Thai Massage & Holistic Health

Thai Massage & Holistic Health

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Thai Massage & Holistic Health, บริการนวด, แม่กา, Nakhon Pathom.

ลำไย 01/10/2019

ลำไย กับความเชื่อเรื่องสุขภาพ

ลำไย ผลไม้ที่หลายคนโปรดปรานแต่มักไม่กล้าทานมากเกินไป เพราะมีความเชื่อสืบต่อกันมาว่ากินลำไยแล้วจะทำให้เจ็บคอ ร้อนใน มีแผลในช่องปาก ตื่นมาตาแฉะและมีขี้้ตามากในวันรุ่งขึ้น ความเชื่อเหล่านี้จริงเท็จประการใด ควรกินลำไยมากน้อยแค่ไหน และประโยชน์ของลำไยที่กล่าวกันไว้ว่าดีต่อสุขภาพนั้นพิสูจน์ได้แล้วจริงเท็จแค่ไหน...?

ลำไยเป็นผลไม้ที่มีไขมันต่ำ เนื้อลำไยสดประมาณ 9 ผล หรือ 75 กรัม ให้พลังงาน 59 แคลอรี่ ซึ่งเป็นปริมาณต่อมื้ออาหารที่เหมาะสมต่อผู้มีสุขภาพดี อย่างไรก็ตาม ผลไม้ชนิดนี้ขึ้นชื่อว่ามีน้ำตาลสูง โดยลำไย 9 ผล มีน้ำตาลถึง 14 กรัม ซึ่งเทียบเท่ากับ 3 ช้อนชา คิดเป็นครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำตาลที่แนะนำต่อวัน คือไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือ 30 กรัม และหากเป็นเนื้อลำไยอบแห้งก็จะยิ่งมีแคลอรี่และน้ำตาลสูงกว่าลำไยสดมาก

เนื้อลำไยอุดมไปด้วยวิตามินซีที่มีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนอันพบมากในกระดูก หลอดเลือด และผิวหนัง เนื้อลำไย 9 ผล ให้วิตามินซีสูงถึง 63 มิลลิกรัม ซึ่งเกือบเทียบเท่ากับปริมาณวิตามินซีที่แนะนำต่อวัน โดยผู้หญิงควรได้รับวิตามินซีวันละ 75 มิลลิกรัม ส่วนผู้ชายควรได้รับวันละ 90 มิลลิกรัม

นอกจากนั้น งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าสารสกัดจากส่วนต่าง ๆ ของลำไย ไม่ว่าจะเป็นใบ ผล เมล็ด เปลือก ลำต้น กิ่ง ดอก ต่างประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะเมล็ดลำไยที่มีในปริมาณสูงกว่าส่วนอื่น ๆ ซึ่งสารดังกล่าวจะช่วยต่อสู้กับอนุมูลอิสระในร่างกายที่สร้างความเสียหายต่อเซลล์และเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรงหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ มะเร็ง ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม เป็นต้น

สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในลำไยมีอยู่หลากหลายชนิดด้วยกัน เช่น กรดแกลลิก กรดเอลลาจิก แทนนิน รวมถึงสารคอริลาจิน (Corilagin) ซึ่งเชื่อกันว่าช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก และสารกาบา (GABA) ที่อาจช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นและส่งผลดีต่อสุขภาพจิต ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล

ตอบข้อสงสัยกับความเชื่อเรื่องการกินลำไย

กินลำไยมากทำให้ร้อนในจริงหรือ หลายคนคงเคยได้ยินความเชื่อที่ว่าหากกินลำไยในปริมาณมากเกินไปจะก่อให้เกิดอาการร้อนในตามมา บ้างก็ว่าเกิดจากยางของลำไย สำหรับข้อเท็จจริงในด้านนี้ไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลที่ระบุว่าลำไยมียางหรือเป็นสาเหตุของอาการร้อนในจริง ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันโภชนาการแห่งมหาวิทยาลัยมหิดลอธิบายว่าอาจเป็นเพราะลำไยเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง ทำให้มีน้ำตาลตกค้างอยู่ภายในปากหลังกิน ซึ่งน้ำตาลเหล่านี้เป็นอาหารของแบคทีเรียและเป็นสาเหตุให้มีแบคทีเรียสะสมมากขึ้น ทำให้เสี่ยงเกิดแผลร้อนในตามมาในที่สุด ดังนั้น อาหารที่มีน้ำตาลมากจึงล้วนส่งผลให้เป็นร้อนในได้ ไม่ใช่เพียงแต่ลำไยเท่านั้น

แผลร้อนในภายในปากยังอาจเกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการแปรงฟันแรงไป การใช้ยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง การเผลอกัดโดนเยื่อบุช่องปาก การขาดสารอาหารบางชนิด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนช่วงมีประจำเดือน รวมถึงการกินอาหารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น กาแฟ ช็อกโกแลต ไข่ ชีส ถั่ว อาหารรสเผ็ดหรือผักผลไม้ที่มีกรดอย่างสตรอว์เบอร์รี่ ส้ม มะนาว และสับปะรด ดังนั้น การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่พอจะทำได้และบ้วนปากหรือดื่มน้ำตามหลังจากการกินอาหารที่มีกรดหรือน้ำตาลเพื่อล้างปาก จึงอาจช่วยป้องกันการระคายเคืองภายในช่องปากที่จะนำไปสู่การเกิดแผลร้อนใน

กินลำไยทำให้เจ็บคอ เป็นไข้ และตาแฉะ เป็นคำเตือนเกี่ยวกับการกินลำไยอีกอย่างที่คุ้นเคยกันดี โดยอ้างว่าในลำไยมีสารบางอย่างที่ก่อให้เกิดอาการดังกล่าว แต่แท้จริงแล้วไม่ปรากฏงานวิจัยที่ระบุข้อมูลนี้ รวมถึงความเชื่อที่ว่าอาการเจ็บคออาจเกิดจากลำไยมีน้ำตาลมาก ซึ่งการกินอาหารที่มีน้ำตาลหรือหวานมากกับอาการเจ็บคอนั้นมีความเกี่ยวโยงกันหรือไม่ อย่างไร ทางวิทยาศาสตร์ก็ยังให้คำตอบไม่ได้

ผู้ป่วยเบาหวานควรเลี่ยงการกินลำไย แม้ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยจำกัดการกินอาหารที่มีน้ำตาลสูง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องงดการกินลำไยหรือผลไม้อื่น ๆ ที่มีคุณค่าทางสารอาหารแต่มีน้ำตาลสูงเสมอไป เพียงลดปริมาณและความถี่ในการกินให้น้อยลงกว่าผู้มีสุขภาพดีทั่วไป โดยผู้ป่วยเบาหวานควรได้รับน้ำตาลจากอาหารไม่เกินวันละ 3-4 ช้อนชา และควรกินลำไยประมาณ 3-5 ผลต่อมื้ออาหารเท่านั้น ในขณะที่ผู้มีสุขภาพดีควรกินลำไยไม่เกิน 10 ผลต่อมื้ออาหาร

คนท้องกินลำไยได้หรือไม่ การกินผักผลไม้ให้หลากหลายจะช่วยให้ว่าที่คุณแม่ได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่ครบถ้วนและเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการของลูกน้อย อีกทั้งมีเส้นใยอาหารสูง ช่วยป้องกันท้องผูกได้ดี ลำไยจึงไม่ใช่ของต้องห้ามที่ไม่ควรกินระหว่างตั้งครรภ์แต่อย่างใด ทว่าเช่นเดียวกับผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงชนิดอื่น ๆ อย่างทุเรียน กล้วย หรือสับปะรด ไม่ควรกินลำไยเพียงอย่างเดียวในปริมาณมาก เพราะอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงและเสี่ยงเกิดเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้

การล้างลำไยก่อนกินช่วยชะล้างยาฆ่าแมลงบนเปลือก การล้างผักผลไม้ด้วยน้ำสะอาดหรือแช่น้ำเกลือช่วยขจัดยาฆ่าแมลงและเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนตามเปลือกผลจริง แต่อาจไม่ทั้งหมด หลายคนเสี่ยงได้รับยาฆ่าแมลงจากกินลำไยเพราะใช้ปากกัดเปลือกลำไย ทางที่ดีจึงควรใช้มือหรือมีดแกะผลลำไยแทน

