Healthy & Bodybuilding

Healthy & Bodybuilding

แชร์

ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพร่างกาย

29/02/2020

เชื่อว่าอีกไม่นานนี้ของต้องขาดตลาดแน่นอน ใครยังไม่มีไว้ในครอบครองรีบเลย‼️
จิ้ม👉https://lin.ee/jF62gcd

Photos from อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ อุปกรณ์รถยนต์ วีออส-vios's post 19/10/2018
10 ที่พักอ่าวนาง ราคาหลักร้อย on wongnai.com 10/02/2018

10 ที่พักอ่าวนาง ราคาหลักร้อย on wongnai.com Wongnai ขอแนะนำ 10 ที่พักราคาถูกทั้งโรงแรมและโฮสเทลสุดฮิปในราคาหลักร้อยที่อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ พร้อมแล้วก็เก....

09/02/2018

มาเช็คดวงกันค่ะ

ตารางออกกำลังกาย 5 วัน กระชับให้ฟิตทุกส่วนสัด เฟิร์มอย่างเห็นได้ชัดทั้งร่าง 11/11/2017

ตารางการออกกำลังกายให้ฟิต กระชับทุกสัดส่วน

ตารางออกกำลังกาย 5 วัน กระชับให้ฟิตทุกส่วนสัด เฟิร์มอย่างเห็นได้ชัดทั้งร่าง อยากออกกำลังกายลดน้ำหนักแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง มาออกกำลังกายกระชับสัดส่วนวนไปกับตารางฟิตหุ่น 5 วันต่อสัปดาห์

Obese To Fit Muscular Body Transformation Women Motivation Before And After 06/07/2017

อะไรจะดีเท่ากับการลงมือทำ หากไม่ลงมือทำจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่าง ลงไว้เผื่อเป็นกำลังใจให้ทุกๆคน

Obese To Fit Muscular Body Transformation Women Motivation Before And After http://tiny.cc/bodyzire - Do you want to transform your body from fat to fit muscular or from skinny to muscular but don't know how to start and what is the ...

06/07/2017

ว่าด้วยการลดน้ำหนัก

ลดรายรับเพิ่มรายจ่าย หลักกการการเผาผลาญพลังงานแบบง่ายๆ

การจะลดไขมันได้นั้น จะต้องทำให้ร่างกายรับพลังงานน้อยกว่าที่ใช้ออกไป เพื่อให้ร่างกายเรียนรู้ที่จะเอาไขมันสะสมมาใช้ ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆก็เหมือนกับระบบการเงินของเราๆท่านๆนั้นหล่ะคือ
พลังงานและสารอาหารที่เราทานทุกมื้อคือ รายรับประจำ (ใครทำฝิ่นหลายมื้อก็ได้เยอะหน่อย)
การใช้พลังงานของระบบต่างๆภายในร่างกายและการออกกำลังกายคือ รายจ่าย (นอนเฉยๆรายจ่ายก็น้อยแต่ยังไงก็จ่าย)
ไขมันสะสมคือ เงินเก็บที่เหลือใช้จากรายจ่าย (รับมากจ่ายน้อยใช้น้อยก็เหลือเก็บเยอะ)
เมื่อเปรียบเทียบแบบนี้เราก็จะเห็นสาเหตุที่ทำให้เราอ้วนขึ้น และผอมลงอย่างชัดเจน

�รายรับ > รายจ่าย = เงินเหลือเก็บแถมดอกผลเลยเยอะ = อ้วนขึ้น
รายรับน้อย (=) รายจ่ายก็น้อย = เงินเหลือเก็บเท่าเดิม = น้ำหนักไม่ลง
รายรับมาก (=) รายจ่ายก็มาก = เงินเหลือเก็บเท่าเดิม = น้ำหนักไม่ลง
รายรับ < รายจ่าย = ค่อยๆควักเงินเก็บมาใช้ = ค่อยๆผอมลง
รายรับ < เพิ่มรายจ่ายแบบสุดๆ = ทุบกระปุกเอาเงินเก็บมาใช้อย่างเร็ว = ผอมแต่ย้วย
ดังนั้นการที่เราจะผลาญเงินเก็บสะสมของเราให้ลดลงได้อย่างช้าๆ คือ จะต้องทำให้รายรับน้อยลงเล็กน้อยและเพิ่มรายจ่ายขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั้นเอง

