Marketing By Pukkapol
เทคนิคการทำตลาดแบบมืออาชีพ
05/05/2026
ใช้ชีวิตให้เบาสบาย..🍃
ความตึงเครียดจะลดทอน
พลังชีวิตในตัวเรา
🍃ไม่มีประโยชน์อะไร
ที่จะเครียดกับชีวิต
เพราะไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น
เราก็สามารถสร้างใหม่
ให้ดีกว่าเดิมได้เสมอ🍃
🍃ทิ้งความคิด
ด้านลบออกไป..
หายใจเข้าลึกๆ
หายใจออกช้าๆ
ผ่อนคลาย..🍃
ทำใจให้นิ่งเป็นสมาธิ
ระลึกถึงแต่สิ่งดีๆในชีวิต
🍃เมื่อจิตใจผ่อนคลาย
พลังสร้างสรรค์
จะเกิดขึ้นเอง..
เมื่อสมองปลอดโปร่ง
ปัญญาจะผุดขึ้นมา
อย่างน่าอัศจรรย์🍃
💗ข้อคิดสำหรับผู้ต้องการบรรลุธรรมในชาตินี้
แต่มีความจำเป็นยังต้องใช้ชีวิตฆราวาส!!!
พศิน อินทรวงค์
ถาม...
สวัสดีครับพี่พศินผมอยากยึดสายอาชีพภาวนาผมควรพัฒนาตนเองอย่างไรครับแนะนำให้หน่อยครับ
ตอบ...
ข้อคิดสำหรับผู้ต้องการบรรลุธรรมในชาตินี้
แต่มีความจำเป็นยังต้องใช้ชีวิตฆราวาส
1. แยกหน้าที่ออกเป็นสองส่วน
คือ หน้าที่ภายนอก กับหน้าที่ภายใน
1.1หน้าที่ภายนอกคือ การงาน ครอบครัว สังคม สิ่งที่เรารับผิดชอบ สถานภาพทางสังคมที่เรามีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง ตรงนี้ทำให้ดีที่สุดอย่างเต็มความสามารถ
1.2 หน้าที่ภายใน ตรงนี้เป็นเรื่องการขัดเกลาจิตใจของเรา ให้สามารถเป็นอิสระจากทุกสิ่ง เป็นหนึ่งเดียวกับการปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่นทุกสิ่งทั้งปวง หน้าที่ตรงนี้ให้ทำด้วยวิธีการบริจาคทาน ถือศีล ทำสมาธิ วิปัสสนา
2. ให้รู้ว่ามีหน้าที่สองส่วนแต่ถึงเวลาปฏิบัติให้จับมารวมกัน
2.1 จำไว้ว่า สิ่งใดก็ตามที่จะทำให้หน้าที่ภายในของเราเสียหาย เราจะไม่ทำ แม้จะเป็นประโยชน์ต่อหน้าที่ภายนอก แต่ถ้าภายในของเราเสีย เราจะไม่ทำ เช่นทำแล้วรวยแต่ผิดคุณธรรม เราจะไม่ทำ ทำแล้วรวย แต่จิตใจตกต่ำเกิดความโลภ เราจะไม่ทำ หน้าที่การงานใดๆ ที่เราจะเลือกทำ จะต้องมีส่วนกระบวนการที่ส่งเสริมให้จิตใจของเราพัฒนาได้สูงยิ่งๆ ขึ้นไป ขอให้ผนึกงานของเราให้กลายเป็นการทำบุญไปด้วยในตัว ตรงนี้ผู้ต้องการพัฒนาจิตอย่างถึงที่สุด ควรให้ความสำคัญกับการคัดเลือกงานของตนด้วย
2.2 เราต้องไม่หลงประเด็น ต้องรู้ชัดว่า เมื่อเราทำหน้าที่ภายในเต็มที่แล้ว หน้าที่ภายนอกก็จะดีไปด้วยอย่างแน่นอน เพราะคนเราใช้จิตใจ ใช้ตัวเองไปทำทุกอย่าง ถ้าจิตใจของเราดี เบิกบาน มีความสุข มีปัญญา จะเอาไปทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น อย่าหลงประเด็นไปคิดว่ามันไม่เกี่ยวข้องกันเด็ดขาด อย่าไปมีความคิดผิดๆ ว่าการพัฒนาจิตใจเป็นการเสียเวลาที่ทำให้ประสบความสำเร็จช้า เพราะมันไม่จริง เราเป็นผู้ปฏิบัติ เราต้องมั่นในในวิถีทางของเราว่า การพัฒนาจิตนี่เองเป็นการเพิ่มขุมพลังชีวิตที่ดีที่สุด เป็นทางตรง ที่ลัดสั้นที่สุดอันนำไปสู่ชีวิตที่ประเสริฐเลิศทั้งปวง
