T Health

T Health

แชร์

T Health (ที-เฮลท์)
สุขภาพความงามเราเลือก?

Page not found : Nutramedica 07/03/2017

บำรุงข้อให้แข็งแรง ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศจากคอลลาเจน
*******************************************************
ร่างกายคนเรามีส่วนประกอบของโปรตีนคอลลาเจนอยู่ถึง 1 ใน 3 หรือประมาณ 33% ซึ่งโปรตีนคอลลาเจนจะมีลักษณะเป็นเกรียวสามเส้นพันกันอยู่เป็นโครงสร้าง ตาข่ายหนาแน่น และแข็งแรง ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมอวัยวะต่างๆกับกระดูก และยังทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของผิวหนัง และกระดูกอีกด้วย และโครงสร้างคอลลาเจนเหล่านี้จะสึกหรอลงตามอายุของเราที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดรอยเหี่ยวย่นบนผิวหนัง รวมทั้งข้อต่อต่างๆจะเริ่มเสื่อมลง จนเกิดเป็นโรคข้อเสื่อม และกระดูกจะบาง มีโอกาสพรุนมากขึ้นนั่นเอง
คอลลาเจน Type2 : คอลลาเจนที่ข้อต้องการ
เพราะข้อมีคอลลาเจน Type 2 เป็นส่วนประกอบหลักของกระดูกอ่อนถึงเกือบ 80% ทำหน้าที่ช่วยรองรับน้ำหนัก ลดแรงกระแทก รวมถึงให้ความแข็งแรงแก่ข้อต่อในขณะที่ร่างกายมีการเคลื่อนไหว ทำกิจกรรมต่างๆ และอีก 20% คือ โปรตีโอไกลแคนส์ (Proteoglucans) จำพวกแอกกริแคน (Aggrecan) ที่ช่วยให้ข้อยืดหยุ่น เคลื่อนไหวในอิริยาบถต่างๆได้ดียิ่งขึ้น
ดังนั้นผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม ควรได้รับคอลลาเจน Type 2 เสริมเพิ่มขึ้น เพราะ คอลลาเจน Type 2 จะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของส่วนประกอบที่อยู่ในข้อ ด้วยการกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์เซลล์ใหม่ของกระดูกอ่อนเพิ่มขึ้น และยังช่วยเพิ่ม โปรตีโอไกลแคนส์ (Proteoglucans) ที่มีกรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic acid) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำหล่อเลี้ยงในข้อ และช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ย่อยสลายน้ำหล่อเลี้ยงข้อ จึงช่วยลดอาการปวดข้อ และลดอาการข้อตึง ฝืด ยึด ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวในอิริยาบถต่างๆได้ดียิ่งขึ้น
หลากหลายงาน วิจัยทางคลินิค พบว่าการรับประทาน คอลลาเจน Type2 สามารถช่วยลดปัญหาข้อเสื่อมได้ โดยคอลลาเจน ไทพ์ทู จะช่วยกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์เซลล์กระดูกอ่อนให้สร้างคอลลาเจน และ โปรตีโอไกลแคนส์ (Proteoglucans) ได้ดีกว่าเซลล์ที่ไม่ได้รับคอลลาเจน Type2 ถึง 2.5 เท่า และพบด้วยว่า คอลลาเจน Type2 จะช่วยลดอาการปวดข้อ พร้อมทั้งยังช่วยลดการใช้ยาแก้ปวดลงถึง 20%
และนอกจากเป็นวัตถุดิบ หลักในการสร้างกระดูกอ่อน แล้ว คอลลาเจน Type2 ยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ Osteoblast ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างกระดูกได้อีกด้วย คอลลาเจน Type2 จึงช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง ช่วยเสริมสร้างมวลกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันกระดูกเปราะ แตก หักง่าย ดังนั้นผู้ที่ทานแคลเซียมเป็นประจำควรรับประทานคอลลาเจน Type2 ควบคู่ด้วย
จาก งานวิจัยเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ข้อ และกระดูกล้วนแต่ต้องใช้ของคอลลาเจน Type2 เป็นอย่างมาก แต่ในขณะที่เมื่อเรามีอายุมากขึ้น คอลลาเจนในร่างกายจะเริ่มเสื่อมลง และไม่สามารถสร้างคอลลาเจนใหม่ทดแทนได้ทันตามการสูญเสียของร่างกาย จึงมีทางเลือกใหม่ในการรับประทานคอลลาเจน Type2 เป็นอาหารเสริมแทน เพื่อชดเชยคอลลาเจนที่สูญเสียไปตามธรรมชาตินั่นเอ
------------------------------------------
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.nutramedica.co.th/health-news/general-health/