กินลำไยช่วยบำรุงสุขภาพอย่างไรบ้าง

บรรเทาอาการปวดข้อ โรคเกี่ยวกับข้อต่อและกระดูกหลายโรค เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ข้อเสื่อม กระดูกพรุน และโรคเก๊าท์ นอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพกระดูกแล้วยังเป็นสาเหตุของอาการปวดข้อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย งานวิจัยที่ทดสอบกับเซลล์และหนูทดลองชี้ว่าสารสกัดจากเปลือก เนื้อ และผนังของเมล็ดลำไยมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับอาการปวด รวมถึงงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากลำไยอาจช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการของโรคข้อต่อและกระดูก ทำให้เชื่อว่าลำไยอาจเป็นอีกตัวเลือกที่นำมาพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านนี้ได้

การศึกษาชิ้นหนึ่งที่ทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่าสารสกัดจากเมล็ดลำไยมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างกรดยูริกและปฏิกิริยาในกระบวนการสร้างกรดยูริกในเลือด ซึ่งการมีกรดยูริกในปริมาณสูงนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดโรคเก๊าท์ตามมาในที่สุด โดยจะก่อให้เกิดการตกผลึกบริเวณข้อต่อ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดบวมตามข้อ และเมื่อทดลองฉีดสารสกัดดังกล่าวให้หนูที่มีกรดยูริกสูงก็ปรากฏผลลัพธ์เช่นเดียวกัน จึงมีความเป็นไปได้ว่าสารสกัดเมล็ดลำไยอาจมีสรรพคุณป้องกันโรคนี้

นอกจากนี้ ลำไยอาจเป็นอีกตัวช่วยในการรักษาโรคกระดูกและข้อต่อบางชนิด เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้มีงานวิจัยในเซลล์พบว่าสารสกัดจากผลลำไยมีคุณสมบัติช่วยเปลี่ยนแปลงรูปร่างของกระดูกและอาจใช้เป็นสารที่ช่วยรักษาโรคกระดูกพรุนได้ รวมถึงการศึกษาในกระต่ายที่พบว่าโมเลกุลคาร์โบไฮเดรตจากลำไยอาจมีประโยชน์ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของกระดูกในระหว่างการปลูกถ่ายกระดูกอ่อน ซึ่งการปลูกกระดูกอ่อนนี้เป็นวิธีรักษากระดูกอ่อนผิวข้อเสื่อมที่จำเป็นต้องใช้สารช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตและเร่งการซ่อมแซมเซลล์กระดูกที่มีราคาสูง หากในภายหน้ามีการทดลองที่พิสูจน์ได้ว่าโมเลกุลคาร์โบไฮเดรตของลำไยมีประสิทธิภาพและปลอดภัยพอที่จะนำมาใช้แทนสารดังกล่าวได้จริงก็นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม การศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของลำไยที่มีต่อการป้องกันและรักษาโรคกระดูกหรือข้อต่อในปัจจุบันล้วนไม่ได้ศึกษากับคนโดยตรง จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมกับคนจำนวนมากและมีการออกแบบงานวิจัยอย่างรัดกุมต่อไปเพื่อระบุความน่าเชื่อถือก่อนจะได้รับการยอมรับให้นำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้จริง

ลดความเครียด ความกังวล และภาวะซึมเศร้า ลำไยมีสารบางชนิดที่อาจมีสรรพคุณต้านภาวะซึมเศร้าและปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือกาบา สารสื่อประสาทที่มีอยู่ในสมองของคนเรา ซึ่งนักวิจัยคาดว่าเป็นสารที่ช่วยให้มีอารมณ์ดี รู้สึกสงบ และผ่อนคลายระบบประสาท ระดับของสารกาบาที่ลดต่ำลงอาจมีความเกี่ยวข้องกับโรคความผิดปกติทางอารมณ์หรือโรควิตกกังวล หลายคนจึงหันมากินอาหารเสริมกาบาเพราะเชื่อว่าจะช่วยคลายความกังวลและทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าสารกาบาจากอาหารเสริมนั้นข้ามผ่านตัวกั้นระหว่างเลือดกับสมองไปได้หรือไม่ ทำให้ไม่อาจยืนยันว่าผู้ที่กินกาบาในรูปแบบอาหารเสริมหรือสารสกัดลำไยจะได้รับประโยชน์จากสารอาหารชนิดนี้