2.3 เราต้องเข้าใจว่า ผู้พัฒนาจิตไม่จำเป็นต้องจน ไม่จำเป็นต้องวิ่งหนีเงิน เราสามารถมีเงินได้ ร่ำรวยได้เต็มที และเราจะมีชีวิตน่าภาคภูมิใจอย่างที่สุดแน่นอน แต่เราจะต้องไม่ยึดติดเงินทอง อย่าปล่อยให้เงินทองวัตถุมามีอำนาจเหนือเรา เพราะถ้าแม้แต่เงินทองเรายังเอาชนะไม่ได้ ก็เป็นอันว่า กิเลสทั้งหลายก็ยังเหยียบหัวเราอยู่ร่ำไป เราต้องวางตัวเป็นนาย ไม่ใช่ทาส ปล่อยวางได้ทุกเมื่อ มีก็ใช้ ไม่มีก็อยู่ได้ มีปัญญาพอที่จะหามา มีปัญญาพอที่จะสละออกไปโดยไม่อาลัยอาวรณ์
2.4 การช่วยเหลือผู้อื่น คือหน้าที่ของเรา ถ้าเราคิดว่า เราต้องการพัฒนาจิตจนถึงที่สุด การเสียสละ มีน้ำใจ แบ่งปัน ไม่ใช่สิ่งที่ว่างๆ ค่อยทำ แต่เป็นสิ่งที่เราต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อจิตใจของเราในระดับที่สูงยิ่งๆ ขึ้นไป
3. คุณธรรมที่ต้องมี
3.1 ขอให้เราจัดการหน้าที่ภายนอกด้วยหลักอิทธิบาทสี่ รักในงาน ให้เวลา หาความรู้ และทบทวนประเมิณผล ขอให้ทำอย่างดีที่สุด แล้วปล่อยวางกับผลที่จะเกิด อย่าขับเคลื่อนการทำงานด้วยความโลภ ด้วยเงิน แต่จงขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งปัจจุบันขณะ เพราะพลังแห่งปัจจุบันขณะมีความแข็งแกร่งกว่าพลังแห่งความทะเยอทะยาน อีกทั้งไม่มีผลเสียตกค้างที่ก่อให้เกิดความผิดหวัง และความโลภ จงทำงานด้วยจิตว่าง แรกๆ จะทำเช่นนี้ไม่ได้ แต่ถ้าฝึกทำไปเรื่อยๆ ก็จะทำได้แน่นอน เมื่อทำได้แล้วการงานที่รับผิดชอบอยู่ จะถูกขับเคลื่อนด้วยศักยภาพสูงสุดที่คุณมี
3.2 ควบคุมคำพูดของคุณให้มาก โดยเฉพาะการวิพากวิจารณ์ เมื่อคุณคิดว่าต้องการพัฒนาจิตจนถึ งที่สุด คุณต้องรู้ลิมิตของตนเองที่จะพูด พูดได้แค่ไหนที่ไม่ไปตีกิเลสของตัวเองให้ฟุ้งกระจาย คุณต้องรู้จักมีระยะ าง อย่าไปเล่นกับอะไรที่มันจะเข้ามาทำให้จิตของคุณตกต่ำ เมื่อต้องเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งใดๆ คุณควรเข้าไปได้ใกล้แค่ไหนกิเลสของคุณจึงไม่ตีตลบหลัง ความสมดุลตรงนี้คุณต้องรู้จักรักษาให้ดี อย่างที่บอกไว้แต่แรก อย่าทำหน้าที่ภายนอก จนหน้าที่ภายในเสียหาย ถ้าคุณเลือกแล้วที่จะพัฒนาจิตจนถึงที่สุด คุณก็ต้องเตือนตนไว้เสมอว่าเป้าหมายของชีวิตคุณคืออะไร แล้วอย่าเอาอะไรไปแลกเด็ดขาด
3.3 แสดงออกทางการกระทำด้วยศีล อะไรที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ตนเองเดือดร้อน อย่าไปทำเด็ดขาด เพราะมันจะทำให้ชีวิตของคุณร้อน ไม่มีความเหมาะสมต่อการพัฒนาจิต การพัฒนาจิตจะเกิดได้ดี ก็ต่อเมื่อชีวิตสงบเย็นตามสมควร
