคำกล่าวที่ว่า “ทุกปัญหาผิวจบจริงที่มอยเจอร์”
จะเริ่มใช้มอยเจอร์ต้องเข้าใจก่อนว่า มอยเจอร์ไรเซอร์คืออะไร สารสำคัญในสูตรทำหน้าที่อะไร
มอยเจอร์คือ ผลิตภัณฑ์ที่ให้คุณค่า 3 ด้านกับผิว เพื่อจุดประสงค์ให้เกราะป้องกันผิวชั้นนอกสุดดีขึ้น ประกอบไปด้วย
1.Humectants เช่น Glycerin,Hyaluronic,Panthenol,Propylene glycol,Urea ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิว
2. Emollients เช่น น้ำมันจากพืช,Squalane,ceramide ทำให้ผิวนุ่มลื่น
3. Occlusives เช่น Petrolatum,Mineral oil,Beeswax,lanolin กักเก็บความชื้นและป้องกันอันตรายจากภายนอก
มอยเจอร์ที่ดี นอกจากมีฟังก์ชั่นทั้ง 3 แล้ว ยังต้องมีสารสำคัญชนิดที่เลียนแบบสารธรรมชาติบนผิวจริงๆ ของมนุษย์ Natural Moisturizing Factors (NMF) ซึ่งได้แก่ กรดอะมิโน,ยูเรีย,แร่ธาตุต่างๆ,คอลเลสตอรอล,กรดไขมันอิสระ,Wax esters ,วิตามิน และ เอนไซม์ ชนิดต่างๆ
หากพูดไปแล้ว มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ดีที่สุดในโลก ไม่มีอยู่จริง เพราะไม่ใช่ทุกคนใช้แล้วจะดีไปทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากแต่ละคนมีความแตกต่างกันทั้งพันธุกรรม,โครงสร้างผิว ,ถิ่นที่อยู่อาศัย และ อาหารการกิน
เป้าหมายจริงๆ ที่คนทำมอยเจอร์ไรเซอร์คือ ออกแบบให้คนส่วนใหญ่ใช้แล้วดี ได้ผล และไม่ระคายเคือง สิ่งที่ต้องคำนึงก่อนเป็นขั้นตอนแรกๆ คือ เรื่องเนื้อสัมผัส
เราขอเลือกแนะนำมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีเนื้ออิมัลชั่น เพราะ เบาบาง ไม่เหนียวเหนอะหน่ะ แต่ยังให้ความชุ่มชื้นสูง
ในมอยเจอร์ที่ดี ต้องมีสารสำคัญที่เลียนแบบสารธรรมชาติบนผิวดังที่ได้กล่าวมาแล้ว และเพิ่มส่วนที่ปลอบประโลมผิว เน้นความอ่อนโยนพิเศษ แม้คนที่มีผิวแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้ ขอเพียงอย่างเดียว ให้ใช้เป็นประจำทุกวัน คุณจะค่อยๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
ยิ่งสภาพผิวของคุณมีการอักเสบของสิวอยู่แล้ว นั่นยิ่งเหมาะเลย เริ่มต้นทาบางๆ เพียงเล็กน้อย เป็นการปรับสภาพผิวที่แห้งกร้าน ขาดน้ำ ให้กลับมาชุ่มชื้นอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อผิวมีน้ำมากขึ้น รูขุมขนก็จะกระชับขึ้นอัตโนมัติ และสุดท้ายเกราะป้องกันผิวจะค่อยๆ กลับมาดี สามารถกักน้ำใต้ผิวไม่ให้ระเหยออกได้อย่างสมบูรณ์ ปกป้องสิ่งสกปรกจากภายนอกไม่ให้เข้ามาภายในผิวได้อีก
ปัญหาผิวส่วนใหญ่ รวมถึงสิวก็จะค่อยๆ หายไปได้เองในที่สุด การแก้ปัญหาด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ เป็นการดูแลผิวให้แข็งแรงในระยะยาว โดยเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ผิวคุณดีและแข็งแรง คุณจะไม่ต้องทำอะไรมากมายอีกต่อไป เศรษฐกิจในครัวเรือนก็จะดีขึ้น คือ ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อหาสกินแคร์ที่ไม่จำเป็นกับผิว นี้ความสำเร็จขั้นสูงสุดแล้ว
12/08/2025
NMF (Natural Moisturizing Factor) ของผิวตามธรรมชาติ คือกลุ่มสารให้ความชุ่มชื้นที่อยู่ในชั้น Stratum Corneum (ชั้นขี้ไคล) ทำหน้าที่ช่วย รักษาสมดุลน้ำในผิว ป้องกันการสูญเสียน้ำมากเกินไป และทำให้ผิวนุ่ม ยืดหยุ่น
องค์ประกอบหลักของ NMF ตามธรรมชาติจะมีประมาณนี้
1. กรดอะมิโน (Amino acids)
ได้จากการสลายตัวของโปรตีน Filaggrin ในผิว
เช่น Serine, Glycine, Alanine, Histidine, Arginine
เป็นส่วนใหญ่ของ NMF (ประมาณ 40%)
2. กรดไพโรลิโดนคาร์บอกซิลิก (PCA, Pyrrolidone Carboxylic Acid)
เกิดจากการเปลี่ยน Glutamic acid ในผิว
ทำหน้าที่ดึงและกักเก็บน้ำได้ดี
3. Lactic acid และเกลือของมัน
เป็นกรดอินทรีย์ที่ช่วยรักษา pH ผิวให้อยู่ในระดับอ่อน ๆ และเพิ่มความชุ่มชื้น
4. Urea
มีคุณสมบัติทั้ง humectant และช่วยผลัดเซลล์ผิวบางส่วน
5. Electrolytes
เช่น Sodium, Potassium, Calcium, Magnesium, Chloride, Phosphate
ช่วยในสมดุลเกลือแร่และความดันออสโมซิสของผิว
6. ส่วนประกอบอื่น ๆ
Glycerol (กลีเซอรอลจากการสลายไขมันผิว)
Citric acid และกรดอินทรีย์อื่น ๆ ในปริมาณเล็กน้อย
📌 สรุปสัดส่วนคร่าว ๆ ของ NMF ธรรมชาติในผิว
Amino acids ~ 40%
PCA ~ 12%
Lactic acid และเกลือ ~ 12%
Urea ~ 7%
Electrolytes และสารอื่น ๆ ~ 18–20%
ถ้าผิวขาด NMF → ผิวจะแห้ง ลอก ขาดความยืดหยุ่น และ barrier ผิวอ่อนแอได้ง่าย
09/08/2025
สมัยก่อน "30 ยังแจ๋ว"
แต่ปัจจุบัน "50 ยังแจ๋ว" ไม่ใช่เรื่องแปลก !
