Tyffvathu
Studying gastronomy 🍄🟫
เป้าหมายคือเที่ยวรอบโลก
เพื่อสะสมความรู้ด้านวัตถุดิบ และ เรื่องราวของเมือง
For collaborations — Line @tyffyt
30/03/2026
แม้แต่ สถานที่สำคัญอย่าง Vienna State Opera ก็มีรังผึ้งบนดาดฟ้า 🇦🇹✨
และน้ำผึ้งที่ได้ก็ถูกเก็บเกี่ยวมาใช้จริงในเมือง
ไว้จะรวบรวมเรื่องราวของรสชาติ และ แหล่งของน้ำผึ้งทั้ง 23 เขตของเวียนนา มาเล่าให้ทุกคนได้อ่านค่ะ ขอทำรีเซิร์ชสักครู่
พร้อมบอกพิกัดซื้อ หากใครได้ไปเยือนเวียนนาค่ะ
25/03/2026
หาก Christmas คือบทสุดท้ายของปี เทศกาล Easter ก็คือการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต หลังจากฤดูหนาวที่ยาวนาน🪺🐰💐✨
คนไทยอย่างเราไม่ได้คุ้นเคยกับเทศกาล Easter กันเท่าไหร่ค่ะ เราอาจจะเคยเห็นในภาพยนตร์ผ่านตามาบ้าง แต่จริงๆแล้ว เทศกาลนี้ เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญมากที่สุด เหตุการณ์หนึ่งของชาวคริสต์
🥚✨ — ปกติแล้วเทศกาล Easter ในแต่ละปีช่วงวันจะไม่ซ้ำกันค่ะ เพราะเค้าจะอิงตาม ปฏิทินจันทรคติ โดยจะตรงกับวันอาทิตย์แรกหลังจากพระจันทร์เต็มดวง ที่เกิดขึ้นหลังวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ
🐰อย่างในวันอีสเตอร์ปีนี้ ตรงกับวันที่ 5 เมษายน ค่ะ🐰
วันศุกร์ที่ 3 เมษายน เป็นวัน Good Friday ร้านค้าแทบทุกร้าน ปิดแทบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารบางร้าน คาเฟ่บางร้าน ซูเปอร์มาร์เก็ต แหล่งช้อปปิ้ง หรือแม้แต่พิพิธภัณฑ์ เพราะวันนี้เป็นหนึ่งในวันสำคัญ เป็นเหตุการณ์ที่ชาวคริสต์นั้นต่างโศกเศร้ากันทั่วโลก เป็นวันที่พระเยซูสิ้นพระชนม์จากการถูกตรึงกางเขนอย่างทรมาน ในวันนี้จะมีพิธีตามจตุรัสเมืองต่างๆ และ ในโบสถ์ เราจะจะเห็นบรรยากาศที่เงียบ นิ่ง สงบ และโศกเศร้า
จากนั้นวันเสาร์ที่ 4 เมษายน จะเป็นวัน Holy Saturday เป็นหนึ่งวันที่เงียบสงบ เหมือนช่วงเวลาก่อนการเริ่มต้นใหม่จะมาถึง (ในวันนี้ร้านค้าอาจมีเปิดบ้างช่วงครึ่งวันเช้าค่ะ) ถ้าสังเกตช่วงเวลาสามทุ่มของวันเสาร์นี้ จะมีการตีระฆังโบสถ์ประกาศ การฟื้นคืนชีพของพระเยซู และในบางโบสถ์จะมีการจุดไฟใหญ่ หรือจุดเทียนในโบสถ์ ซึ่งหมายถึงแสงสว่าง ที่กลับมาในความมืดนั่นเองค่ะ
และในวัน อาทิตย์ที่ 5 เมษายน จะเป็นวัน Easter ซึ่งเป็นวันที่พระเยซูฟื้นคืนพระชนม์ ในความหมายของคนยุโรป วันนั้นก็คือ การเริ่มต้นใหม่ หลังจากช่วงเวลาที่เงียบสงบได้ผ่านไป ผู้คนในยุโรปมักจะเริ่มต้นวันด้วยการไปโบสถ์
จากนั้นก็จะใช้เวลากับครอบครัว ทานมื้ออาหารพิเศษร่วมกัน เด็ก ๆ จะมีการตามหาไข่อีสเตอร์ ที่ถูกซ่อนไว้ตามสวนหรือในบ้าน และหลายเมืองก็จะมี Easter Market ที่เต็มไปด้วยของตกแต่ง ขนม และบรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิ
_____________
สิ่งหนึ่งที่แปลกตาเมื่อเราไปเห็น นั่นก็คือ Easter Lamb Cake หรือ เค้กรูปแกะค่ะ
🥚 ไข่ หมายถึง การเริ่มต้นใหม่
🐰 กระต่าย หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์
🐑 แกะ หมายถึง ความบริสุทธิ์
🐑✨ — เค้กรูปแกะ เป็นขนมดั้งเดิมของยุโรปกลาง ในศาสนาคริสต์แกะนั้นเชื่อมโยงกับ Lamb of God (ที่ไม่ใช่วงดนตรีเมทัล) แต่หมายถึง พระเยซูผู้เสียสละ มักกินวันอาทิตย์อีสเตอร์ค่ะ
บรรยากาศของในตัวเมืองยุโรปช่วงนี้ก็จะมีแต่ความสดใสค่ะ หลายๆบ้าน หรือตามร้านค้าตกแต่งด้วย ไข่ที่วาดลวดลายต่างๆ ตุ๊กตากระต่าย ดอกไม้ มีการจำหน่ายไข่ที่ถูก วาดโดยศิลปิน หรือช่างฝีมือท้องถิ่น (folk art)
ที่ถูกวาดลวดลายอย่างตั้งใจ แต่ละลายก็สะท้อนวัฒนธรรมของพื้นที่นั้น เหมือนเป็นงานศิลปะที่เล่าเรื่องของฤดูใบไม้ผลิ
__________________
🇦🇹✨— ปีที่แล้วเราได้มีโอกาสไปที่ Vienna และ Prague
โดยไม่ได้ตั้งใจเลยว่ามันจะตรงกับช่วง Easter พอดี
แต่พอได้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง
เราถึงเข้าใจว่า…ทำไมเทศกาลนี้ถึงมีความหมายกับคนที่นี่มากขนาดนั้น เมืองทั้งเมืองมันดู มีชีวิต
จากที่เคยเงียบในฤดูหนาว จู่ ๆ ก็เต็มไปด้วยสีของดอกไม้ และ ไข่อีสเตอร์หลากสี ผู้คนที่เริ่มออกมาใช้ชีวิตอีกครั้ง หลังจากผ่านฤดูหนาวที่ยาวนาน ❄️
22/03/2026
✨🍨 Gelato ถ้วยละเกือบ 300 บาท คุณภาพจริง หรือแค่ Overpriced?
สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาก ในฐานะที่เราเป็น Food Nerd และกำลังเรียนเพื่อศึกษาวัตถุดิบอาหารจากทั่วโลก โพสต์นี้เราจะมาไขข้อข้องใจในความ “แพง” ที่คุณผู้อ่านสามารถตัดสินได้ด้วยตนเองว่า มันคุ้มค่า กับ เม็ดเงินที่คุณ ควรจ่ายหรือไม่
เริ่มจากที่เราได้อ่าน และ ฟังมาจากหลายๆสื่อ ถึงเรื่องราวของร้าน Parameter — พี่กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ได้ไปเรียนรู้การทำ Gelato ด้วยตนเองถึงอิตาลี เราสัมผัสได้ถึงความ Deep และความตั้งใจ ของพี่เค้าในการสร้างร้านนี้ขึ้นมามากๆ พอรู้ข่าวว่าเค้าเปิดร้านเราก็รีบไปอุดหนุนทันที ซึ่งก็ได้ชิมทั้งสองเมนู ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันค่ะ
________________
โดยปกติค่ะ ที่อิตาลีจะมีร้านไอศครีมหลากหลายที่เรียกตนเองว่า Gelato
▫️แต่…มันจะมีสักกี่ร้าน ที่เป็นของจริง?
เราอาจโดนร้านที่เป็น Tourist Trap ก็เป็นได้
เพราะ ด้วยต้นทุนวัตถุดิบ ที่ร้านต้องแยกรับในราคาที่สูง
Gelato แท้ๆนั้นส่วนประกอบจะมีแค่ นม + วัตถุดิบ
ไม่มีสารเสริม ไม่มีส่วนประกอบทดแทนเสริม
ไม่ปรุงแต่งกลิ่น และ ไม่ใส่สี
ทำให้ต้องใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงในปริมาณมาก
▫️แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า
แบบไหนที่เรียกว่า Gelato แท้ แบบดั้งเดิม?
สังเกตที่ เนื้อ และ สี ของ Gelato ค่ะ
เนื้อ Gelato ที่ดี จะแน่น เหนียว ไม่ฟู และ เหลว ละลายไว
เพราะต้องเสริฟในอุณหภูมิที่อุ่นกว่าไอศครีมทั่วไป
เมื่ออยู่ในภาชนะ ลักษณะจะไหล และแบนลง
ไม่ฟูพูนตั้งรูปเป็นภูเขาไฟ
ส่วนสี ต้องเป็นสีจริงของวัตถุดิบ ไม่มีการแต่งสีให้ดูสด
เราจึงเห็นว่า ในแทบจะทุกเมนู สีจะอ่อน และ หม่นเสมอ
ยิ่งในบางร้านที่กล้าเขียนว่า วัตถุดิบของตนเอง มาจาก Terrior ไหน ความเข้มข้นที่ใช้กี่ % นั่นละค่ะ
คือสิ่งที่บ่งบอกถึง ความคุณภาพดีของ Gelato
____________________
📖✨ — ทีนี้เรามาถึงตัวที่เป็นประเด็นกันค่ะ
นั่นคือ
Pistachio di Bronte DOP (พิสตาชิโอ)
Nocciola del Piemonte IGP (เฮเซลนัท)
เราจะไปช้าๆกันทีละตัวนะคะ
📖✨ — คำว่า IGP / DOP คืออะไร
▫️DOP ย่อมาจาก “Denominazione di Origine Protetta”
ซึ่งเป็นภาษาอิตาลี (แต่ถ้าเป็นฝรั่งเศสจะใช้คำว่า AOP)
เหมือนที่เราเห็นกันบนขวดไวน์ หรือ ก้อนชีส
คำนี้สื่อถึง วัตถุดิบที่ต้องปลูก และ แปรรูปในพื้นที่นั้นเท่านั้น
อย่าง Pistachio di Bronte คือพิสตาชิโอจากซิซิลี
นั่นหมายความว่า ถ้านอกปลูกนอกพื้นที่
และ มีขั้นตอนอื่นๆในการแกะ อบ บด นอกพื้นที่
จะไม่ใช่ พิสตาชิโอที่ได้รับ DOP
ซึ่งมันคือ “กฏหมาย” ที่คุ้มครองของวัตถุดิบในพื้นที่
▫️ส่วน IGP ย่อมาจาก Indicazione Geografica Protetta หมายถึง วัตถุดิบนั้น ต้องมาจากพื้นที่นั้นจริงๆ
แต่ขั้นตอนอื่นๆอาจนำไปทำที่อื่นได้ หรือเมืองอื่นได้
______________
ต่อมา..เราจะลงลึกกันถึง Terrior ( ดิน น้ำ ลม อากาศ แสงแดด แร่ธาตุ ที่ส่งผลต่อรสชาติของวัตถุดิบ ) กันแล้วนะคะ
▫️Pistachio di Bronte DOP — คือ
หนึ่งในพิสตาชิโอที่แพงที่สุดในโลก
(โดยปกติพิสตาชิโอเป็นถั่วที่มีราคาอยู่แล้ว)
แต่ในเมือง Bronte, Sicily ภูมิประเทศที่เค้าปลูก
มันเป็นดินภูเขาไฟ Etna พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ
มันเติบโตบนลาวาที่แข็งตัวแล้ว
ด้วยพื้นที่เป็นหินลาวา การปลูกมันเลยมีความยากมาก
นึกภาพตามนะคะ แค่เดินยังลำบากมาก
จะใช้เครื่องจักรในการช่วยปลูก หรือ เก็บเกี่ยวก็ไม่ได้
การเก็บจึงต้องเก็บด้วยมือทั้งหมด
ซึ่งเค้าใช้เวลาในการเก็บเกี่ยว 2 ปีครั้ง
นั่นหมายความว่า ปีแรก พักต้น ปีที่สอง เก็บเกี่ยว
สลับไปแบบนี้เรื่อยๆ ทำให้ได้ Supply
ในปริมาณที่น้อยมากตั้งแต่ต้น
เมื่อผลผลิตน้อย ราคาจึง “สูงมาก”
ตรงนี้ Note ไว้นะคะ
หลายคนที่ชิมแล้วบอกว่า
รสชาติมันก็ไม่เห็นจะอร่อยขนาดนั้น
ใช่ค่ะ เพราะ มันมีแค่นม + วัตถุดิบ
ร้านเขียนชัดเจนว่า 100% pure nut paste
โดยปกติแล้ว รสชาติของ Bronte pistachio
จะมีกลิ่นที่หอมแบบ roasted + earthy
และ ขมปลายนิดๆ ซึ่งไม่ใช่รสที่ทุกคนจะชอบทันที
แต่เป็นรสที่สะท้อน ดิน น้ำ แร่ธาตุ
ของพื้นที่นั้นหรือให้อธิบายง่ายๆก็คือ
“เรากำลังกินส่วนหนึ่งของโลก”
และคำว่า DOP มันมีกฏหมายคุ้มครองที่เข้มงวดมาก
ไม่สามารถนำมาสวมได้ ซึ่งในอาหารบางอย่าง
ห้ามมีการใช้ชื่อนั้นซ้ำเมื่อผลิตนอกพื้นที่นั้นๆเลยด้วยซ้ำ
พิมพ์ทีไรเริ่มยาวทุกที…
▫️ แต่เราขอมาต่อกันที่ Nocciola del Piemonte IGP กันต่อค่ะ
Nocciola del Piemonte IGP — คือ เฮเซลนัทจากแคว้น Piemonte ซึ่งอยู่ในอิตาลีตอนเหนือ (คนละ Terrior กับตอนใต้แล้วนะคะ)
ซึ่ง เฮเซลนัทตัวนี้ เค้าเป็นสายพันธุ์พิเศษ
ที่ชื่อว่า Tonda Gentile delle Langhe
ด้วย ดิน และ อากาศใน Langhe
ทำให้เฮเซลนัทชนิดนี้หอมแบบ Luxury
Buttery, Caramel นุ่มๆ ละมุนใจสุดๆ