สารอีกชนิดหนึ่งที่พบในลำไยและคาดว่าอาจช่วยต้านภาวะซึมเศร้าเช่นเดียวกันคือกรดแกลลิก โดยจากการทดลองหนึ่งที่ให้หนูซึ่งมีภาวะซึมเศร้าเนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือดกินกรดแกลลิก พบว่าหนูมีอาการซึมเศร้าและเครียดน้อยลง สันนิษฐานว่าเป็นผลมาจากการที่กรดแกลลิกนั้นมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยยับยั้งกระบวนการเกิดอนุมูลอิสระในระหว่างที่สมองขาดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะซึมเศร้า

ทั้งนี้ การศึกษาโดยใช้ลำไยหรือสารสกัดจากลำไยโดยตรงนั้นมีไม่มากนักและยังไม่พบการศึกษาในคนที่น่าเชื่อถือ มีเพียงงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ทดลองให้หนูที่มีภาวะเครียดกินพืชสมุนไพร 3 ชนิดผสมกัน ได้แก่ ลำไย พลูคาว และพืชในตระกูลกลอย ผลลัพธ์พบว่าหนูมีอาการซึมเศร้าและเครียดน้อยลง แต่ไม่อาจระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นผลมาจากลำไยหรือพืชอีก 2 ชนิดกันแน่ จึงยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น นอกจากภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และความผิดปกติทางอารมณ์ ระดับของสารกาบาในสมองที่ต่ำกว่าปกติยังมีความเกี่ยวเนื่องกับปัญหาในการนอน เพราะสารชนิดนี้มีกลไกการทำงานโดยช่วยลดการตื่น ทำให้หลับได้ง่ายและเร็วขึ้น

งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ทดลองโดยใช้สารสกัดจากเนื้อลำไย พบว่าแม้สารสกัดดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้นอนหลับเร็วขึ้นและเพิ่มระยะเวลาในการนอนหลับโดยตรง แต่เมื่อใช้ควบคู่กับยาเพนโทบาร์บิทอลจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยให้นอนหลับของยาดังกล่าว เนื่องจากสารสกัดจากเนื้อลำไยมีคุณสมบัติช่วยเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานของสารกาบา ทว่างานวิจัยชิ้นนี้เป็นการทดลองในห้องปฏิบัติการ ไม่ได้ให้คนกินสารสกัดจากลำไยจริง ๆ จึงยังเป็นเพียงแนวทางการศึกษาที่ควรมีการต่อยอดศึกษาในคนจำนวนมากต่อไป

บำรุงความจำ ผลลำไยอบแห้งถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรแก้อาการหลงลืมตามตำรับยาแผนโบราณของจีนมาอย่างยาวนาน จนต่อมาเริ่มมีการศึกษาเพื่อพิสูจน์สรรพคุณในด้านนี้ของลำไย การศึกษาชิ้นหนึ่งทดลองให้หนูกินสารสกัดจากผลลำไยเป็นเวลา 14 วัน ปรากฏว่าหนูมีการเรียนรู้และความจำที่ดีขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ชี้ว่าหนูที่มีความบกพร่องทางความจำและการเรียนรู้มีอาการดีขึ้นหลังได้รับสารสกัดจากเมล็ดลำไย ลำไยจึงอาจมีประโยชน์ช่วยในเรื่องความจำตามที่ตำราแพทย์แผนจีนกล่าวไว้ ซึ่งจะนำมาประยุกต์ใช้กับการแพทย์แผนปัจจุบันได้จริงหรือไม่คงต้องมีการพิสูจน์โดยตรงกับคนต่อไปเสียก่อน

ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า ไม่เพียงแต่สรรพคุณด้านการบรรเทาอาการปวดข้อและการเสริมสร้างการทำงานของสมอง ลำไยยังอาจช่วยคลายความเหนื่อยล้าได้ด้วย โดยมีผลการศึกษาชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่าหนูที่กินสารสกัดจากเมล็ดลำไยมีอาการเหนื่อยล้าน้อยกว่าเมื่อไม่ได้กิน ส่งผลให้สามารถว่ายน้ำได้นานยิ่งขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ว่าสารสกัดจากเมล็ดลำไยอาจมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการล้าของร่างกาย แต่ผลการวิจัยเพียงเท่านี้ยังบ่งบอกอะไรไม่ได้มากนัก เพราะเป็นการทดลองในสัตว์ซึ่งมีกลไกการทำงานของร่างกายแตกต่างจากคน ต้องรอให้มีการศึกษาในคนโดยตรงเท่านั้นจึิงจะยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยได้