แหล่งและชนิดของพลังงานในร่างกาย

เมื่อทราบถึงหลักการว่าจะเอาไขมันออกได้อย่างไรแล้ว สิ่งที่จะต้องเรียนรู้อีกอย่างคือ ร่างกายนั้นได้รับและเก็บพลังงานอย่างไร โดยร่างกายนั้นจะมีแหล่งพลังงานอยู่ 2 แหล่งและจะใช้ในเวลาที่ต่างกัน ได้แก่

Dietary Fuel

แหล่งพลังงานรายวันพร้อมใช้ เหมือนร้านสะดวกซื้อที่เรียกว่า Dietary Fuel เจ้าพลังงานพร้อมใช้นี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือเป็นต้นตอของพลังงานที่กล้ามเนื้อต้องใช้โดยตรง ฟอสฟาเจนที่เก็บสะสมไว้ในกล้ามเนื้อทั่วร่างกายเมื่อคิดเป็นพลังงานจะได้ 5.7-6.9 กิโลแคลอรี่ ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อย สามารถนำมาใช้ในการออกกำลังกายอย่างหนักได้เพียง 10 วินาทีเท่านั้น เช่นการวิ่งเร็ว 100 เมตร แต่ข้อดีคือร่างกายสามารถนนำพลังงานมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว อีกส่วนนึงคือ Glycogen (ไกลโคเจน) เป็นแหล่งพลังงานที่กล้ามเนื้อและตับสะสมไว้ โดยคิดเป็นพลังงานรวมกันประมาณ 2000 แคลอรี่ (มากน้อยขึ้นอยู่กับ เพศ วัย น้ำหนัก ส่วนสูง และ พันธุกรรม) พลังงานพร้อมใช้ Dietary Fuel นั้นจะได้จากสารอาหารที่เราทานเข้าไปในแต่ละวันซึ่งได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมันและ โปรตีน และจะเก็บมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการใช้ชีวิตของแต่ละคน โดยขั้นตอนการดึงสารอาหารมาเป็นพลังงานนั้นร่างกายจะเริ่มจากการใช้ ATP-PC ตามด้วย Glycogen (ไกลโคเจน) และ Body Fuel ตามลำดับ

Body Fuel

แหล่งพลังงานสะสมแหรือแหล่งพลังงานสำรองที่เก็บไว้ในร่างกาย จะได้จากสารอาหารที่เหลือใช้จากการใช้งานหรือส่วนที่เหลือจาก Dietary Fuel โดยจะเก็บในรูปแบบของโปรตีนในกล้ามเนื้อและไขมัน และจะดึงออกมาใช้งานก็ต่อเมื่อพลังงานรายวันพร้อมใช้ (Dietary Fuel) หมดลง และใช้เพื่อการเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อเป็นหลัก โดยขั้นตอนการดึงเอาพลังงานของกลุ่ม Body Fuel จะเริ่มจากการสลาย โปรตีนในกล้ามเนื้อ > ไขมัน ตามลำดับ

เผาผลาญอย่างไรให้โดนไขมันโดยรักษากล้ามเนื้อไว้

วิธีการที่นิยมใช้กันในการเผาผลาญไขมันโดยให้เกิดการสูญเสียกล้ามเนื้อน้อยที่สุดคือ ทำให้ร่างกายเห็นความสำคัญของกล้ามเนื้อ คือต้องใช้กล้ามเนื้อบ่อยๆ หรืออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำควบคู่กับการควบคุมปริมาณอาหารให้ได้ตามปริมาณที่เหมาะสมไม่เหลือเก็บสะสม เพราะเมื่อไหร่ที่ร่างกายมีปริมาณพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตและไขมันอย่างเพียงพอร่างกายก็จะไม่สลายโปรตีนในกล้ามเนื้อมาเป็นพลังงาน