จุดเริ่มต้นของ Nutella ก็ใช้ Nocciola ชนิดนี้เช่นเดียวกัน
เพราะบ้านเกิดของเค้า อยู่ใน Piemonte, Italy
ปัจจุบัน เค้าไม่ได้ใช้ตัวนี้เป็นหลักแล้ว
แต่อย่าลืมว่า ใน Nutella ยังมีสารผสมอื่นๆอีกเยอะทั้ง
น้ำตาล, น้ำมัน (palm oil), เฮเซลนัท, โกโก้ และ นมผง
มี เฮเซลนัทจริงๆอยู่แค่ประมาณ 13% เท่านั้น
ซึ่ง Nocciola หรือ เฮเซลนัท เมื่อลอกเปลือกออกมาแล้ว
ด้านในมันจะเป็นสีขาวครีมหม่นๆ
นั่นละค่ะ!!! เราถึงได้เห็น ไอศครีมเฮเซลนัทสีขาวหม่นๆ
ไม่ใช่ไอศครีมเฮเซลนัทสีน้ำตาล
เพราะเค้าไม่ได้ใส่ผงโกโก้เพิ่ม
มันคือ นม + 100% pure nut paste
_______________
💌 — เราเองก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในผู้บริโภค
ที่กำลังศึกษาเรื่องวัตถุดิบอาหาร
ไม่ใช่เชฟ ไม่ใช่คนในวงการอาหารอะไร
แต่มีความฝันที่จะเดินทางรอบโลก
เพื่อไปสัมผัสวัตถุดิบอาหารในหลายๆประเทศ
และ นำมาส่งต่อถึงคุณค่า ให้กับผู้อ่านทุกๆท่าน
เราจึงมีความเห็นส่วนตัวว่า
เมื่อเราทราบถึง ต้นทางของวัตถุดิบแล้ว สำหรับเรา
เรามองว่า มัน “สมเหตุสมผล” เหมือนกับหลายๆท่าน
ที่เลือกดื่มไวน์ DOP บางทานเลือกทาน ชีส DOP หรือ เนย AOP
เราว่า มันคือความชอบ ในวัตถุดิบ และ พื้นที่ปลูก
เลยไม่อยากให้ตัดสิน จากราคา ว่า มันแพงเกินไป
หรือมัน Overpriced แต่ทุกคนสามารถตัดสินใจได้
ว่าจะ เลือกทานหรือไม่ทาน
เราขอเป็นหนึ่งคน ที่ Support และ ให้กำลังใจ ทางร้าน Parameter และขอบคุณที่ทำให้เราได้ทาน Gelato แบบ Authentic โดยที่เราไม่ต้องบินไปไกลถึงอิตาลีค่ะ 🇮🇹
คลิปเต็ม — [EN SUB] แฮมหมูดำสเปน Iberico ที่กลิ่นหอมเหมือนถั่ว 🌰✨
ลูกโอ๊กจากป่าโอ๊ค คือสิ่งที่ทำให้ Jamón Ibérico มีรสชาติเข้มข้น และกลิ่นซับซ้อนคล้ายถั่ว จนกลายเป็นแฮมที่ผู้คนทั่วโลกยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแฮมที่ดีที่สุดในโลก
และนี่คือหนึ่งในเรื่องราวของ Origins of Taste
ซีรีส์ จาก Table & A Place
🇪🇸 Jamón Ibérico = เนื้อหมูดิบ?
จริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่หมูดิบ มันคือ เนื้อหมูที่ผ่านการถนอมอาหารด้วยเกลือและการบ่ม กระบวนการเรียกว่า dry curing ที่มีทั้งการใช้เกลือเพื่อดึงน้ำออกจากเนื้อ การล้างและพักเนื้อ และบ่มในห้องบ่มยาวนานเป็นปี จนรสชาติพัฒนาเหมือนชีสหรือไวน์
📖✨ — และนี่คือหนึ่งในเรื่องราวของ Origins of Taste — ซีรีส์ที่เราจะพาคุณออกเดินทางไปสำรวจว่า รสชาติของอาหารแต่ละอย่างนั้น แท้จริงแล้วเริ่มต้นมาจากที่ไหน
13/03/2026
🇪🇸✨ — ทำไม แฮม Ibérico ถึงได้มีชื่อว่า King of Ham?
เมื่อคุณไปถึงประเทศสเปน สิ่งแรกที่ผู้คนมักจะพูดถึง และชวนให้คุณลอง คือแฮมสเปนที่เรียกว่า Jamón Ibérico
คุณอาจคิดว่ามันคงเป็นเพียงแค่แฮมธรรมดา แต่ความจริงแล้ว รสชาติของมันเริ่มต้นจากสิ่งหนึ่งที่หลายคนคาดไม่ถึงนั่นก็คือ — ลูกโอ๊กค่ะ 🌰
ลูกโอ๊กจากป่าโอ๊ค คือสิ่งที่ทำให้ Jamón Ibérico มีรสชาติเข้มข้น และกลิ่นซับซ้อนคล้ายถั่ว จนกลายเป็นแฮมที่ผู้คนทั่วโลกยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแฮมที่ดีที่สุดในโลก
และนี่คือหนึ่งในเรื่องราวของ Origins of Taste
ซีรีส์จาก Table & A Place
__
Jamón Ibérico คือแฮมจากสเปน ที่ทำจากหมูสายพันธุ์ Iberian ซึ่งหมูสายพันธุ์ ตะนี้ถูกเลี้ยงแบบปล่อยในป่าต้นโอ๊ก
และ ป่านี้มีชื่อเรียกว่า dehesa forest
หมูหนึ่งตัวต้องใช้พื้นที่ป่าค่อนข้างมากในการเลี้ยง
เพราะมันถูกปล่อยให้เดินหากินตามธรรมชาติ
อาหารหลักของมันคือ “ลูกโอ๊ก Bellota” ที่มีไขมันชนิดหนึ่งสูงมาก ชื่อว่า กรดโอเลอิก (Oleic acid) เป็นไขมันชนิดเดียวกับที่พบมากใน น้ำมันมะกอก
ในช่วงฤดู ใบไม้ร่วง → ต้นฤดูหนาว
หมู Iberian จะถูกปล่อยให้เดินในป่าโอ๊ค
และกินลูกโอ๊กเป็นอาหารหลัก
ช่วงนี้เองที่หมูจะ สะสมไขมันจากลูกโอ๊กจำนวนมาก
ทำให้เนื้อหมูเกิด ไขมันแทรกละเอียดมาก (marbling)
และให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว
หลายคนบอกว่ามันมีกลิ่นคล้าย ถั่ว เนย หรือเฮเซลนัท
__
หลังจากนั้น Jamón Ibérico จะถูกนำไปบ่มในห้องที่เรียกว่า Bodega แฮมจะถูกบ่มเป็นเวลานานประมาณ 24–48 เดือน
ถ้านับตั้งแต่การเลี้ยงหมูในป่าโอ๊ค จนถึงการบ่มแฮมจนสมบูรณ์ Jamón Ibérico หนึ่งขา อาจใช้เวลารวมประมาณ 4–5 ปี
ผู้อ่าน หรือ นักชิมหลายคนยังคงเข้าใจว่า Jamón Ibérico = เนื้อดิบ
แต่จริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่เนื้อดิบ มันคือเนื้อหมูที่ผ่านการถนอมอาหารด้วยเกลือและการบ่ม กระบวนการเรียกว่า dry curing ที่มีทั้งการใช้เกลือเพื่อดึงน้ำออกจากเนื้อ การล้างและพักเนื้อ และบ่มในห้องบ่มยาวนานเป็นปี
__
วิธีการกินของ Jamón Ibérico ค่อนข้างเรียบง่าย
สามารถกินเปล่าๆ หรือกินกับขนมปัง มะเขือเทศ ลูกฟิก น้ำมันมะกอก และไวน์แดง หรือแม้แต่กับ Pasta,Risotto แทน Prosciutto เพื่อเพิ่มกลิ่น หรือ รสชาติ