Page not found : Nutramedica Nutramedica

แอบมองแนวคิดสุดยอดของ Startup แดนอาทิตย์อุทัย - Techsauce 30/11/2016

ญี่ปุ่นล้ำมาก ของไทยก็ไม่น้อยหน้านะจ๊ะ

แอบมองแนวคิดสุดยอดของ Startup แดนอาทิตย์อุทัย - Techsauce แนวคิดของ Startup ญี่ปุ่นที่เข้าตาจากงาน Japan Night งานที่จัดเพื่อให้สตาร์ทอัปหรือผู้ประกอบการในประเทศญี่ปุ่นมีเวทีสำหรับอวดผลงาน/ ไอเดีย ต่างๆ ที่มีและนี้คือตัวอย่างเพียงบางส่วนของสตาร์ทอัปที่เข้าตากรรมการ 1) DriveMode การทำงานของมันโฟกัสไปที่ความปลอดภัยของผู้ขับขี่รถยนต์ เพียงแค่คุณมีสมาร์ทโฟนและ...

25/07/2016

Hello

Photos from T Health's post 07/03/2016
Photos from T Health's post 07/03/2016

7 วัน 7 วิธี เคล็ดลับสุขภาพดี
เคล็ดลับ 7 ข้อ ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ถ้าคุณทำได้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนคุณให้สุขภาพดีได้แน่ๆ ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1) ทานอาหารอย่างเหมาะสม ทานให้ตรงเวลาครบ 3 มื้อ โดยเฉพาะในมื้อเช้าซึ่งเป็นมื้อสำคัญอย่าลืมเด็ดขาด แล้วไปลดมื้อเย็นให้ท้องเบาสบาย ไม่ทานอาหารเย็นในช่วงดึกดื่น ที่สำคัญ ในแต่ละมื้อควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่อย่างเหมาะสม อย่าลืมเสริมผัก ผลไม้ให้ได้เกลือแร่และวิตามินครบถ้วน และต้องทานอาหารให้ตรงเวลา โรคกระเพาะจะได้ไม่ถามหา นอกจากนี้การปล่อยให้ตัวเองหิวจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา หรือที่เรียกว่าโมโหหิว เราจึงไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างนานและควรรับประทานอาหารให้ตรงเวลาและครบ 3 มื้อในปริมาณที่พอเหมาะ
สำหรับการทานอาหารเสริมควรพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะในวัยเด็กที่ต้องเน้นให้ครบทุกหมู่ ผู้ปกครองควรพิจารณางดของขบเคี้ยว อาหารจังก์ฟู้ดส์ ขนมหวาน อาหารที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต เพราะในปัจจุบันมีข้อมูลว่าเด็กเป็นโรคอ้วนซึ่งนำไปสู่โรคร้ายต่างๆ ตามมาได้ง่าย ในวัยกลางคน หรือ ผู้สูงอายุ เน้นอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผัก ผลไม้ เพิ่มแคลเซียมจากการดื่มนม (ในรายที่แพ้นมวัวแนะนำให้เลือกดื่มนมถั่วเหลือง) ควบคู่ไปกับการทานอาหารหลากหลายที่มีแคลเซียมสูง เช่น ปลาเล็กปลาน้อย และผลิตภัณฑ์จากนมอื่นๆ รวมถึงเต้าหู้ก้อน ผักใบเขียว ถั่วงา ช่วยเสริมความแกร่งให้กับกระดูกจะได้แข็งแรงอยู่คู่ร่างกายของเราไปอีกนานๆ
2) อย่าลืมดื่มน้ำให้พอ การดื่มน้ำอย่างพอเหมาะ โดยเฉลี่ยประมาณ 8 แก้ว / วัน จะช่วยให้การเผาผลาญ การไหลเวียนของเลือดซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น กระตุ้นการทำงานของหัวใจและระบบไตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้ปริมาณไขมันในร่างกายลดลง เป็นการลดความอ้วนโดยไม่เสียสตางค์ การดื่มน้ำที่เพียงพอยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้มีความสดใสจากภายในสู่ภายนอกเหมาะกับคนที่รักสุขภาพอย่างมาก