กินลำไยรักษาโรค ปลอดภัยหรือไม่

ลำไยเป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระและต้านโรคที่ดีหากกินในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องจำกัดน้ำตาลในอาหาร ส่วนการใช้ในรูปแบบอาหารเสริมนั้น ข้อมูลการวิจัยด้านความปลอดภัยเท่าที่มีในปัจจุบันระบุว่าการให้หนูกินสารสกัดจากเมล็ดลำไยต่อเนื่องเป็นเวลา 13 สัปดาห์ไม่ก่อให้เกิดพิษหรืออันตรายต่อตัวหนูแต่อย่างใด ส่วนการกินในระยะเวลานานกว่านั้นยังไม่มีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยจึงไม่ควรใช้สารสกัดจากลำไยเป็นเวลานาน และควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจใช้ทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีอาการเจ็บป่วยใด ๆ ก็ตาม

ขอบคุณ : พบแพทย์ | ข้อมูลสุขภาพที่ครบถ้วนและเชื่อถือได้

สัญญาณเตือนและปัจจัยเสี่ยงว่าคุณอาจจะเป็นมะเร็ง 12/03/2019

มะเร็งไม่ได้น่ากลัว...ถ้าคุณรู้จักดูแลตัวเอง

รู้ก่อนไม่เสียหาย
สัญญาณเตือน!
และปัจจัยเสี่ยงว่าคุณอาจจะเป็นมะเร็ง..
ชุดความรู้เกี่ยวกับมะเร็งที่ทาง
Art for Cancer by Ireal
ได้ร่วมกับ สถานวิทยามะเร็งศิริราช
และ Creative Citizen สร้างสรรค์ออก
แบบข้อมูลความรู้เกี่ยวกับมะเร็ง
ที่ถูกต้องเพื่อเผยแพร่กับผู้ป่วยมะเร็ง
ในการรับมือและดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง
และเพื่อให้ประชาชนคนไทย
ได้รู้จักมะเร็งมากขึ้น
เราจะได้รู้แนวทางป้องกันมะเร็ง
สามารถตรวจพบได้ไว
เพื่อทำการรักษาโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้
มีโอกาสหายขาด
และเพิ่มอัตราการรอดชีวิต
จากมะเร็งได้มากขึ้นค่ะ...
ข้อมูล โดย สถานวิทยามะเร็งศิริราช
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ร่วมจัดทำ โดย Art for Cancer by Ireal
และ Creative Citizen
ศึกษาข้อมูลความรู้เพิ่มเติมได้ที่
http://www.si.mahidol.ac.th/th/department/cancer/knowledge_infographic.php

19/10/2017

ดีๆไอเดีย

ทางเลือกสุดท้าย 17/05/2017

แนวทางแก้ไข :
นวดตามแนวเส้นอินทา ตั้งแต่ ตา ไรผม ต้นคอ ตามใบหูบริเวณทัดดอกไม้ และที่กระหม่อม แล้วเลื่อนลงมาที่จุดศูนย์กลาง บริเวณจมูกขวา ถ้าเป็นสัน
นิบาติ ลมประกัง นวดระหว่างคิ้วทั้งสอง บริเวณหน้าผาก คลึงไปท้ายผม หลังใต้หู ให้นวดทั้งสองข้างโดยเน้นข้างจมูกทั้งสองข้าง

Photos 13/06/2016

กรมอนามัยได้ออกมายืนยันแล้ว ’ปลาสวาย’ มีโอเมก้า 3 สูงไม่แพ้’แซลมอน’