ทริกการกินคือ คุณควรกินเมื่อมันอยู่ในอุณหภูมิห้องเพื่อให้ไขมันค่อย ๆ ละลายและปล่อยกลิ่นหอมคล้ายถั่วออกมาเต็มที่
ในในสเปนมีประโยคหนึ่งที่พูดกันว่า
“ถ้ามี Jamón Ibérico กับขนมปังดี ๆ
ก็ไม่ต้องการอะไรเพิ่มอีกแล้ว”
__
📖✨ — และนี่คือหนึ่งในเรื่องราวของ Origins of Taste
ซีรีส์ที่เราจะพาคุณออกเดินทางไปสำรวจว่ารสชาติของอาหารแต่ละอย่างนั้น แท้จริงแล้วเริ่มต้นมาจากที่ไหน
▫️ภาพประกอบสร้างด้วย AI เพื่อใช้ประกอบการเล่าเรื่อง
06/03/2026
🐟✨ — คนจำนวนมากคิดว่าปลาทูน่าทั้งโลก คือปลาสายพันธุ์เดียวกัน แต่จริง ๆ แล้ว ทูน่ากระป๋องไม่ได้มาจากปลาชนิดเดียวกัน บทความนี้เราเลยอยากชวนคุณมารู้จักว่า White tuna / Claro / Light tuna ต่างกันยังไง และทำไม ปลาทูน่ากระป๋องที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยที่สุด ถึงต้องเป็นของสเปน 🇪🇸
___________________
📖✨ — จริง ๆ แล้วทูน่ากระป๋อง
หลักๆมาจากปลาทูน่า 3 สายพันธุ์นี้ค่ะ
Albacore / Yellowfin / Skipjack
ชนิดที่เราคุ้นชิ้นกันทั่วไปอย่าง “นอติลุส หรือ ซีเล็ค“ นั้นมาจากปลา Skipjack ซึ่งเป็นทูน่าสายพันธุ์หนึ่งที่เรารู้จักกันในชื่อ “ปลาคัตสึโอะ” ของญี่ปุ่น
แต่ปลาทูน่าขาวอย่าง Albacore หรือ Bonito del Norte ในภาษาสเปนนั้นต่างกันออกไป หรือแม้แต่ Yellowfin เองก็มีความพิเศษเฉพาะตัวอยู่เช่นกัน
— แล้วทำไมปลาทูน่ากระป๋อง ต้องเป็นที่สเปน? 🇪🇸✨
จริงๆแล้ว สเปนเค้ามีวัฒนธรรมในการทำ “conservas” หรือที่เรียกว่าอาหารกระป๋องที่ขึ้นชื่อ และ เก่าแก่มานานกว่า 100-150 ปี โดยเฉพาะแถบ Galicia และ Basque Country
คนสเปนไม่ได้มองปลากระป๋องว่าเป็นอาหารถูก ๆ
แต่เป็น delicacy แบบเดียวกับชีสหรือไวน์ เพราะฉะนั้นเวลาที่คุณไปทานร้าน tapas ดี ๆ คุณจะเห็นว่า เค้าเลือกใช้ทูน่ากระป๋องดีๆเสิร์ฟเป็นจานหลักเสมอ
—————————
เพราะฉะนั้น เวลาที่คุณเห็นคำว่า
White tuna / Claro / Light tuna
มันไม่ได้เป็นแค่ชื่อเรียกบนฉลาก
แต่มันหมายถึง สายพันธุ์ของปลา ที่แตกต่างกัน
🐟✨Albacore (White tuna)
เนื้อ สีขาวอ่อน เรียงเป็นเส้นสวย
ไขมันมากกว่า จึงนุ่มและมันกว่า
รส สะอาด ละมุน ไม่คาว
มักใช้ใน conservas คุณภาพสูงของสเปน เช่น Bonito del Norte
💌 ความเห็นของเรา : ถ้าให้เทียบกับเนื้อ มันคือเนื้อคุณภาพดีที่สุดที่มันแทบไม่ต้องปรุงอะไรเลย และ คุณไม่ควรปรุงมันด้วย เพราะความอร่อยของมันนั้นล้ำลึกอยู่แล้ว ความเค็มบางๆ กับเนื้อปลาที่นุ่มจนแทบละลายในปาก มันทำให้คุณลืมปลากระป๋องแทบทุกชนิดบนโลกไปได้เลย โดยเฉพาะ ถ้าคุณได้ลองทานปลาทูน่าขาวของ Ortiz
⸻
🐟✨Claro (Yellowfin)
เนื้อแน่นกว่า มีสีชมพูที่เข้มกว่า มีรสชาติของทะเลชัดกว่า albacore ไขมันปานกลาง เนื้อจึงนุ่มปานกลาง
มักใช้ใน ทูน่ากระป๋องพรีเมียมทั่วไป และใช้ทำ Poke / Sanwich
💌 ความเห็นของเรา : ปลาทูน่าครีบเหลืองมีรสชาติที่เข้มข้นกว่า เนื้อแน่น แต่ก็แห้งกว่า ไม่ Juicy เท่ากับปลาทูน่าขาว ด้วยความที่เนื้อเค้าแน่น สามารถนำมาปรุงเพิ่มกับมายองเนส และ ทำ Tuna melt sandwich หรือ Tuna Salad ได้ดีมากๆ
⸻
🐟✨Light Tuna (Skipjack หรือ ปลาคัตสึโอะ)
เป็นปลาทูน่าสายพันธุ์เล็ก โตไว เนื้อ ร่วน แห้งกว่า ไขมันน้อย และมีกลิ่นปลาที่แรงกว่า
เป็นปลาที่ใช้ในทูน่ากระป๋อง mass market
และ คัตสึโอะบูชิของญี่ปุ่น
💌 ความเห็นของเรา : คือ Comfort food ของคนเอเชีย ราคาเข้าถึงง่าย ปรุงอาหารได้หลากหลาย ทำข้าวผัด คลุกมายองเนส ทำเป็นซูชิ ทำยำ หรือ ผัดไข่ก็อร่อยทุกเมนู
______________________
และเช่นเคย ถ้าเราไม่เล่าถึงวัฒนธรรม และเรื่องราวเบื้องหลังของแต่ละแบรนด์ นั่นก็คงไม่ใช่บทความของเราแน่ ๆ
🇪🇸 OLASAGASTI (เราไปได้สองกระป๋องนี้มาที่ฮ่องกงค่ะ) —เรียกได้ว่าเป็นงานคราฟในกระป๋อง Basque Country เป็นแหล่งวัฒนธรรมอาหารทะเลสำคัญของสเปน มีความเชี่ยวชาญในการทำปลาทูน่าแบบดั้งเดิมของชาว Basque ความพิเศษคือ เนื้อปลาจะถูกนำไปนึ่งก่อน (pre-cook) แล้วจึงแล่ และเรียงด้วยมือ จากนั้นจึงใช้น้ำมันมะกอกเป็นตัว preserve แบรนด์นี้จะมีทั้งปลาทูน่าขาว และ ปลาทูน่าครีบเหลืองค่ะ
🇪🇸 ORTIZ (มีขายที่ไทยอย่าง Gourmet Market สาจาใหญ่ๆ) —ถือว่าเป็น Icon ของ Conservas จาก Basque Country จุดเด่นของแบรนด์คือการใช้ Bonito del Norte (Albacore) ที่จับเฉพาะช่วงฤดู ซึ่งปลาจะมีไขมันและเนื้อที่สมบูรณ์ที่สุด
กระบวนการผลิตยังคงใช้วิธีดั้งเดิมเช่นเดียวกับ OLASAGASTI แต่สิ่งที่ทำให้ Ortiz แตกต่างคือ aging in oil ปลาทูน่าจะถูกพักในน้ำมันมะกอกหลายเดือนเพื่อให้เนื้อปลานุ่มขึ้นและรสชาติกลมกล่อมขึ้น
🇪🇸 DANI (มีขายที่ Tops Foodhall และ Gourmet Market) —Premium Mass Conservas ของสเปน
แบรนด์นี้ผลิตอาหารทะเลกระป๋องหลายชนิด ทั้งปลาทูน่า ซาร์ดีน และหอยต่างๆทูน่าที่ใช้ส่วนใหญ่คือ Yellowfin (Atún Claro) ซึ่งมีเนื้อแน่นและสีเข้มกว่า Albacore กระบวนการผลิตเป็น industrial scale มากกว่า จึงทำให้ราคาย่อมเยากว่าแบรนด์ craft อย่าง Ortiz