เพื่อป้องกันไม่ให้เราสูญเสียกล้ามเนื้อมากนัก ควรจัดให้มีโปรแกรมการอกกำลังกายแบบเรงต้าน (weight training) เพิ่มปริมาณมวลกล้ามเนื้อ ควบคุ่กับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เมื่อเรามีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นนั่นหมายถึงการเผาผลาญพลังงานส่วนพร้อมใช้ ในระหว่างวันก็จะมากขึ้น เพราะทุกๆ 0.5 กิโลกรัมของมวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้ 40-50 kcal ต่อวันเลยทีเดียว และถ้าหากออกกำลังกายเสริมด้วย ร่างกายจะใช้พลังงานพร้อมใช้ไปจนหมดในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของการออกกำลังกายและจะดึงเอาไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงานแทนหลังจากที่พลังงานส่วนแรกหมดลง เพื่อชดเชยและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ที่ใช้ขณะออกกำลังกาย

จำกัดการรับพลังงาน ไม่ควรงดคาร์โบไฮเดรตต่ำเกินไป

เรื่องโภชนาการก็ยังสำคัญพึงระลึกไว้เสมอ ว่าร่างกายต้องใช้พลังงาน ถ้าหากคนเป็นคนออกกำลังกายควรพิจารณาความหนักของการออกกำลังกายด้วย หลังจากการรับประทานอาหาร ร่างกายจะเลือกใช้พลังงานพร้อมใช้ (Dietary Fuel) ก่อน เมื่อหมดลงจึงจะปรับมาใช้พลังงานที่สะสมไว้ (Body Fuel) และเพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการนี้จะปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วเราควรจัดสรรญปริมาณอาหารให้พอเหมาะพอดี ถ้าหากกิจกรรมการออกกำลังกายของคุณเป็นสายฮาร์ทคอร์ ระดับการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 75% ขึ้นไป ควรเติมอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเพิ่มขึ้นอาจมีสัดส่วนของคาร์โบไฮเดรตได้ถึง 60-70% เลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นกลุ่มคนที่ออกกำลังกายปรกติ สูตรยอดนิยมในการจัดอาหาร คือ

คาร์โบไฮเดรต 40% (1-2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม )
โปรตีน30% (2-3 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ( ขึ้นอยู่กับกิจกรรมการออกกำลังกายด้วย )
และไขมัน 30% (ต้องเป็นไขมันดี กลุ่ม Monounsaturated Fat )
ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับการออกกำลังกายในระดับทั่วๆไป

คาร์ดิโอแบบ Low Intensity ได้ผลตรงจุด

การออกกำลังกายที่จะช่วยเผาผลาญพลังงานที่ต้องทำควบคู่กับการ ออกกำลังกายแบบแรงต้านคือการออกกำลังกายแบบแอโรบิก หรือการคาร์ดิโอ โดยทั่วไปร่างกายจะใช้พลังงานจากไขมันส่วนเกินในระหว่างพักหรือการออกกำลังกายที่ความหนักเบาถึงปานกลาง (60-75%ของMHR) ที่ทำติดต่อกันต่อเนื่องเป็นระยะเวลานึง แต่เมื่อไหร่ที่การออกกำลังหนักขึ้นใช้แรงมากขึ้นร่างกายจะดึงพลังงานจาก Glycogen (ไกลโคเจน) มาใช้มากกว่า เช่นที่ระดับ 90% ของ MHR ก็จะใช้พลังงานจาก Glycogenในสัดส่วนถึง 70% เลยทีเดียว
ถึงแม้ว่าการออกกำลังกายที่หนักจะสามารถเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถทนทานกับการออกกำลังกายหนักๆต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ และการที่เราใช้ Glycogen (ไกลโคเจน) ในการเล่นแบบหนักๆนานๆ จะทำให้กรดแลคติคคั่งอยู่ในกล้ามเนื้อมาก การหดตัวของกล้ามเนื้อก็จะถูกยับยั้ง จึงทำให้เกิดการเมื่อยล้าตามมา เมื่อเปรียบเทียบแล้ว คนที่ต้องการลดไขมันควรออกกำลังกายแบบเบาถึงปานกลางและใช้เวลาในการออกกำลังกายให้นาน จะช่วยเผาผลาญพลังงานจากไขมันส่วนเกินได้มากว่า