มติชนออนไลน์
วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน 2559
กรมอนามัยยัน’ปลาสวาย’โอเมก้า 3 สูงไม่แพ้’แซลมอน’ แนะเคล็ดลับเลือกสีสดหรือซีด แบบไหนดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในสังคมออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลว่า “ปลาสวาย” เป็นปลาน้ำจืดที่มีโอเมก้า 3 สูงกว่าปลาทะเลอย่างปลาแซลมอน โดยมีการระบุรายละเอียดต่างๆ แต่ปราศจากแหล่งข้อมูลวิชาการอ้างอิง โดยระบุว่า “ปลาสวายมีโอเมก้าสูงถึง 2,570 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนัก 100 กรัม มากกว่าปลาทะเลอย่างปลาแซลมอนที่มีโอเมก้า 3 ราวๆ 1,000-1,700 มิลลิกรัมเท่านั้น ทำให้เราไม่ต้องไปซื้อปลาทะเลแพงๆ รับประทาน เราก็ได้กรดไขมันโอเมก้า 3 ได้เหมือนกัน โดยส่วนใหญ่พอได้ยินคำว่า ‘โอเมก้า 3’ เราก็มักจะนึกถึงกรดไขมันชั้นดีที่มีอยู่ในปลาทะเล อย่าง ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาแมคคาเรล ซึ่งปลาเหล่านี้เป็นปลาที่นำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาค่อนข้างสูง จึงไม่ค่อยมีใครนึกถึงปลาน้ำจืดของไทย ว่าจริงๆ แล้วก็มีปลาบางชนิดที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงไม่แพ้ปลาทะเลจากเมืองนอกเลย”

ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน นายสง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการโภชนาการ ที่ปรึกษากรมอนามัย กล่าวว่า ข้อมูลตารางคุณค่าทางอาหารในปลาน้ำจืดของไทยนั้น เบื้องต้นในเรื่องกรดไขมันไม่อิ่มตัว อย่างโอเมก้า 3 พบว่า ปลาสวายเป็นปลาที่มีไขมันชนิดนี้มากกว่าปลาอื่นๆ โดยมีทั้งในเนื้อปลาและในไข่ปลา โดยเฉพาะในไข่ปลาจะพบมากที่สุด แต่ไม่มีการเปรียบเทียบว่าปลาสวายมีโอเมก้า 3 มากกว่าปลาทะเลน้ำลึก อย่างปลาแซลมอนหรือไม่ แต่ข้อควรระวังคือ จะเห็นได้ว่าลักษณะของปลาสวายมีไขมันมาก แต่พบว่าส่วนใหญ่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ปัญหาคือไม่ใช่ว่าปลาทุกชนิดที่มีไขมันในตัวเองมากแล้วจะเป็นไขมันไม่อิ่มตัวทั้งหมด ดังนั้น การรับประทานก็ต้องระมัดระวัง สิ่งสำคัญคือเมื่อพบว่าปลาน้ำจืดของไทยมีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่ไม่ต้องรับประทานปลาทะเลน้ำลึกนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากปลาของไทยย่อมมีราคาถูกกว่า

ด้าน พญ.นภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ปกติแล้วการรับประทานไม่ว่าเนื้อสัตว์ชนิดใดก็ตาม หรือแม้แต่ปลาซึ่งมีคุณค่าทางอาหารมาก แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องรับประทานอย่างนั้นเพียงอย่างเดียว เนื่องจากหลักการโภชนาการที่ดีคือต้องบริโภคให้หลากหลายและบริโภคให้ครบ 5 หมู่ตามคุณค่าทางอาหารที่ร่างกายควรได้รับ

ผู้สื่อข่าวถามว่านอกจากเรื่องโอเมก้าแล้ว ยังมีคำถามว่าหากกินปลาแซลมอนต้องเลือกสีสดหรือสีจางจึงจะปลอดภัย พญ.นภาพรรณกล่าวว่า ควรเลือกสีที่ไม่สดหรือจางจนเกินไป เนื่องจากสีสดมากๆ จนน่ากลัวก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าเป็นสีผสมอาหาร หรือสีอื่นๆ ที่อาจมีอันตรายได้ ขณะที่หากเลือกสีจางๆ ก็ใช่ว่าจะดี เนื่องจากสีซีดมากๆ แสดงว่ามีไขมันสูง ทำให้ความเข้มจางลง การกินอะไรที่มีไขมันสูงมากๆ ย่อมไม่ดีเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลของสำนักโภชนาการ กรมอนามัย มีการศึกษาคุณค่าทางอาหารของ “ปลา” โดยระบุว่าปลาเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง จัดปลาไว้ในอาหารหลักหมู่ที่หนึ่งในประเภทเนื้อสัตว์ ไข่ นมและถั่วเมล็ดแห้ง โปรตีนในเนื้อปลาจะถูกนำไปใช้ในการเสริมสร้างเนื้อเยื่อและซ่อมแซมสิ่งที่สึกหรอ ไขมันที่มีอยู่ในเนื้อปลาจะเป็นส่วนประกอบของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะสมอง จะป้องกันการจับแข็งตัวของไขมันในเส้นเลือด วิตามินและแร่ธาตุที่มีอยู่ในเนื้อปลาจะควบคุมการทำงานของร่างกายให้ทำหน้าที่ได้ตามปกติ โดยคุณค่าทางด้านโปรตีน ปลาชนิดต่างๆ ให้โปรตีนในปริมาณที่สูงพอสมควร เนื้อปลา 100 กรัม จะประกอบขึ้นด้วยโปรตีนเป็นจำนวนกรัม ดังนี้ ปลาดุก 23 กรัม ปลาตะเพียน 22 กรัม ปลากระบอก 20.7 กรัม ปลาช่อน 20.5 กรัม ปลาทู 20 กรัม ปลาแป้น 19.6 กรัม ปลาหมอไทย 17.2 กรัม ปลาสวาย 15.4 กรัม ปลาหมึกกล้วย 15.2 กรัม และปลาเนื้ออ่อน 14.4 กรัม