🇹🇭 SEALect / Nautilus —Tuna Industry ของไทย
ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน ผู้ผลิตทูน่ากระป๋องรายใหญ่ที่สุดของโลก แบรนด์อย่าง Sealect หรือ Nautilus มักใช้ปลา Skipjack ซึ่งเป็นปลาทูน่าที่ตัวเล็ก โตเร็ว และมีจำนวนมากในมหาสมุทร ทำให้เนื้อปลามีลักษณะ ร่วนกว่า ข้อดีคือราคาประหยัดและเหมาะกับการนำไปทำอาหารหลายแบบ เช่น สลัด ยำ หรือพาสต้า
_____________________
💌✨และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไม ทูน่ากระป๋องจากสเปนถึงได้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เพราะสำหรับคนสเปน ปลากระป๋องไม่ใช่อาหารราคาถูก แต่มันคือวัฒนธรรมของ conservas ศิลปะการถนอมอาหารทะเลที่มีประวัติยาวนานกว่าร้อยปี
สำหรับเราแค่มีปลาทูน่ากระป๋องดี ๆ เพียงกระป๋องเดียว
กับขนมปังกรอบๆ และ น้ำมันมะกอก ก็สามารถเป็นหนึ่งในมื้ออาหารที่ดีที่สุดได้เลยค่ะ 🥰
04/03/2026
🍄🟫✨— “หน่อไม้ฝรั่ง และ เห็ดมอเรล” คู่หูของฤดูใบไม้ผลิในยุโรป 🇪🇺✨
เดือนมีนาคม คือ “จุดเปลี่ยนผ่าน” ของฤดูกาลยุโรปอย่างแท้จริง จากความหนาวเหน็บ เริ่มมีแสงแดดอุ่นๆ โดยเฉพาะยุโรปตอนกลาง จุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ ไม่ใช่ดอกไม้ที่เบ่งบาน แต่มันคือ “หน่อไม้ฝรั่ง และ เห็ดมอเรล”
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดอกไม้เริ่มบานก็จริง
แต่สำหรับคนที่รักอาหาร และเป็น Gastronomy Explorer อย่างเรา สัญญาณของฤดูใหม่ไม่ได้อยู่แค่ในทุ่งดอกไม้ แต่มันยังอยู่บนจานอาหาร และบนชั้นวางในตลาดเกษตรกรด้วย
________________
ปีที่แล้วเราได้มีโอกาสไปเยอรมนีช่วง Spargelzeit หรือฤดูหน่อไม้ฝรั่งขาว และเพิ่งเข้าใจจริง ๆ ว่าคำว่า “รอฤดู” นั้นมีความหมายแค่ไหน
หลัก ๆ หน่อไม้ฝรั่งในยุโรปมี 3 สีค่ะ
Green asparagus
White asparagus
Purple asparagus
🌱✨ — หน่อไม้ฝรั่งขาวกับหน่อไม้ฝรั่งเขียว จริง ๆ แล้วคือพืชชนิดเดียวกัน แต่ต่างกันที่วิธีปลูก
หน่อไม้ฝรั่งขาวต้องปลูกใต้ดิน กลบดินให้สูง หรือคลุมหน้าแปลง เพื่อไม่ให้โดนแสง เพราะทันทีที่สัมผัสแสง มันจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว กลายเป็นหน่อไม้ฝรั่งเขียวทันที
🌱✨ — ส่วน หน่อไม้ฝรั่งสีม่วง อันนี้จริงๆเป็นที่สายพันธุ์ค่ะ
อย่างสายพันธุ์ดังจากอิตาลี Violetto d’Albenga
สีม่วงนั้นเกิดจากสาร anthocyanin เหมือนกับใน
บลูเบอร์รี่ องุ่น หรือ กะหล่ำม่วง รสชาติ จะมีความหวาน
นุ่ม และขมน้อยกว่าหน่อไม้ฝรั่งทั่วไป เชฟ ส่วนมากนิยมนำไปทำสลัด ทานดิบกับน้ำมันมะกอก เพราะเมืื่อเอาไปโดนความร้อนแล้ว สีม่วงจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว เพราะ anthocyanin สลายตัว
ที่คนเยอรมันคลั่งไคล้หน่อไม้ฝรั่งสีขาวมาก นั้นเป็นเรื่องราวที่มีเหตุผลค่ะ
White asparagus จะมีฤดูที่สั้นมาก มีแค่เฉพาะเดือนเมษายน – มิถุนายน เมื่อถึงวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นวัน St. John’s Day ก็จะหยุดเก็บทันที เพื่อให้ต้นได้พักฟื้นสำหรับปีถัดไป ชาวยุโรปเลยเรียกช่วงนี้ว่า ”Spargelzeit = ฤดูหน่อไม้ฝรั่ง“
และหน่อไม้ฝรั่งก็ยังเคยเป็นอาหารของชนชั้นสูงในยุโรปด้วย เพราะด้วยความที่มันปลูกยากกว่า ต้องขุดทีละหน่อและเก็บเกี่ยวด้วยมือ ปัจจุบันในเยอรมนี พอถึงช่วงนี้แล้วในซุปเปอร์มาร์เก็ตก็จะมีหน่อไม้ฝรั่งขาวขายเต็มไปหมด
ในร้านอาหารก็จะมี Spargel menu เป็นเมนูพิเศษประจำช่วงฤดูกาลด้วยค่ะ
🍄🟫✨ — Morel เป็นหนึ่งในเห็ดป่าที่มีค่าที่สุดในอาหารยุโรป และมักถูกมองว่าเป็น สัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ เหมือนกับ white asparagus เลยค่ะ
เห็ดมอเรล เป็นเห็ดป่าฤดูใบไม้ผลิที่เติบโตหลังหิมะละลาย เมื่อดินเริ่มอุ่นและความชื้นพอดี มันมีช่วงเวลาเพียงสั้น ๆ ในการปรากฏตัว ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงต้อง เก็บจากป่า (foraging)
เพราะการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ทำได้ยากมากเลยทำให้มันมีราคาสูงถึง 100€ / กิโลกรัม หากเป็นเห็ดแห้ง ราคาจะสูงถึง 200-600€ / กิโลกรัม
🇫🇷✨ — ในฝรั่งเศสถือว่า มอเรลเป็นเห็ดระดับ fine dining
ที่มีราคาสูงและเป็นที่ต้องการมาก
เห็ดมอเรลมีกลิ่นดินชัด earthy nutty และมี umami ที่ลึก วิธีทำคือ —ต้องผ่าครึ่งก่อนปรุงเพื่อเอาทรายออก
และต้องปรุงสุกเสมอ (ไม่สามารถทานดิบได้)
ส่วนมากจะถูกนำไปทำ Risotto, Pasta หรือ Sautéed (การผัดด้วยน้ำมันหรือเนยเล็กน้อย เพื่อให้ด้านนอกสุกเร็ว แต่ยังคงความชุ่มฉ่ำของวัตถุดิบ)
แต่เห็ดที่พบในตลาดยุโรปส่วนมากนำเข้ามาจากตุรกีหรือยุโรปตะวันออกนะคะ สภาพภูมิอากาศบ้านเค้าเหมาะสมสำหรับการเติบโตมากกว่าในภูมิภาคอื่นๆค่ะ
_________________
🔍 — แล้วทำไมเห็ด Morel ถึงต้องมาคู่กันกับ white asparagus?