ข้อควรระวัง

ไม่ควรลดอาหารมากๆแล้วไปออกกำลังกายคาร์ดิโอหนักๆ หรือฝึกหนักๆในขณะที่ท้องว่าง เพราะผลที่ได้รับคือร่างกายจะสลายไขมันไปแค่บางส่วน แต่จะยังเก็บรักษามวลไขมันไว้ (skiny fat) จึงทำให้รูปร่างดูไม่ฟิต ไม่เฟิร์ม หย่อนยาน ด้วยเหตุนี้ผู้รู้หลายๆท่านจึงแนะนำให้ทานอาหารประเภทแป้งในมื้อก่อนออกกำลังกาย และ ให้จัดวางโปรแกรม weight training ไว้ก่อนการคาร์ดิโอเสมอ เพื่อให้เราใช้พลังงานพร้อมใช้ให้หมดไปให้ได้มากที่สุด ในขณะที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อไว้ และ ใช้การคาร์ดิโอเบาๆตามอย่างน้อย 30-40 นาทีเพื่อเผาผลาญไขมันสะสม

CR.www.lovefitt.com

ปล.ข้อมูลเผื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อนที่ต้องการมีหุ่นสวยๆดูดีนะครับ แต่คงจะไม่ดีกว่าการลงมือทำ ถ้าชอบช่วยกดไลน์ กดเเชร์ด้วยนะครับ

05/07/2017

ปัจจัยที่ทำให้กล้ามโตได้เร็ว

หลักสากลของการสร้างกล้ามให้เติบโต อยู่บนพื้นฐานที่ว่า ไม่ว่าท่าที่ใช้ออกกำลังอยู่นั้น เป็นท่าไหน ต้องใช้น้ำหนัก ให้มาก และ จำนวนครั้ง ให้น้อยเข้าไว้ ในแต่ละท่า ต้องเริ่มที่ การวอร์มร่างกาย 1 เซท เป็นจำนวน 15 ครั้ง ก่อน จากนั้น จึงฝึก ด้วยน้ำหนักจริง 5 เซทขึ้นไป ไม่ว่าจะฝึกท่าอะไร ให้เพิ่มน้ำหนัก ทุกๆเซท ลดจำนวนครั้งลง จนกระทั่ง ในสองเซทสุดท้าย เหลือเซทละ 6 ครั้ง และในแต่ละเซท ให้ฝึกจนทำต่อไปไม่ได้อีกแล้ว จึงหยุดพัก ใช้แผ่นน้ำหนัก เท่าที่คุณทำจนหมดแรงพอดี ในเซทนั้นๆ

ท่าออกกำลังที่อาร์โนลใช้เล่นเป็นประจำ
ส่วนของกล้ามเนื้อ ท่าที่ใช้ฝึก
หน้าอก Bench Press
Incline Press
Dumbbell Flye
ปีก Chin - Up (ดึงข้อ)
Rowing - T Bar
Seated Cable
Bent - Over
บ่า Shoulder Press
Behind - Neck Press
Lateral Raise
แขน Barbell & Dumbbell Curl
Triceps Pressdown
Weighted Dip
ขา Squat
Leg Press
Leg Extension
Leg Curl

จำนวนเซท
การฝึกใน 1 เซท ของอาโนลล์
จำนวนครั้งน้อย ใช้น้ำหนักมาก
แต่ละเซท เล่นจนหมดแรง
เซท จำนวนครั้ง
เซท 1 15 ครั้ง (วอร์ม)
เซท 2 12 ครั้ง
เซท 3 10 ครั้ง
เซท 4 8 ครั้ง
เซท 5 6 ครั้ง
เซท 6 6 ครั้ง
ให้เพิ่มน้ำหนักในทุกๆเซท ให้มากที่สุดที่จะทำได้ พักระหว่างเซท นานกว่าปกตินิดหน่อย