3) ฟิตแอนด์เฟิร์ม อย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที นอกจากผลที่ได้ทันทีคือความกระปรี้กระเปร่า สดใส แล้ว การออกกำลังกายในระยะยาว ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ปอด หัวใจ แถมยังช่วยลดน้ำหนักอีกด้วย ซึ่งการออกกำลังกายที่ดีควรใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ อย่างน้อย 1 ใน 6 ส่วนของร่างกาย กีฬาที่แนะนำสำหรับเสริมความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อสำหรับสาวๆ ออฟฟิศ เช่น พิลาทิส โยคะ เต้นแอโรบิก วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือฟิตเนส เป็นต้น ส่วนหนุ่มๆ นอกจากกีฬาหนักๆ ที่ชื่นชอบแล้วการเล่นฟิตเนส การวิ่ง และว่ายน้ำ ยังเป็นการออกกำลังกายง่ายๆ ที่ทำให้รูปร่างสมาร์ท ดูดี ไม่แก่เร็ว
4) พักผ่อนให้เพียงพอ คนทำงานมักเลือกการแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อนๆ เป็นการผ่อนคลาย แต่หากเกิดขึ้นบ่อยๆ แน่นอนว่ามันย่อมทำให้ร่างกายทรุดโทรมได้ง่ายๆ เหตุนี้ จึงควรหาเวลานอนหลับพักร่างกายอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง จะช่วยให้คุณเริ่มต้นวันใหม่อย่างแจ่มใส หรืออาจหาเวลาท่องเที่ยวพักผ่อนช่วงวันหยุด ช่วยชาร์จแบตเตอรี่ให้ร่างกายพร้อมกลับมาลุยงานได้อย่างเต็มที่
5) ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่บั่นทอนสุขภาพ บางครั้งก็ห้ามกันไม่ได้ สำหรับพฤติกรรมที่ถือเป็นไลฟ์สไตล์ของคนทำงาน แต่คุณอาจจัดสรรเวลาเพื่อสุขภาพได้หากไม่เลิกก็ควร ลด ละ เหล้า บุหรี่ ลงบ้าง เพราะใครๆ ก็รู้ดีว่าพฤติกรรมที่บั่นทอนสุขภาพนั้นไม่ดีแน่นอนเพราะมันเป็นเหมือนการเติมสารพิษให้ร่างกาย ถ้าใครมีต้นทุนสุขภาพที่ดีก็ดีไป แต่หากใครมีร่างกายที่ไม่แข็งแรง เมื่อเติมสารพิษเข้าไปย่อมทำให้เสี่ยงต่อโรคต่างๆ โดยเฉพาะมะเร็งตับ มะเร็งปอด รวมทั้งโรคอื่นๆ
6) สุขภาพจิตก็สำคัญ นอกจากสุขภาพร่างกายแล้ว การมีสุขภาพจิตที่ดีย่อมทำให้ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมได้ด้วย รู้แบบนี้หาเวลาดีท็อกซ์ความเครียดจากการออกกำลังกาย ทำงานอดิเรกที่ชอบ ท่องเที่ยว ฯลฯ ที่สำคัญหาเวลาปฏิบัติธรรม อ่านหนังสือธรรมะ ทำจิตใจให้แจ่มใส นั่งสมาธิ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้ตลอดปี
7) แบ่งเวลาให้ครอบครัว อย่าคร่ำเคร่งกับงานจนลืมใส่ใจคนที่เรารัก ทั้งพ่อ แม่ ญาติสนิทมิตรสหาย และคนรู้ใจ เพราะความสุขส่วนหนึ่งมาจากจุดเล็กๆ เหล่านี้ นอกจากงานคนจำนวนไม่น้อยในปัจจุบัน ยังเพลิดเพลินไปกับโลกโซเชียลจนเกินพอดี ด้วยเหตุนี้ อย่ามัวเพลิดเพลินกับโลกเสมือนเหล่านี้จนลืมคนที่คุณรักไปล่ะ
Cr. : มติชนออนไลน์