เพราะวัตถุดิบทั้งสองอย่างนี้มักมาในช่วงเดียวกันของปี
เลยกลายเป็น pairing ธรรมชาติของฤดู
ร้านอาหาร fine dining หลายแห่งจะทำเมนู
white asparagus + morel + hollandaise
เสิร์ฟในร้านด้วยค่ะ
_______________
💌✨ — โดยเฉพาะในยุโรปตอนกลางและตอนใต้ อย่างเยอรมนี ออสเตรีย อิตาลี ฝรั่งเศส หรือสเปน การกินตามฤดูกาลไม่ใช่เป็นเพียงแค่แนวคิด หรือ กระแส แต่มันเป็นวัฒนธรรมที่ฝังอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนเหล่านั้น
ร้านอาหาร fine dining มักเปลี่ยนเมนูตามฤดูกาล
ตลาดท้องถิ่นวางพืชผักตาม season
ของบางอย่างจะถูกมองว่า ผิดที่ ผิดเวลา หากกินนอกฤดู
แม้จะไม่ใช่ทุกคนที่เคร่งครัด 100%
แต่มันคือความรู้สึกร่วมที่ซึมลึกอยู่ในสังคมการกิน
ถ้าคุณอยากสัมผัสวัตถุดิบอาหารประจำฤดูกาลเหล่านี้จริง ๆ ช่วงเมษายน–พฤษภาคมคือเวลาที่ดีที่สุด ลองเดินตลาดท้องถิ่นในเยอรมนีหรือออสเตรีย มองหาป้าย Spargelzeit และเลือกร้านเล็กๆ ที่ไม่ใช่ tourists trap รับรองว่าคุณจะได้ลองลิ้มชิมรสของตามฤดูกาลอย่างแน่นอนค่ะ ❤️
23/02/2026
🇯🇵✨ ทำไมเนยญี่ปุ่นถึงต้องเป็นฮอกไกโด? บทความนี้เราจะมา Random Trying local butter in Hokkaido กันค่ะ
แต่ก่อนจะไปอ่านต่อ ขอเตือนหนึ่งเรื่องสำคัญมาก — ถ้าคุณไปเที่ยวต่างประเทศ “เนยต้องโหลดใต้เครื่องเท่านั้น”
เพราะเนยถูกจัดเป็นของเหลวถ้าหิ้วขึ้นเครื่อง โดนทิ้งแน่นอน จำไว้ให้ขึ้นใจนะคะ 🥲
______________________
🧈✨ —ทำไมคนญี่ปุ่นถึงพูดว่า “เนยคุณภาพดี ต้องเป็นเนยที่ฮอกไกโด”
นั่นเป็นเพราะ ฮอกไกโดสภาพอากาศใกล้เคียงกับยุโรป
หญ้าจึงมีคุณภาพดี วัวเลยมีสุขภาพที่ดีตาม
ฮอกไกโดผลิตนมมากกว่าครึ่งของญี่ปุ่น มาตรฐานเลยค่อนข้างเข้ม คุณภาพนมก็เลยเสถียรกว่าภูมิภาคอื่น จึงทำให้ได้รสชาติที่อร่อยกว่า หวานกว่า มีกลิ่นหอมมันกว่านั้นเองค่ะ
_______________
ถ้าใครที่ไปเที่ยวฮอกไกโด จะเห็นได้ว่าเนยมีหลายแบบมากๆ
ซึ่งเราเองก็ไม่สามารถลองได้ทั้งหมดจริงๆค่ะ 🥲
เลยเลือกมาแบบสุ่มๆ ซึ่งรสชาติ | กลิ่น | Body ของแต่ละตัว
ก็ค่อนข้างที่จะแตกต่างกันพอสมควรจนเราจับสังเกตได้
เราเลยเขียนสรุปสั้นๆว่าแต่ละตัวมีความต่างกันยังไง
และ แต่ละตัวควรใช้กับอาหารแบบไหนบ้าง
🐄 — ถ้าคุณอยากได้เนยที่กินทุกวัน และ ไม่เลี่ยน
”Hokkaido Butter“ กระป๋องรูปวัว ตัวพื้นฐานที่ทุกบ้านต้องมี
เนยมีกลิ่นนมสะอาด ไม่มีกลิ่นสาบ เนื้อไม่หนัก เบานุ่ม ละมุนลิ้น ละลายง่าย เค็มเบาๆ
เหมาะกับการทำอาหาร ไข่คน ข้าวผัด เนื้อต้มมันฝรั่ง สปาเกตตี้ ซุป อาหารญี่ปุ่นทุกชนิดที่มีเนยเป็นส่วนประกอบ หรือแม้แต่โทสต์ง่ายๆ
💌 เป็นรสชาติที่ simple ที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็น hokkaido จริงๆ
__________________________
🐄 — แต่ถ้าถ้าคุณอยากได้ความหอมมันขึ้นอีกนิด
“Hakodate Butter” กระป๋องน้ำเงิน เนยประจำโต๊ะอาหารของคนญี่ปุ่น
เนยสไตล์ญี่ปุ่นยุคแรกที่ปรับมาจากเนยยุโรป ตัวนี้ body จะแน่นกว่าตัวแรก กลิ่นหอมเหมือนกับนมอุ่น และมีความครีมที่ชัดขึ้น มีความเค็มมากกว่าตัวแรก แต่เป็นเค็มที่นัว และ อร่อยมากๆ
เหมาะประจำโต๊ะอาหาร ขนมปังทาเนย+แยม ทานเป็นแซนวิช อาหารเช้า หรือบางทีคนญีปุ่นก็เอาไปทานกับข้าวร้อนๆ + ไข่ดิบ ทำให้อาหารครีมมี่ขึ้น แต่ไม่เลี่ยน
💌 รสชาติเข้มข้น หอมนมอุ่น ช่วยทำให้มื้อเช้าง่ายๆอร่อนขึ้น
__________________________
🐄 — แต่หากถ้าคุณเป็นคนไม่ชอบความเลี่ยน
เลือก ”Trappist Butter“ เนยจากอารามคาทอลิก Trappist Monastery
ซึ่งนักบวชในอารามทำผลิตภัณฑ์นม (เนย คุกกี้ ฯลฯ) เป็นรายได้เลี้ยงชุมชน เลยกลายเป็นแบรนด์ที่มีเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์ชัด
กลิ่นของเนยตัวนี้จะเบาบาง รสกลางๆโทนสะอาดสไตล์เนยยุโรปยุคเก่า ที่มีความเค็มน้อย ใช้กินกับขนมปังแทนซอส เป็น sweet cream butter มากกว่าจะเป็นเนยหมักแบบฝรั่งเศส ข้อดีก็คือ กลิ่นเนยไม่ไปกลบวัตุดิบอื่น
เหมาะกับ ขนมปัง sourdough baguette bagel หรือขนมปังที่มีเนื้อแห้ง เนยจะไปทำให้เนื้อขนมปังนุ่มละมุนขึ้น หรือจะเอาไปทำมันฝรั่งอบก็เข้ากันได้ดี