ความลับง่ายๆ คือ ดูแลตัวเอง ***** ฟีโลเมนเซรั่ม คือ 1 ในตัวช่วยนั้น *****
08/08/2025
สูตรลับ ! ค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ และกำลังเป็นกระแสวิธีการล้างหน้า ถูหน้าเบาๆ ด้วยปลายนิ้วตามทิศทางลูกศร และการทาครีมหลังล้างหน้าตามแนวลูกศรเช่นกัน
เพื่อนๆ ลองนำวิธีนี้ไปใช้ดูนะคะ เห็นผลอย่างไร ลองมาคอมเม้นส์กันได้เลย
08/08/2025
ฟีโลเมนเซรั่มขวดดำ สูตรเจลใสเนื้อน้ำอ่อนโยน ดูแลปัญหาจากสาเหตุที่เกราะป้องกันผิว พร้อมทำความสะอาดอย่างล้ำลึก ไม่ทำให้ผิวหน้ามัน
สนใจสินค้า https://s.shopee.co.th/2VfPnMiqIy
05/08/2025
“มอยเจอร์ไรเซอร์” (Moisturizer) ที่มีประสิทธิภาพจริง ไม่ใช่แค่ "เนื้อครีมที่รู้สึกชุ่มชื้น" แต่ต้องมี องค์ประกอบหลัก ที่ช่วยแก้ปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ หรือ Barrier อ่อนแอ อย่างแท้จริง
✅ องค์ประกอบของมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ดี ควรมี 3 กลุ่มหลัก :
1. Humectants (สารดึงน้ำสู่ผิว)
ช่วยดึงความชื้นจากชั้นล่างของผิวหรืออากาศเข้าสู่ผิวชั้นนอก
ตัวอย่างเช่น : Glycerin , Hyaluronic Acid / Sodium Hyaluronate , Sodium PCA , Propanediol , Urea , Panthenol (Provitamin B5) , Allantoin
2. Emollients (สารทำให้ผิวนุ่ม ลื่น)
ช่วยเติมไขมัน/น้ำมันให้ผิว ลดความรู้สึกแห้งตึง ผิวลื่นขึ้น
ตัวอย่างเช่น : Squalane , Caprylic/Capric Triglyceride (CCT) , Jojoba oil , Shea Butter , Dimethicone, Cetyl Alcohol , Cetearyl Alcohol
3. Occlusives (สารเคลือบล็อกไม่ให้น้ำระเหย)
สร้างฟิล์มบาง ๆ บนผิว เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากผิว
ตัวอย่างเช่น : Petrolatum (วาสลีน) , Mineral oil , Lanolin , Dimethicone , Beeswax
✳️ ถ้าผิวมัน/เป็นสิวง่าย → ใช้มอยเจอร์ที่เน้น Humectant + Emollient บางเบา เลี่ยง occlusive หนัก ๆ อย่าง petrolatum
✳️ ถ้าผิวแห้ง/แพ้ง่าย → ใช้แบบที่มีทั้ง 3 กลุ่มครบ โดยเฉพาะ occlusive ที่ช่วยเคลือบผิว
✅ องค์ประกอบเสริมที่น่าสนใจ
Ceramides – ช่วยเสริมชั้นไขมันในผิว (skin barrier)
Niacinamide – เสริม barrier และลดการสูญเสียน้ำ
Cholesterol + Fatty acids – ช่วยซ่อมผิวคล้ายไขมันในชั้นผิว
Anti-inflammatory – เช่น allantoin, panthenol ลดอาการแดง-แสบ
เร็วๆ นี้ ฟีโลเมนจะแนะนำสุดยอด มอยเจอร์ไรเซอร์ที่เพิ่งคลอดมาใหม่ ติดตามได้ที่นี่
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ทีมทำอาหาร
เสื้อผ้า
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
สำเพ็ง 2
Bangkok
10150