Photos from T Health's post 12/02/2016

ไม่จำเป็น ต้องขอให้ใครยอมรับ...........................................
หลายคนอาจเคยอึดอัดกับการคิดต่าง แล้วก็รู้สึกว่าต้องพยายามทำใจร่มๆ เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับคนที่เราแคร์ ใครคนนึงพยายามสอนฉันเสมอ ผมรู้ว่าคุณดีแค่ไหน และถ้าใครหลายคนจะไม่เคยเข้าใจคุณในสิ่งที่คุณทำหรือพูด ก็ให้จำไว้ว่า “คุณเพียงคนเดียวก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรให้ใครยอมรับ”บางครั้งเราพยายามที่จะแสดงให้โลกเห็นชอบและยอมรับ แต่เราไม่สามารถทำให้ทุกคนโปรดได้หรอก ดังนั้นจงหยุดพยายามทำตัวอย่างที่ใครรอบข้างอยากให้เราเป็น จงเปิดตนเองถึงความสัมพันธ์ที่แท้จริง ความสุขที่แท้จริง และความสำเร็จที่แท้จริง แต่ไม่ใช่จากการโต้เถียง แค่ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากาก ไม่จำเป็นต้องทำเป็นคนคุณไม่ได้เป็น เราไม่มีความจำเป็นต้องพยายามให้ใครพอใจ เพราะ
1.คนที่มีคุณค่าพอ ที่คุณจะสร้างความประทับใจโดยตัวตนของคุณ
ในความเป็นจริง ความสัมพันธ์ที่เวิร์คในระยะเวลายาวนานนั้น คนจะรักคุณเพราะตัวตนที่แท้จริงของคุณเอง จะรักที่คุณเป็นคนดี โดยไม่ต้องเปลี่ยนเป็นคนที่ไม่ใช่ตัวเอง จงเมินเฉยต่อผู้คนที่ชอบเปรียบเทียบและคาดหวังให้คุณเป็นอย่างที่พวกเขาเป็น คุณควรพยายามที่จะเป็นบุคคลคนเดียวกับที่คุณเป็นมากกว่า แล้วคุณจะสุขอย่างแท้จริง
2. ไม่มีใคร รู้สิ่งที่ดีสุดสำหรับคุณ
อย่าสูญเสียความเป็นตัวเองเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับ จงตั้งมั่นเดินเส้นทางของคุณ โดยไม่ต้องคาดหวังให้ใครเข้าใจการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าพวกเขาไม่เคยเดินไปในทางที่คุณเดิน ไม่มีใครเดินในรองเท้าของคุณ เมื่อคุณไม่ฟุ้งซ่าน ไม่สับสนกับความเห็นของผู้อื่น โลกจะสวยงามมากขึ้น
3. คุณคือผู้เดียว ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของตัวเอง
ในทุกสถานการณ์ที่คุณเคยคิดบวกหรือลบ มันคือความรับผิดชอบของคุณเอง และแค่คุณคนเดียว จงอย่าปล่อยให้ความคิดเห็นของผู้อื่นรบกวนจริงปัจจุบันนี้ สิ่งที่คุณสามารถบรรลุได้ในวันนี้ หลายคนอาจเคยบอกว่าเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่คุณสามารถสำเร็จทั้งหมด ขึ้นอยู่กับการเลือกของคุณเท่านั้น เลิกเสียเวลาและพลังงานของคุณกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่คนอื่นคิด ได้แล้ว
4. สังคมที่ยึดติดในวัตถุ วัดมูลค่าได้ศูนย์
ถ้าคุณรู้สึกว่าคุณติดอยู่ระหว่างการเดินต่อไปกับสิ่งที่สังคมบอกว่าคุณเหมาะกับอะไร จงจำไว้ให้เลือกในสิ่งที่สัญชาตญานของคุณบอกไว้ คนในสังคมมักพยายามที่จะวัดมูลค่าของคุณตามสิ่งที่คุณมี มากกว่าสิ่งที่คุณคิด เป็น และรู้ในใจ อย่ายอมฟังความเห็นคนที่วัดมูลค่าจากสิ่งของ วัตถุ เงินทอง จงฟังความคิด ความรู้สึก ที่เงินไม่สามารถซื้อได้ทุกสิ่ง อย่าติดกับเงิน และค่าตอบแทนจนปล่อยให้สิ่งเหล่านี้มาทำลายคุณ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคุณ บางครั้งคุณต้องเตือนตัวเองไม่จำเป็นต้องทำตามที่คนส่วนใหญ่ทำ