💌 สายขนมปังยุโรปต้องหลงรัก
__________________________
🐄 — ถ้าคุณเป็นสายทดลองรสชาติ และ ชอบเนยแบบ artisan จริงจัง “Yamanaka Dairy Farm” กระป๋องแดง เหมาะกับคุณที่สุด
เป็นเนยจากฟาร์มเล็กๆที่มีฟาร์มนมเป็นของตัวเองในโอตารุ ฮอกไกโด ทำแบบ small batch กลิ่นหอมลึก โทน salted caramel มี mouthfeel ที่เคลือบปากชัด
ตัวนี้ไม่เหมาะกับการทำอาหาร แต่เหมาะกับการทานแบบ butter tasting หรือทาลงบนขนมปังอุ่นๆ ความร้อนจะยิ่งดึงรสชาติ และ กลิ่นของเนยให้พุ่งขึ้น
💌 สำหรับคนที่ชอบเทสต์วัตถุดิบอาหาร และ ชอบรสชาติที่เข้มข้น พรีเมียม
__________________________
🐄 — ถ้าคุณอยากลองเนยหมัก แต่ไม่อยากได้กลิ่นที่แรงเกินเหมือนเนยยุโรป ให้เลือก “Yotsuba Fermented Butter” กระปุกพลาสติกทรงรี
ที่ใช้วิธีหมักครีมก่อนนำไปปั่นเป็นเนย ตัวนี้กลิ่นนมชัดเจน Texture แน่นกว่าเนยทั่วไปในญี่ปุ่น ไม่ Fluffy แต่เป็นครีมเนื้อหนา โทนกลิ่นจะติดเปรี้ยวนิดๆคล้ายโยเกิร์ต ผสม ถั่ว คนที่ชอบเนย Enrich จะรู้สึกว่าตัวนี้นุ่มนวลกว่า เค็มต่ำ และ เปรี้ยวอ่อน
เหมาะกับ ขนมปัง sourdough หรือการอบ financier
💌 ให้ความรู้สึกเหมือนเนยหมักฝรั่งเศสที่ละมุนกว่า
__________________________
Note : ส่วนใหญ่เนย Hokkaido จะเป็นแบบ unsalted
แต่รุ่นที่เราลองเป็นแบบใส่เกลือ (salted butter)
ให้ความเค็มเบาๆ แบบนัว ไม่เค็มโดด ทำให้รสชาติอาหารกลมขึ้นโดยไม่กลบรสหลัก
✨ —วิธีสังเกตเนย
有塩 = salted
無塩 = unsalted
🧈 Sweet cream butter = เนยครีมสด ไม่หมัก
🧈 Cultured butter = เนยหมัก มีกลิ่นเปรี้ยวอ่อน ๆ
________________________
📖✨— แล้วทำไมเค้าถึงผลิตเนยในรูปแบบกระป๋อง
ทำไมเค้าถึงไม่ห่อกระดาษเหมือนเนยประเทศอื่นๆในแบบที่เราเห็นกัน
โดยปกติเนยเป็นวัตถุดิบอาหารที่ดูดกลิ่นเก่งมาก
ตู้เย็นในบ้านญี่ปุ่นจะมีทั้งปลา สาหร่าย มิโสะ
ถ้าแพ็กเกจกันกลิ่นไม่ดี กลิ่นจะฝังติดลงไปที่เนยทันที
สรุปแล้ว แพคเกจแบบกระป๋องนั้นช่วยกันกลิ่น
อีกทั้งยังกันกระแทกจากการขนส่ง และยังใช้ซ้ำได้
ซึ่งตรงกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ต้องสวย แข็งแรง ใช้ซ้ำได้ และให้เกียรติผู้รับนั่นเองค่ะ
🇯🇵✨ — สรุปว่า เนยฮอกไกโดไม่ได้พิเศษเพราะมันคือของขึ้นชื่อ แต่มันพิเศษเพราะระบบการเลี้ยง วัฒนธรรม และรสนิยมของคนที่นี่ และเมื่อเราเข้าใจความต่างของแต่ละกระป๋อง เราก็จะกินเนยอย่างเข้าใจ และ มีความหมายมากขึ้น
ครั้งหน้าถ้าคุณไปถึงฮอกไกโดจริง ๆ
คุณจะไม่ได้ยืนงงหน้าชั้นเนยอีกต่อไป
เพราะตอนนี้คุณเลือกเป็นแล้ว 🧈✨
19/02/2026
เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ ทุกคนสะสมอะไรกันคะ หนึ่งในของสะสมของเรา คือ “เกลือ” ค่ะ วันนี้เราเลยหยิบเกลือจาก Westfjords ทางเหนือของไอซ์แลนด์ 🇮🇸✨ มาเล่าให้ฟังว่า มันต่างจากเกลือในครัวเรายังไง — และควรใช้ตอนไหน
📖✨ — Nordur Salt เป็นเกลือทะเลที่ผลิตด้วยวิธีโบราณแบบไวกิ้ง โดยการต้มน้ำทะเลสด ๆ ด้วยพลังงานความร้อนใต้พิภพ (geothermal) อธิบายง่ายๆก็คือเค้าใช้พลังงานธรรมชาติของโลก และยังถูกจัดเป็นหนึ่งใน sea salt ที่ sustainable ที่สุดในยุโรปเลยค่ะ
พื้นที่ผลิตของเค้าอยู่ที่ Westfjords เป็นบริเวณที่แทบไม่มีอุตสาหกรรม ไม่มีแม่น้ำใหญ่ และไม่มีการเกษตร น้ำทะเลจึงไม่มีตะกอน แบคทีเรียต่ำมาก และมีแร่ธาตุที่สมดุลอยู่มาก
สิ่งที่ต่างจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความพรีเมียม
แต่มันคือ ความรู้สึกเวลาโรยบนอาหารค่ะ
❄️✨ — และเหตุผลที่เค้าเรียกว่า Sea salt flakes
ก็เพราะว่าผลึกเกลือชนิดนี้ จะก่อตัวเป็นชั้นลอยอยู่บนผิว เหมือนกับแผ่นน้ำแข็งบางๆ ความรู้สึกเวลาทานจะแตกเบา เค็มกระจาย รสชาตินุ่มไม่เค็มกระแทก
เพราะฉะนั้นมันไม่ได้ใช้เพื่อทำให้อาหารมีรสเค็ม
แต่ใช้เพื่อ “ทำให้อาหารอร่อยขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มเกลือ”
และ นี่คือเหตุผลที่เชฟใช้เป็น finishing element ( หรือเรียกว่าการโรย เพื่อจบจาน)
________________________
🧂✨ — ส่วนตัวเราเก็บสะสม และ เพื่อใช้จริงในครัว มาได้ทั้งหมด 4 ชนิดและ เกลือแต่ละชนิดทำหน้าที่ต่างกันเช่นกัน