คาร์ดิโออย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์

การคาร์ดิโอช่วยสร้างกระตุ้นหัวใจระบบไหลเวียนเลือดในการเผาผลาญพลังงานให้มีการแคลลอรี่มาก ซึ่งจะส่งผลให้น้ำหนักของร่างกายสมส่วนยิ่งขึ้น ควรคาร์ดิโออย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป อาจเป็นการเดินชัน หรือการวิ่งเร็วสลับกับการเดิน

ควรกินอาหารที่มีจำนวนแคลอรีให้พอดีสำหรับการสร้างและรักษากล้ามเนื้อ
ถ้าคุณเป็นคนที่ออกกำลังเป็นประจำแล้วละก็ ควรกินอาหารวันละ 5-6 มื้อ เพื่อให้มีพลังงานมากกว่าค่า RMR หรืออัตราการเผาผลาญพลังงานขณะพัก 500 แคลอรีขึ้นไป จึงจะเพียงพอต่อการสร้างและรักษากล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่ถ้ารู้สึกว่ากล้ามยังขึ้นช้าอยู่ ก็ให้เพิ่มจำนวนแคลอรีมากขึ้นเรื่อย ๆ

กินโปรตีน 1.5 เท่าของน้ำหนักตัวเป็นอย่างน้อย

โปรตีนเป็นสิ่งที่จำเป็นในการสร้างกล้ามเนื้อเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นควรกินโปรตีนให้มากเข้าไว้ โดยไม่ต้องคิดว่ามันจะเป็นอันตรายกับไต เพราะมีผลงานวิจัยจาก University of Connecticut เปิดเผยว่าไม่พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าโปรตีนจำนวนมากจะสร้างความเสียหายให้กับไตได้ ซึ่งแหล่งอาหารที่มีโปรตีนมากที่สุดคือ ปลา เนื้อ ไข่ ถั่ว และอาหารที่ทำจากแป้งโปรตีน เป็นต้น

กินคาร์โบไฮเดรตชนิดดีและผักในอาหารทุกมื้อ
หากกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตไม่ดีเป็นจำนวนมาก เช่น ข้าวขาว เค้ก และขนมปังขาว อาจทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้ ฉะนั้นควรหันมากินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตชนิดดีอย่าง มันฝรั่ง ผลไม้ เมล็ดควินัว และขนมปังโฮลเกรน ซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังงานและแร่ธาตุต่าง ๆ ให้กับร่างกาย เพื่อนำไปสร้างกล้ามเนื้อ ขณะที่การกินผักจะเพิ่มวิตามินและสารอาหารที่ร่างกายต้องการโดยปราศจากไขมันส่วนเกินอย่างสิ้นเชิง

นอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน

แม้ว่าร่างกายจะผลิตโกรทฮอร์โมนตลอดทั้งวันอยู่แล้ว แต่อาจยังไม่เพียงพอต่อการสร้างกล้ามเนื้อเท่าไร ซึ่งช่วงที่คุณนอนหลับนั้น เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่ฮอร์โมนดังกล่าวจะถูกผลิตออกมาจำนวนมาก ขณะที่การอดนอนหรือนอนน้อยจะขัดขวางการสร้างโกรทฮอร์โมนและการซ่อมแซมกล้ามเนื้ออีกด้วย
cr.www.tuvayanon.net www.men.kapook.com

หากข้อความนี้เป็นประโยชน์ช่วยกดไลน์ กดแชร์ด้วยนะครับ

05/07/2017

หลายความเข้าใจที่เราเข้าใจแบบผิดๆ

1. เหงื่อออกมากร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้เยอะ?