5. ชีวิตไม่ใช่การแข่งขันเสมอไป และคุณไม่พิสูจน์คุณค่าของตนกับใคร
ทุกคนอยากไปที่ยอดเขาก่อน แล้วตะโกนลั่นว่า”มองฉัน มองฉันสิ ฉันมาถึงจุดที่สูงที่สุดแล้วนะเห็นไหม ฉันเก่งกว่าพวกเธอด้านล่างนั่น” แต่ความจริงคือ ทั้งความสุขและประสบการณ์ที่แท้จริงคือช่วงเวลาในขณะที่คุณกำลังปีน คุณเพลิดเพลินกับการเดินทาง ให้ความสนใจกับสิ่งต่างๆที่อยู่รอบคุณและสิ่งที่คุณกำลังจะผ่านไป คุณสังเกตนกคู่นั้นตรงยอดไม้นั่น คุณสูดอากาสที่สดชื่น คุณชื่นชมในท้องฟ้าสวย จงคิดถึงมันและลืมทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคุณ นี้ไม่ใช่การแข่งขัน เลิกงี่เง่าเพราะต้องคอยพยายามพิสูจน์ตัวเองกับคนอื่น
6.เส้นทางเพื่อความสำเร็จ บางครั้งต้องผ่านความล้มเหลว
ฟังดูแปลกและบ้าใช่ไหม บางครั้งเป็นวิธีเดียวที่จะก้าวไปข้างหน้า ถ้าคุณพยายามหนักเกินไปที่จะให้คนเห็นความ “สมบูรณ์แบบ” คุณจะบ้าไปเอง ถ้าคุณกลัวความล้มเหลวต่อหน้าผู้อื่นมากเกินไป คุณก็ไม่อาจทำอะไรให้ประสบความสำเร็จในดวงตาของคุณเองได้เช่นกัน จำไว้ว่ามันไม่สำคัญว่ากี่ครั้งที่คุณล้มเหลวหรือยุ่งยากกับการหาวิธีการเดินทางให้ไปถึงจุดมุ่งหมาย แต่สิ่งที่สำคัญคือคุณจเอาใจแบบไหนไปด้วยต่างหาก และก้าวไปตามทางที่คุณเชื่อมั่นเท่านั้นพอ
7. มันเป็นไปไม่ได้ ที่จะได้ใจทุกคน
มักจะมีคนบอกว่าคุณทำผิด แล้วลังเลที่จะชมเชยคุณ หรือทำเป็นไม่ใส่ใจความสำเร็จในสิ่งที่คุณทำอยู่ เมื่อคุณพบคนที่พยายามจะ ทำให้คุณอับอาย เสียชื่อ หรือไม่เคารพคุณ และปฏิบัติต่อคุณไม่ดี อย่างไม่มีเหตุผล อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงหรือเอาชนะหรือพยายามเอาชนะใจใคร หรือหาข้อพิสูจน์ เพื่อให้เขากลับมาชื่นชมคุณ คนเหล่านี้ก็แค่คนที่หงุดหงิดกับชีวิตตัวเอง ที่ไม่เป็นไปดังใจฝัน
8 ไม่จำเป็นต้องพยายามอย่างหนัก เพื่อดึงใครกลับมา
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอเหตการณ์แบบนี้ อยู่ๆคนใกล้ตัวก็ห่างเหิน ใครบางคนที่ตัดสินคุณทันทีที่คุณทำเรื่องอะไร และแปลสิ่งที่คุณทำไปเป็นอื่น แฟนเก่าที่ทำอย่างไรก็ไม่มีวันเห็นข้อดีของคุณ หรือเพื่อนที่หงุดหงิดทุกครั้งที่คุณมีแฟนใหม่หรือมีคนที่รักคุณมาก หรือเพื่อนที่พยายามดึงความสนใจผู้คนไปจากคุณ ทั้งๆที่วันนั้นในวันที่เป็นวันของคุณ หรืออยู่ๆคนเหล่านั้นก็ค่อยๆหายไปจากชีวิต คนเหล่านี้แค่ขี้อิจฉาและแค่ต้องการทำให้คุณรู้สึกเจ็บปวดเพราะถูกปฏิเสธเหมือนที่พวกเขาเป็น เลยต้องทำแบบนี้กลับในช่วงเวลาที่คุณสำเร็จ ดังนั้นลิมพวกเขาซะแล้วไม่ต้องใส่ใจ