▫️Arctic Sea Salt Flakes — ทำหน้าที่ขยายรสโดยไม่เพิ่มความเค็ม เหมาะกับปลา ผักย่าง ไข่ และขนมปังกับเนย หรือ น้ำมันมะกอก
▫️Smoked Sea Salt — รมควันด้วยไม้เบิร์ชและโอ๊ค ให้กลิ่นคล้ายอาหารย่าง ใช้เพิ่มมิติให้วัตถุดิบที่ไม่ได้ผ่านไฟ เหมาะกับโรยเนื้อย่างหลังสุก ไข่ เห็ด มันบด ขนมช็อคโกแลต หรือ คาราเมล
▫️Blueberry Salt — ผสมบลูเบอร์รี่ป่า ให้ความเปรี้ยวหวานเพื่อตัดความเลี่ยน คล้ายการใช้ผิวส้มในอาหารคาว เหมาะกับ เนื้อแกะ เป็ด หมู ชีส บัลซามิค ร็อคเก็ตสลัด และ ดาร์กช็อคโกแลต
▫️Seaweed Salt — ผสมสาหร่าย kelp และ dulse เพิ่มรสทะเลโดยไม่ต้องใช้ปลา เหมาะกับอาหารที่ต้องการอูมามิอ่อนๆ เหมาะกับ ซีฟู้ด ปลา ไข่กวน ข้าว อโวคาโด เต้าหู้ หรือ อาหารญี่ปุ่น
* อย่าลืมนะคะ ใช้เพื่อจบจาน ไม่ใช้เพื่อการปรุง ความร้อนจะไปทำลายโครงสร้างของเกล็ด จึงใช้โรยหลังอาหารสุกเท่านั้น *
_______________________
💌✨ — สำหรับเรา เกลือ เป็นวัตถุดิบเล็ก ๆ ที่มีทั้งเรื่องราวและฤดูกาลอยู่ในตัวเอง และนี่คือเหตุผลที่เราเริ่มสะสม
ไม่ใช่เพราะมันหายาก แต่เพราะมันเปลี่ยนมื้อธรรมดาได้จริง ไว้โพสต์หน้าเราจะมาเล่าเรื่อง Alpine Rock Salt ที่น่าสนใจไม่แพ้กันให้ทุกคนได้อ่านกันนะคะ
13/02/2026
💕✨ — รู้ไหมคะ ว่าจริงๆแล้ววันวาเลนไทน์ ไม่ได้เริ่มจากช็อกโกแลตหรือว่าช่อดอกไม้เลยนะ
ต้นกำเนิดมันคือวันที่คนส่ง “จดหมายรัก” ให้กัน เป็นวันที่ตั้งใจบอกความรู้สึกที่ปกติอาจไม่ค่อยได้พูดออกมา
เพราะฉะนั้นสำหรับเรา วาเลนไทน์ไม่ใช่แค่วันให้ของขวัญ แต่มันคือวันของ “ความตั้งใจ” ของขวัญเลยไม่ต้องเป็นของชิ้นใหญ่ๆ แต่ต้องเป็นของที่ทำให้รู้สึกว่า เราตั้งใจเลือก 💌✨
ปีนี้เราแวะไป Rituals แล้วรู้สึกว่าเค้าทำให้การเลือกของขวัญมันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก มีครบทั้ง For him & For her หรือแม้แต่สำหรับตัวเอง
แล้วชอบไอเดีย Blooming Station ของเค้ามาก เพราะมันเหมือนเรากลับไปที่ต้นกำเนิดของวาเลนไทน์เลย คือการให้ดอกไม้พร้อมกับข้อความที่เราอยากบอกอะไรกับผู้ที่ได้รับ มันคือความรู้สึกเล็กๆที่เราใส่ลงไปในของขวัญชิ้นนี้
บางทีของขวัญที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่ของแพงที่สุด แต่คือช่วงเวลาที่เราตั้งใจเลือกให้ใครสักคน 🫶🏻✨
———————
Rituals เค้ามี Gift Set ให้เลือกหลายแบบ เราว่าเป็นของขวัญที่ดูดี ห่อสวย พร้อมมอบให้คนที่คุณรัก
แล้วถ้าใครอยากเพิ่มความพิเศษ ตอนนี้มี Blooming Station จัดช่อดอกไม้ DIY ด้วยนะ แค่ช้อปครบ 2,000 บาท ก็จัดดอกไม้กลับบ้านได้เลย แค่วันที่ 13 - 14 ก.พ.นี้เท่านั้นนะ 🌸
วาเลนไทน์ปีนี้ ถ้ายังไม่รู้จะให้อะไร ลองแวะไปที่ Rituals Cosmetics Thailand นะคะ แล้วจะรู้ว่าการเลือกของขวัญนั้น เลือกง่ายกว่าที่คิด 🤍✨
30/01/2026
กันแดดที่เราชอบและใช้อยู่ตอนนี้เป็นของ ISDIN ค่ะ
ซึ่งเค้ามาจากประเทศสเปนโน่นแน่ะ 🇪🇸✨
(แต่ตอนนี้เค้ามีขายในไทยนะ)
สิ่งที่เราชอบคือแนวคิดของแบรนด์นี้มาก
“Dermatology made for real life”
คือเวชสำอางที่ออกแบบมาเพื่อ ใช้จริงในชีวิตประจำวัน
ไม่ใช่แค่ดีในห้องแล็บ แต่ต้องดีตอนอยู่บนผิวคนจริง ๆ
สเปนเป็นประเทศที่แดดแรง คนใช้ชีวิตกลางแจ้งเยอะ
ทั้งกีฬา กิจกรรม outdoor ทะเล คือเรื่องปกติ
ถ้ากันแดดเหนอะ หนักผิว ใช้แล้วหงุดหงิด
ต่อให้ดีแค่ไหน คนก็ไม่อยากใช้ต่อ
เลยเข้าใจเลยว่าทำไม ISDIN จะโฟกัสเรื่อง
comfort + adherence
คือ ความสบายผิว + การที่คนอยากหยิบมาใช้ต่อเนื่อง
✨☀️
—————
โดยปกติเราจะใช้สองขวดนี้สลับกัน ไม่ได้มองว่าสูตรไหนดีที่สุด แต่มองว่า หยิบให้เหมาะกับชีวิตในวันนั้น มากกว่า
🩵 ขวดฟ้า = ใช้ทุกวัน เนื้อบางเบา ซึมไว สบายผิว
⭐️ ขวดนี้คือ daily sunscreen ของเรา⭐️
🤍 ขวดขาว = ใช้วันที่ออกแดดแรง ปกป้องผิวจริงจัง
ออกกำลังกายกลางแจ้ง เดินกลางแดดนานๆ เด่นเรื่องฝ้า
⭐️ ขวดนี้เราใช้สำหรับวัน outdoor ⭐️
ส่วนตัวเราไม่ได้มีฝ้าเยอะ แต่ถ้าใครผิวบาง เป็นฝ้าง่าย
ก็หยิบใช้ทุกวันได้เลยค่ะ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