3.4 อัดฉีดความเมตตาเข้าไปในจิตใจของคุณ คุณธรรมเกี่ยวกับความเมตตานี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่คุณต้องฝังจิตใจของคุณลงไปในนั้นให้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น คุณต้องไม่ลืมที่จะวางอุเบกขาเมื่อถึงเวลาที่ควรวาง จงเมตตา แต่อย่าได้ทุกข์ร้อนไปกับความเมตตาของตนเอง คุณต้องพยายามฝึกจิตใจของคุณให้ข้ามพรมแดนของความเป็นเรา เขา ครอบครัว คนรัก ต้องพยายามฝึกให้ใจของคุณเห็นผู้อื่นสำคัญพอๆ กับตนเอง
3.5 การภาวนา เมื่อคุณคิดจะพัฒนาจิตจนถึงที่สุดแล้ว การภาวนาของคุณจะแยกจากชีวิตประจำวันไม่ได้เด็ดขาด คุณต้องมีกรรมวิธีในการหาอุบาย อย่าให้การภาวนาของคุณแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ คุณต้องรู้จักหนักเบาของตนเอง อะไรคือจุดดีจุดแข็ง จุดเปราะบางที่กิเลสมันจะแทรกตัวเข้ามาได้ง่าย คุณต้องเป็นนักบูรณาการสามารถผูกโยงทุกประสบการณ์ไว้กับหลักธรรมความจริง เมื่อเกิดอะไรขึ้น ขอให้นำมาพิจารณาเกี่ยวกับไตรลักษณ์ให้หมด ทั้งความรัก ความชอบ ดีใจ เสียใจ ความรู้สึกและสิ่งทั้งปวงทั้งรูปและนามทุกสิ่งจงน้อมกำหนดลงสูงไตรลักษณ์ให้สิ้นซาก จงมีกำลังใจอยู่เสมอ เรียนรู้ที่จะอยู่กับโลกใบนี้แบบผู้อาศัย ทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆ ว่าเราจะเข้าไปยึดไม่ได้ ทั้งทางสมอง สัญญาหมายจำ รวมไปถึงความเข้าใจระดับจิตอันเกิดจากการทำสมาธิ และวิปัสสนา
4. ปรับสมดุลชีวิต
4.1 เพื่อนฝูง คุณต้องรู้จักคบคน ต้องคบแต่คนดี ที่ไม่พาไปในทางเสื่อม หลีกเลี่ยงคนไม่ดี หลีกเลี่ยงสังคมไม่ดี เลือกคบแต่บุคคลที่จะพาคุณไปในทางสร้างสรรค์ คบแต่กัลยาณมิตร ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคุณคิดจะพัฒนาจิตจนถึงที่สุด คุณจำเป็นต้องมีผู้รู้ที่จะแก้ไขปัญหาการปฏิบัติทางจิตในขั้นลึกให้คุณได้ ถึงจุดหนึ่งคุณไม่สามารถอาศัยตำราได้ตลอดไป เพราะสภาวธรรมบางอย่างนั้น อยู่เหนือขอบเขตของตำราไปมาก ขอให้คุณใช้ปัญญาตรึกตรองดูให้มาก ก่อนจะยกใครเป็นครูบาอาจารย์ และอย่าฝากความหวังไว้กับอาจารย์ของคุณจนเกินไป แต่ให้ยึดที่ตัวธรรมะเป็นหลักโดยใช้ครูบาอาจารย์เป็นทางผ่าน ให้หลักโยนิโสมนสิการให้มาก เพื่อที่คุณจะไม่เลือกคนผิด และพึ่งพาบุคคลให้น้อยที่สุด แต่พึ่งพาหลักธรรมให้มากที่สุด