คุณค่าทางด้านไขมัน ไขมันที่ประกอบในเนื้อปลาทำให้รสชาติและสีของเนื้อปลาแตกต่างกันออกไป เนื้อปลา 100 กรัม ประกอบด้วยไขมันเป็นจำนวนกรัม ดังนี้ ปลาสวาย 21.5 กรัม ปลาทู 6.7 กรัม ปลากระบอก 3.9 กรัม ปลาช่อน 3.8 กรัม ปลาตะเพียน 2.6 กรัม ปลาดุก 2.4 กรัม ปลาเนื้ออ่อน 2.3 กรัม ปลากราย 1.6 กรัม ปลาทรายแดง 1 กรัม ปลาแป้น 1 กรัม ปลาหมึกกล้วย 0.7 กรัม เป็นต้น ยังได้ทำการศึกษากรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ได้แก่ Eicosapentaenoic acid หรืออีพีเอ (EPA) Docosahexaenoic acic หรือดีเอชเอ (DHA) ด้วย
โดยอีพีเอเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งที่มีคุณสมบัติลดปัญหาการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดได้เนื่องจากเป็นสารตั้งต้นในการสร้างสารไอโคซานอยด์ที่มีคุณสมบัติลดการจับตัวของเกร็ดเลือด นอกจากนั้นร่างกายสามารถนำกรดไขมันอีพีเอนี้ไปสร้างสารที่ช่วยการขยายตัวของหลอดเลือดด้วย

นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันอีกชนิดหนึ่งในกลุ่มเดียวกันนี้ คือดีเอชเอ ทำให้เซลล์มีความไวต่อการรับสัญญาณประสาท นอกจากนั้นยังพบว่ามีปริมาณสูงในจอตาและที่สำคัญที่สุด คือ เป็นไขมันที่เป็นส่วนประกอบของเซลล์สมอง ซึ่งพบว่ามีถึงร้อยละ 65 สมองมนุษย์มีไขมันชนิดนี้เป็นส่วนประกอบอยู่ครึ่งหนึ่งก่อนกำเนิด ส่วนทีเหลือจะได้มาในช่วงปีแรกของชีวิต ดังนั้น ดีเอชเอจึงมีความสำคัญมากต่อสตรีในระยะตั้งครรภ์และมารดาในระยะให้นมบุตร ที่ช่วยให้สมองทารกพัฒนาและเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์

Photos from Thai Massage & Holistic Health's post 16/05/2016

พิษรักจากการจูบ!!?

Photos from Thai Massage & Holistic Health's post 06/05/2016

สมุนไพรเกิดบ้านเราก็ให้เพื่อนบ้านเอาไปจดลิขสิทธิ์เป็นของเขาไปแล้ว ละนี่หล่ะภูมิปัญญาของคนในชาติเราจะยกให้ใครอีก???....คงต้องติดตามต่อไป

Photos from Thai Massage & Holistic Health's post 16/04/2016

เคยสงสัยไหมคะแผลกดทับเกิดจากอะไร??

Photos 23/06/2015

...ลูกจ๋าลูก แม่ยังจำ ครั้งวันวาน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านทำผม ใน Nakhon Pathom?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

ทีมทำอาหาร

เสื้อผ้า

เว็บไซต์

ที่อยู่


แม่กา
Nakhon Pathom
56000