ขอบคุณงานเขียนดีๆ ของ KAMONCHANOK MARCH 3, 2015 F.L.Y., INSPIRATION/แรงบันดาลใจ, SELF-ESTEEM/ยอมรับและเห็นคุณค่าตัวเอง LEAVE A COMMENT

Photos 19/01/2016

**ผักผลไม้ไม่ควรกินช่วงลดน้ำหนัก
1. ผลไม้เขตร้อน
เช่น มะม่วงและสับปะรด แม้ว่าจะมีรสชาติอร่อยแต่ก็มีปริมาณน้ำตาลและแคลอรี่สูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น คุณอาจจะเก็บไว้ในโอกาสพิเศษหรือเปลี่ยนเป็นผลไม้ชนิดอื่นแทน เช่น แอปเปิ้ล ซึ่งมีแคลอรี่ต่ำและเส้นใยอาหารสูง หากต้องการลดน้ำหนักคุณควรเลือกผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำ
2. ผลไม้อบแห้ง
เนื่องจากผลไม้อบแห้งมีการดูดน้ำออกไปทำให้แคลอรี่สูงขึ้นในปริมาณที่น้อยลง ยกตัวอย่างเช่น ลูกเกดอบแห้งหนึ่งถ้วยจะมีปริมาณแคลอรี่เกือบ 500 ขณะที่ลูกพรุนอบแห้งหนึ่งถ้วยมีแคลอรี่ถึง 447 ดังนั้นคุณควรควบคุมสัดส่วนในการรับประทานอย่างเข้มงวด
3. อะโวคาโด้
คือหนึ่งในผลไม้ที่มีปริมาณไขมันและแคลอรี่สูง อะโวคาโด้บดหนึ่งถ้วยมีแคลอรี่มากถึง 384 อย่างไรก็ตามไขมันในอะโวคาโด้ดีต่อสุขภาพหัวใจและร่างกาย ดังนั้นการรับประทานอะโวคาโด้ทุกวันไม่มีผลเสียแต่อย่างใด แต่อาจจะต้องจำกัดปริมาณในการรับประทานเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อน้ำหนักตัว
4. มันบด มันฝรั่งไม่ใช่ผักที่มีแคลอรี่ต่ำที่สุด
มันบดหนึ่งถ้วยมีแคลอรี่ 249 ขณะที่มันฝรั่งทั่วไปที่ยังไม่ปอกเปลือกจะมีแคลอรี่ 212 และถั่วลิมาหนึ่งถ้วยมีแคลอรี่ 202 ทั้งนี้ผักใบเขียวชนิดต่างๆ เช่น ผักกาดหอม ผักโขม ผักคะน้า จะมีแคลอรี่ต่ำกว่า 20 ซึ่งหมายความว่านี่จะเป็นสลัดผักเพื่อสุขภาพเน้นๆ
5. น้ำผักรวม
การรับประทานผักในปริมาณที่ร่างกายต้องการทุกวันอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่คุณสามารถทำน้ำผักรวมได้ น้ำผักส่วนใหญ่ที่มีรสชาติคล้ายกับน้ำผลไม้จะมีปริมาณน้ำตาลกับเกลือมากกว่าที่ร่างกายต้องการ ขณะที่คุณรับประทานผักและผลไม้ทุกวันคุณก็จะได้รับโซเดียมในปริมาณที่เพียงพอตลอดทั้งวันเข้าไปด้วย! ทั้งนี้อย่าลืมอ่านฉลากโภชนาการทุกครั้งก่อนซื้อ
*วาไรตี้ Sanook.com

18/01/2016

T Health T Health (ที-เฮลท์)
สุขภาพความงามเราเลือก?