เป็นเพียงระบบการระบายความร้อนของร่างกายตามปกติ ไม่เกี่ยวกับการเผาผลาญแคลอรี่แต่อย่างไร ถึงจะมีบ้างแต่ก็เป็นส่วนน้อย ยกตัวอย่างเช่น การออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำครับ เป็นกิจกรรมที่ช่วยเผาผลาญได้ดีอีกวิธีหนึ่ง ที่สำคัญเสียเหงื่อน้อยด้วย เย็นสบายอีกต่างหาก เห็นไหมครับ จะเสียเหงื่อมาก หรือเสียเหงื่อน้อยมันไม่เกี่ยวกับการเผาผลาญแคลอรี่เลยสักนิด

2. การซิทอัพทำให้กล้ามท้อง?

ซิทอัพ คือการทำให้กล้ามเนื้อท้องแข็งแรง ทำให้มัดกล้ามที่หน้าท้องนั้นใหญ่ขึ้น แต่หากซิทอัพเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะทำมากมายหลายร้อยหลายพันรอบ บางทีซิกแพคมันก็ไม่ขึ้นมาให้เห็นหรอก เพราะสาเหตุหลักที่ทำให้กล้ามท้องไม่มี มันคือไขมันที่พอกหนา ๆ อยู่ที่หน้าท้องนั่นไงล่ะครับ ดังนั้นการที่จะให้มีกล้ามท้องที่สวยงามนั้น ซิทอัพอย่างเดียวไม่เพียงพอ จะต้องทำอย่างอื่นควบคู่กันไปด้วย เช่น การควบคุมอาหาร , ออกกำลังกายท่าอื่น ๆ เพิ่มเติมไปด้วย ประการสำคัญคืออย่าฝืนร่างกายของตัวเองมากจนเกินไป เพียงเท่านี้กล้ามท้องก็จะนูนสวยขึ้นมาโดยไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังงานจนเกินไป

3. การยกน้ำหนักเบาๆ ทำให้กล้ามแขนขึ้น?

การยกน้ำหนักที่ทำให้กล้ามแขนขึ้นต้องเพิ่มน้ำหนักให้กล้ามเนื้อมีพัฒนาการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาเพื่อรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนั้น ยิ่งถ้าเพิ่มเติมการควบคุมอาหารเข้าไปด้วยอีก ขอรับรองเลยว่าเพียงไม่นานก็จะเห็นผลในความพยายามนั้น แต่มีข้อที่ควรระวัง การฝืนร่างกายที่มากจนเกินไปอาจได้รับบาดเจ็บได้

4. ผู้ชายกล้ามโตนั่นแหละสุขภาพดี?

สุขภาพที่ดีนั้นจะต้องเกิดจากภายในผสานเสริมกับภายนอก ภายในก็ประมาณว่า ระบบการหายใจ , จังหวะการเต้นของหัวใจ , การเผาผลาญพลังงาน ร่วมไปถึง ระบบขับถ่ายด้วย ส่วนภายนอกนั้นคือการมีมัดกล้ามที่แข็งแรง และความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้จะมาออกกำลังกายแบบเน้นสร้างกล้ามเนื้ออย่างเดียวไม่ได้ จะต้องเล่นกีฬาอย่างอื่นผสมด้วย เช่น วิ่ง , ว่ายน้ำ , ปั่นจักรยาน หรืออาจเป็นกีฬาประเภททีมเช่น ฟุตบอล อันนี้ได้ความสุขสนาน แถมสุขภาพจิตดีอีกด้วย อย่างนี้เขาถึงเรียกว่าสุขภาพดีอย่างแท้จริง
cr:www.sanook.com

04/07/2017

โปรตีนจากไข่ขาวกับการลดน้ำหนัก จริงหรือ?
ไข่ขาวมีแคลอรี่เพียง 17 แคลอรี่ ไม่มีไขมัน เป็นต่ำแคลอรี่, ไข่ขาวมีโปรตีนประมาณ 4 กรัม เกลือโซเดียม55 มิลลิกรัม ไข่ขาวมีโฟเลต 1.3 ไมโครกรัม ซีลีเนียม 6.6 ไมโครกรัม แคลเซียม 2.3 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 3.6 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส4.9 มิลลิกรัมและ โพแทสเซียม 53.8 มิลลิกรัม
ไข่ขาวมีโปรตีน 3.6 กรัมนั่นคือประมาณร้อยละ 5 ของความต้องการโปรตีนประจำวันของคุณ โปรตีนจากไข่ขาวนั้นร่างกายเราสามารถดูดซึมไปใช้ได้ 100เปอร์เซ็นต์ และยังสามารถย่อยได้ค่อนข้างง่าย ซึ่งเหมาะแก่การนำไปใช้ทั้งในด้านการสร้างกล้ามเนื้อและลดน้ำหนัก อีกทั้งยังเหมาะต่อคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร เช่น แผลในกระเพาะอาหาร (ไข่ขาวไม่ระคายเคืองกับกระเพาะอาหารเหมือนกับ แหล่งโปรตีนชนิดอื่น) ไข่ขาวมีส่วนประกอบของ Casein protein (โปรตีนแบบย่อยได้ช้า) ซึ่งเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของแหล่งโปรตีนที่สามารถทานได้ทุกช่วงเวลา ซึ่งอุดมด้วยโปรตีนรวมทั้ง สามารถลดระดับน้ำตาลหลังอาหาร อิ่มนานขึ้น และลดการบริโภคพลังงานในมื้อต่อ ๆ ไปจึงแนะนำใช้คุมน้ำหนัก
cr:sixpackhome.com

ปล.เผื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อนที่รักการออกกำลังและสาระในการออกกำลังกาย ถ้าชอบช่วยกดไลน์ กดเเชร์ด้วยนะครับ

20/03/2017

มีหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าออกกำลังกายแล้ว แต่น้ำหนักไม่ลงหรือลงแต่ไม่มาก สร้างความเหนื่อยใจให้แก่เพื่อนหลายๆคน วันนี้ผมก็หาคำตอบเพื่อคลายความสงสัยกัน สรุปหลักๆได้ ดังนี้

1. สิ่งที่คิดกับสิ่งที่เป็น

โดยทั่วคนส่วนใหญ่เมื่อจะลดน้ำหนักโดยมีความคิดว่าเมื่อกินคลีนและออกกำลังกายแล้วจะต้องลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็เป็นความจริงในช่วงแรกๆของการลดน้ำหนักเพราะจากด้วยร่างกายยังไม่ชิน ปรับตัวไม่ทัน หรือมีปริมาณไขมันสะสมอยู่มาก แต่ต่อมาเมื่อผ่านไปซักระยะร่างกายจะปรับตัวและความเร็วในการลดน้ำหนักก็จะเริ่มชะลอลง โดยการลดลงของน้ำหนักตัวนั้นจะเริ่มช้าลงในทุกๆกิโลกรัมที่เราลดออกไป ยิ่งผอมลงยิ่งลดก็จะยากขึ้น ระยะเวลายิ่งนานขึ้น หากอธิบายเป็นกราฟ รูปแบบของกราฟที่ได้จะเป็นแบบขั้นบันได คือ มีช่วงที่หยุดนิ่งเป็นระยะๆ ช่วงที่หยุดนิ่งนานๆเราก็เข้าใจว่าทำไมไม่ลง
ทำไมไม่ลด ทั้งเหนื่อย แถมไม่ได้กินในสิ่งที่อยากกิน ก็มีความวิตกกังวลกัน
โดยหลักแล้วเมื่อน้ำหนักของร่างกายคนเราเมื่อนิ่งกับที่ติดต่อกันเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์ต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่บอกว่าร่างกายเริ่มเคยชินกับโปรแกรมการออกกำลังกายและอาหารแบบเดิมๆแล้ว ต้องเปลี่ยนโปรแกรมแบบเดิมๆเสียใหม่ เช่น สลับเปลี่ยนหมุนเวียนอาหาร สลับวันและโปรแกรมการออกกำลังกาย เพิ่มความหนักของการออกกำลังกาย หรือหากทำทุกอย่างและมั่นใจว่าไม่ได้พลาดตรงไหน ให้ลองหยุดพักผ่อนซักสัปดาห์แล้วค่อยกลับมาลดใหม่เพื่อคลายความดึงเครียดจากการลดน้ำหนักที่ติดต่อกันนานเกินไป