Photos from T Health's post 15/01/2016

น้ำด่าง (น้ำอัลคาไลน์) คือน้ำในอุดมคติ ที่ควรดื่มจริงหรือ
น้ำอัลคาไลน์ (นํ้าด่าง) คืออะไร
น้ำอัลคาไลน์หรือนํ้าด่างคือ นํ้าดื่มที่สะอาดสภาพน้ำมีค่าความเป็นด่าง และมีแร่ธาตุสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม โซเดียม แมกนี่เซียม และโปรแตสเซียม ผสมอยู่ในน้ำ และจะต้องไม่มีแร่ธาตุจำพวกโลหะหนักผสมอยู่ น้ำที่ได้ควรจะต้องมีโมเลกุลขนาดเล็ก เพื่อสะดวกต่อการที่ร่างกายจะนำไปใช้งานในส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อชำระล้างของเสียออกจากร่างกายตามทางออกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางเป็นทางเหงื่อ ทางปัสสาวะ ได้สะดวกยิ่งขึ้น หรือที่เรานิยมเรียกกันว่าการทำดีท็อคร่างกายนั่นเอง
สำหรับ ผู้ที่ได้ดื่มน้ำอัลคาไลค์เป็น ประจำ ร่างกายจะสามารถดูดซึมได้ดีกว่าน้ำดื่มประเภทอื่นๆ อยู่หลายเท่า จะทำให้ร่างกายไม่เกิดภาวะขาดน้ำ ในการนี้ทางการแพทย์ได้มีมีการวิจัยแล้วว่า เชื้อมะเร็งเกิดขึ้น และเติบโตได้ดีในสภาพที่เป็นกรด ซึ่งมักเกิดแฝงมาจากอาหารการกินของเราเองจำพวก แป้ง เนื้อสัตว์ และอื่นๆที่เรารู้เท่าไม่ถึงกาล ร่างกายเราปรับสภาพไม่ทัน ดังนั้นน้ำดื่มอัลคาไลค์จึงได้มีความจำเป็นในการดื่มเข้าไปในร่าง กายเพื่อที่จะได้ช่วยลดสภาพความเป็นกรดในร่างกายให้ดียิ่งขึ้นๆไป และในน้ำดื่มอัลคาไลค์ที่ดีควรมีสารต้านอนุมูลอิสระ ( Antioxidant ) ด้วย
ประโยชน์ของน้ำอัลคาไลค์หรือน้ำด่าง
จากงานวิจัยพบว่า น้ำด่าง
+ ช่วยการดูดซึม เป็นสารต้านอนุมูลอิสสระ และช่วยล้างพิษ
+ ช่วยบำบัดและป้องกันโรคผิวหนังอักเสบ
+ ช่วยบำบัดและป้องกันโรคภูมิแพ้
+ ช่วยบำบัดและป้องกันโรคเบาหวาน
+ ช่วยบำบัดและป้องกันโรคเก๊าและไขข้ออักเสบ
+ ช่วยบำบัดและป้องกันโรคกระดูกเสื่อม
+ ช่วยบำบัดและป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
+ ช่วยบำบัดและป้องกันคอเลสเตอรอนสูง
+ ช่วยบำบัดและป้องกันท้องผูก
+ ช่วยบำบัดและป้องกันท้องร่วง
+ ช่วยลดอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย
+ ช่วยบำบัดและป้องกันโรคอ้วน
+ ช่วยบำบัดและป้องกันโรคไมเกรน
+ ช่วยบำบัดและป้องกันโรคกระเพาะอาหาร
+ ช่วยบำบัดและป้องกันเนื้องอก/มะเร็ง
+ ช่วยบำบัดและป้องกันโรคนิ่ว
+ ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย
+ ช่วยทำความสะอาดลำไส้ใหญ่
+ ช่วยระงับกลิ่นตัว
+ ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
+ ช่วยป้องกันการเป็นไข้หวัด
+ ฯลฯ
ค่าความเป็นกรดด่างของมนุษย์
ค่า ความเป็นกรดด่างจะมีค่าอยู่ระหว่าง 0-14 โดยค่าที่ต่ำกว่า 7 คือสภาพที่เป็นกรด ค่าที่เกินกว่าคือสภาพที่เป็นด่างคือสภาพที่ จากงานวิจัยในต่างประเทศพบว่าสภาวะปกติเลือด น้ำเหลือง และของเหลวในสันหลัง จะมีค่า PH ที่ประมาณ 7.4 หรือที่ค่า PH ที่สูงกว่า 7.4 เล็กน้อยจะทำให้เซลล์มะเร็งคงตัว ในขณะที่หากสามารถทำให้มีค่า PH อยู่ถึงระดับ 8.5 ได้ เซลล์มะเร็งก็จะตายลงในทันใด
ค่า ความเป็นกรดด่างจะมีค่าอยู่ระหว่าง 0-14 โดยค่าที่ต่ำกว่า 7 คือสภาพที่เป็นกรด ค่าที่เกินกว่าคือสภาพที่เป็นด่างคือสภาพที่ จากงานวิจัยในต่างประเทศพบว่าสภาวะปกติเลือด น้ำเหลือง และของเหลวในสันหลัง จะมีค่า PH ที่ประมาณ 7.4 หรือที่ค่า PH ที่สูงกว่า 7.4 เล็กน้อยจะทำให้เซลล์มะเร็งคงตัว ในขณะที่หากสามารถทำให้มีค่า PH อยู่ถึงระดับ 8.5 ได้ เซลล์มะเร็งก็จะตายลงในทันใด
ที่เป็นเช่นนั้นได้ก็เพราะน้ำที่เป็นกรดหรือมีประจุบวก H+มากเกินไป โดยธรรมชาติก็จะพยายามดึงอิเลกตรอนจากเซลล์ต่างๆภายในร่างกายเราไปใช้มาก ขึ้น หากเกิดปฏิกิริยาเช่นนี้มากๆ ก็จะทำให้โมเลกุลในร่างกายเรานั้นสูญเสียอิเล็กตรอน ก็จะมีโอกาสที่จะเกิดเป็นสภาวะเป็นอนุมูลอิสระที่ลุกลามต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นมะเร็งได้ในที่สุด
ในทางตรงกันข้ามน้ำที่มีสภาพความเป็นด่างหรือมีประจุลบจาก OH- อย่างเพียงพอก็จะช่วยในการชะลอการสูญเสียอิเลคตรอนจากเซลล์ต่างๆภายในร่าง กายเราได้เช่นกัน