2.กล้ามเนื้อกับไขมัน
โดยปกติไขมันในร่างกายเรานั้นมีลักษณะโครงสร้างคล้ายๆฟองน้ำคือมีขนาดใหญ่และน้ำหนักเบา และ กล้ามเนื้อจะมีโครงสร้างเป็นเส้นใยพันไปมาเหมือนเกลียวเชือกมีความหนาแน่นมากกว่าเมื่อนำสองสิ่งนี้มาเทียบกันในน้ำหนักที่เท่ากัน กล้ามเนื้อที่มีความหนาแน่นมากกว่าจะมีขนาดเล็กกว่าไขมันอยู่ประมาณ 1-1.5 เท่าตัว เมื่อเราลดน้ำหนักโดยสลายไขมันไปเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่คงเหลือไว้คือกล้ามเนื้อจึงทำให้ปริมาณของน้ำหนักตัวคงที่หรือลดลงน้อยมากในขณะที่รูปร่างมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด

3.การเปลี่ยนแปลงมองไม่เห็น
การลดน้ำหนักด้วยการทานอาหารที่ถูกโภชนาการและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เกิดการพัฒนาภายในร่างกาย ทั้งระบบเลือด ระบบทางเดินหายใจ การเต้นของหัวใจ และโดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อของคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะมีการสะสมพลังงานแหล่งที่มาจากอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต (ไกลโคเจน) มากขึ้น เพื่อเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้ในการดำรงชีวิตและการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเฉลี่ยแล้วร่างกายของคนที่ออกกำลังกายจะเก็บไกลโคเจนไว้ในกล้ามเนื้อประมาณ 300-400 กรัม เมื่อรวมกับปริมาณน้ำอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 3-4 เท่าตัวหรือ ตัวเลขน้ำหนักจะดูมากกว่าความเป็นจริงประมาณ 1-2 กิโลกรัม เพราะน้ำและไกลโคเจนอาจทำให้กล้ามเนื้อดูฟูและโตขึ้นเล็กน้อยได้
ในขณะที่ไขมันหนาๆจะบางลง แต่ไม่ใช่จะทำให้กลัวไม่กล้าออกกำลังกายกัน ข้อดีของการที่ร่างกายมีกล้ามเนื้อที่มากขึ้นคือจะทำให้เราเก็บสะสมพลังงานสำรองที่มาจากคาร์โบไฮเดรตได้มากขึ้น จึงทำให้ถึงแม้ว่าจะกินแล้วไม่ได้ออกกำลังกายเราจะยังควบคุมน้ำหนักได้ดี อ้วนยากขึ้น และการสะสมไกลโคเจนนี้จะไม่ทำให้เราดูอ้วนเหมือนการสะสมไขมัน จึงทำให้ดูรูปร่างดีขึ้น แม้ตัวเลขน้ำหนักตัวไม่ลงมากอย่างที่ตั้งเป้าไว้ก็ตาม
ด้วยปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้จึงแนะนำให้คนที่ลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย อย่างกังวลถึงผลที่ตัวเลขบนตราชั่งมากจนเกินไป แต่ให้ดูในเรื่องของสัดส่วนสภาพร่างกายมากกว่า และขอให้ทำต่อเนื่องอย่างเต็มที่ อย่าเพิ่งท้อและหยุดกลางครันไปเสียก่อน

ปล.หากชอบเรื่องที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ ช่วยกดถูกใจเพจหรือกดไลน์ กดแชร์ให้ด้วยนะครับ เป็นกำลังใจแก่แอดมินนะครับ จะได้หาข้อมูลดีๆที่เป็นประโยชน์ต่อไป

เรียบเรียง lovefitt
Credit FitFactFun, coachcalorie.com, jillianmichaels.com

Photos from Healthy & Bodybuilding's post 11/03/2017
ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Dusit?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


กรุงเทพ
Dusit