จากการใช้เครื่องมือวัดค่า PH และค่า ORP ในน้ำชนิดต่างๆ พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
1. น้ำดื่มหลายประเภทในเวลานี้ในตลาดส่วนใหญ่มีสภาพความเป็นกรดอ่อนๆ และมีค่า ORP เป็นบวกเล็กน้อยประมาณ +100 ถึง +200 มิลลิโวลต์ ในขณะที่น้ำอัดลมในตลาดเกือบทั้งหมดเป็นกรดที่แรงมากค่า PH ประมาณ 3 และค่า ORP เป็น +400 ถึง +500 มิลลิโวลต์ ดังนั้นน้ำอัดลมจึงมีศักยภาพ การทำ ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) สูง และมีศักยภาพในการเสริมอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากขึ้น แนวโน้มผู้เป็นมะเร็งจึงควรจะงดน้ำประเภทเหล่านี้
2. น้ำที่ผ่านเครื่องไฟฟ้าทุกชนิดจะมีกระแสไฟฟ้าสุทธิประจุบวกเพิ่มมากขึ้น พบว่าแม้ค่า PH จะไม่เปลี่ยนแปลง แต่เมื่อทดลองนำน้ำเปล่าไปปั่นในเครื่องปั่นในน้ำผลไม้ 2 นาที พบว่า มีค่า ORP ที่วัดใน 30 นาทีจากเดิมก่อนปั่นพบว่ามีค่า ORP + 88 มิลลิโวลต์ หลังปั่นน้ำเปล่ามีค่า ORP เพิ่มขึ้นเป็น +110 มิลลิโวลต์ (ในเวลาที่เท่ากัน) หรืออีกนัยหนึ่งน้ำเหล่านี้จะมีความสามารถในการทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) เพิ่มเร็วขึ้นประมาณ 25% ดังนั้นหากเลือกได้รับประทานผลไม้สดๆ น่าจะดีกว่าดื่มน้ำผลไม้ปั่นจากเครื่องไฟฟ้า หรือทำน้ำคลอโรฟิลสดจากการบดคั้นด้วยมืออาจจะดีกว่าการปั่นด้วยเครื่องไฟฟ้า
3. น้ำดื่มและน้ำปั่นรวมถึงอาหารแทบทุกชนิด เมื่อทิ้งในอากาศนานขึ้นจะพบว่าค่า ORP จะสูงเป็นประจุบวกเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา หมายความว่าอาหารและน้ำส่วนใหญ่เมื่อทำเสร็จใหม่ๆควรรีบรับประทานดีกว่า ปล่อยทิ้งค้างไว้นาน มิเช่นนั้นนอกจากจะมีจุลินทรีย์ลงไปในอาหารมากขึ้นแล้ว ร่างกายเรารับประทานอาหารที่มีศักยภาพในการทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) เพิ่มมากขึ้น
4. แม้แต่น้ำด่างที่ทำขึ้นมาจากขี้เถ้าก็ดี แม้จากน้ำด่างจากเครื่องทำน้ำด่างที่ทำในต่างประเทศ (ซึ่งก็มีกระแสไฟฟ้าผ่าน) ก็แม้จะมีประจุลบสุทธิในการวัดค่า ORP ในตอนต้นแต่ก็ไม่เสถียร อีกทั้งจะสูญเสียอิเลคตรอนไปเรื่อยๆ เมื่อเจออากาศ ความร้อน แสงแดด ดังนั้นแม้เป็นน้ำด่างก็ควรจะดื่มให้เร็วมากกว่าจะทิ้งค้างนานไว้เช่นกัน
ดังนั้น
น้ำด่าง ที่มีประจุลบที่สะอาด มีแร่ธาตุ กลุ่มโมเลกุลเล็ก แรงตึงผิวต่ำ มีสภาวะด่าง จัดเป็นน้ำดื่มในอุดมคติ ที่เหมาะแก่การบริโภค มีประจุอิเลคตรอน ที่พร้อมให้โดยไม่เอาคืน
1. จึงใช้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยฆ่าเชื้อโรค
2. ช่วยต้านเซลล์มะเร็ง จากภาวะที่เป็นด่าง มีกลุ่มโมเลกุลเล็ก แรงตึงผิวต่ำ และมีออกซิเจน
3. ลดความอ้วน จากการที่มีแร่ธาตุที่ใช้ในกระบวนการ Cellular burn เซลล์ดูดซึมง่าย ลดภาวะดื้ออินซูลิน
4. ต้านเบาหวาน ความดันเลือดสูง จากผลลดความหนืดของเลือด
5. ต้านสมองเสื่อม จาก O2 ที่เพิ่มในน้ำและเนื้อเยื่อ
6. ต้านกระดูกพรุน ฟันผุ เนื่องจากมีแร่ธาตุ ช่วยสะเทินภาวะกรดจากอาหารประจำวัน
7. กรณีที่กินยา น้ำที่ดีจะช่วยนำและดูดซึมยาได้ดี ทำให้ยาออกฤทธิ์เต็มประสิทธิภาพ
8. ในแง่ของความสวยความงาม น้ำที่ดูดซึมง่าย เนื่องจากมีกลุ่มโมเลกุลเล็ก แรงตึงผิวต่ำพร้อมออกซิเจน ช่วยบำรุงเซลล์ เติมความชุ่มชื้นแก่ผิว จึงเหมาะแก่การใช้ล้างหน้าก่อนลงรองพื้น หรือประกอบงานบริการ Skin care
ข้อมูลจากทีมงานบ้านล้างพิษตับ หลวงแพร่ง

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10240