4.2 การงานของคุณ คุณต้องเลือกในการงานที่ทำให้จิตของคุณไม่ฟุ้งกระจาย ไม่เลือกงานประเภทที่ไปปั่นให้ใจของคุณขึ้นๆ ลงๆ ตรงนี้เป็นสิ่งที่คุณต้องใช้ปัญญาของคุณเองในการพิจารณา เพราะแต่ละคนก็มีสัดส่วนของกิเลสในใจต่างกัน มีจริตต่างกัน แต่เมื่อคุณคิดจะเอาดีทางด้านนี้จนถึงที่สุด คุณก็ต้องยอมแลกกับความสบาย ความง่ายบางอย่างในช่วงแรกๆ แต่เมื่อคุณผ่านมันมาได้ ชีวิตของคุณจะอยู่ในจุดที่แปดเปื้อนไปด้วยกิเลสน้อยกว่าคนทั่วๆไป
5. ยอมรับความจริง เพื่อเตรียมตัวตั้งรับ
5.1 งานพัฒนาจิตนั้น เป็นงานที่ไม่ง่าย เพราะคุณกำลังสู้อยู่กับกิเลสซึ่งมันชนะคุณมาเนิ่นนาน ดังนั้นคุณต้องไม่ประมาท และต้องรู้จักหล่อเลี้ยงกำลังใจของคุณเอาไว้เสมอ อย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆ คุณจำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่องและหาอุบายให้ตนเองสามารถทำมันได้อย่างมีความสุข อย่าตามใจตัวเองจนเกินไป เพราะการตามใจตัวเองของเราส่วนใหญ่เป็นไปด้วยอำนาจกิเลสแทบทั้งสิ้น
5.2 ทางเส้นนี้เป็นเรื่องของการทวนกระแสโลก คุณต้องยอมรับว่า มันไม่ง่ายที่จะให้คนรอบข้างของคุณเข้าใจว่าคุณกำลังทำอะไร มันไม่ง่ายที่คุณจะทนทานต่อกระแสสังคมที่พัดคุณเข้าไปสู่วังวน คุณต้องต่อสู้กับตัวเองภายใน ต่อสู้กับความอยากของตน ต่อสู้กับโฆษณาชวนเชื่อที่ประโคมใส่หูของคุณทุกวัน ต่อสู้กับเสียงของพี่น้องเพื่อนพ้องร่วมโลก ที่จะมากระซิบข้างๆ หูของคุณบ่อยๆ ว่า "นั่นเธอทำอะไร มันผิดทางแล้ว มาตามฉันทางนี้ดีกว่า เธออย่าทำแบบนั้นเลย มันเป็นไปไม่ได้ มันเกินไป มาทางนี้เถอะนะ ใครๆเขาก็มาทางนี้กันทั้งนั้น"
ตลอดชีวิตของคุณ จะมีเสียงเหล่านี้มากระซิบข้างหูของคุณเป็นระยะๆ คุณต้องตั้งมั่นในเป้าหมาย อย่าได้หวั่นไหวเด็ดขาด
6. จงรู้ตัวว่าคุณคือผู้โชคดี เป็นความจริงอย่างถึงที่สุดที่ว่า ในโลกนี้มีคนคิดแบบคุณน้อยมาก และคุณตัดสินใจถูกแล้วที่ต้องการเดินในเส้นทางนี้ ถ้าทำได้และมีความเพียรพยายามพอ คุณจะรอดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ไม่ต้องมาทุกข์ทนอยู่ในสังสารวัฏซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาและความทุกข์ทั้งปวง อันจะเป็นการตอกย้ำว่าคุณคือยอดคนผู้ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าได้อย่างถึงจิตถึงใจ เป็นศิษย์ที่ดีที่สุดของพระตถาคตอย่างเต็มภาคภูมิ
7. ขออนุโมทนากับความคิดที่ถูกต้องตรงธรรมในครั้งนี้
และขอให้คุณมีปัญญาสามารถฟันฝ่าทุกอุปสรรค์ไปได้อย่างดีที่สุด #ข้อคิด-คติธรรม
#ณัฐรกรณ์ วองอรรถเศรษฐากุล
07/03/2026
ชอบคำพูดนึงที่ว่า
อยู่กับคนคิดบวกเยอะๆ
"วิ่งหาสังคมที่ชวนกันก้าวหน้า"
เพราะต่อ ให้ต้นทุนชีวิตติดลบ
แต่การมีพลังบวก
จะผลักดันให้ชีวิตเราดีขึ้นเอง
03/03/2026
“คนฉลาดทำงานเเบบนี้”💡
1. วางแผนอย่างรอบคอบ:
พวกเขาใช้เวลาในการวิเคราะห์และกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนลงมือทำงาน
2. จัดลำดับความสำคัญ:
ทำสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน เพื่อให้เวลาและพลังงานถูกใช้ในจุดที่เหมาะสม
3. ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า:
พวกเขามองหาวิธีทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นโดยไม่เสียคุณภาพ เช่น ใช้เทคโนโลยี เครื่องมือ หรือคนช่วย
4. เรียนรู้และปรับตัว:
ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เปิดใจเรียนรู้วิธีใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหา
5. มุ่งเน้นผลลัพธ์:
พวกเขาไม่เสียเวลาไปกับรายละเอียดเล็กๆ ที่ไม่จำเป็น แต่โฟกัสที่เป้าหมาย
6. ทำงานเป็นทีม:
พวกเขาเข้าใจว่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักต้องการความร่วมมือ
7. รักษาสมดุลชีวิตและงาน:
พวกเขารู้ว่าเวลาพักผ่อนก็สำคัญไม่แพ้เวลาทำงาน
คุณคิดว่าแบบไหนเหมาะกับสไตล์การทำงานของคุณ
02/03/2026
พ่อค้า...
เลือกกำไรชิ้นละ20บาท
แต่ขายได้วันละ100ชิ้น
นักธุรกิจ...
เลือกกำไรชิ้นละ5บาท
แต่ขายได้วันละ1,000ชิ้น
นักลงทุน...
เลือกกำไรชิ้นละ1บาท
แต่ขายได้วันละ100,000ชิ้น
พ่อค้า....
ยอมยืนลวกก๋วยเตี๋ยววันละ8ชั่วโมง
เพื่อกำไรวันละ3,000
นักธุรกิจ....
ยอมจ้างมืออาชีพมา
ยืนลวกก๋วยเตี๋ยวแทนตัวเอง
แม้จะเหลือกำไรเพียงวันละ1,000
เพื่อจะได้มีเวลาไปเปิดสาขา2-3-4
นักลงทุน...
ยอมเสียเงินมหาศาล
ให้กับค่าระบบ และบุคลากรมืออาชีพ
สร้างแบรนด์ ขายระบบ ขยายตัวไปทั่วโลก
พ่อค้า....พาลูกไปสมัครเรียน
ต้องปิดร้าน ขาดรายได้
นักธุรกิจ....
สั่งงานผ่าน ผู้จัดการ
นักลงทุน....
นั่งจิบกาแฟอยู่ริมทะเล เงินก็ยังเข้าบัญชี
ผมเอง..
ก็ยังไม่สามารถ เป็นนักธุรกิจได้เต็มปาก
และยัง ห่างไกลคำว่า นักลงทุนอยู่
แต่ผมมีความเชื่อมั่นว่า
หากเราพยายาม ทุ่มเท ที่มากพอ
เราทำได้ทุกคน...
โรเบิร์ต คิโยซากิ เคยกล่าวว่า
คนจน...ออกไปทำงานเพื่อให้ได้เงิน
คนรวย...จ้างคนเก่ง จ้างมืออาชีพ
มาหาเงินให้ตัวเองใช้
สิ่งที่เขาบอกคนทั้งโลก...จริง
ถ้าใครอยู่ในแวดวงธุรกิจจะทราบดีว่า
มหาเศรษฐีหมื่นล้านเมืองไทย จบ ป.4
แต่มีลูกน้องเป็น...ด็อกเตอร์ทั้งนั้น
มีคนสำเร็จเคยกล่าว
การเปลี่ยนจากพ่อค้า
ไปเป็นนักลงทุนไม่ยาก
ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร ไม่ต้องเปลี่ยนอาชีพ
นอกจาก...วิธีคิด
ชีวิตเราจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
หากเรายังมีความคิดเดิมๆ
เพราะมันจะทำให้เรา ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ
ไม่เปลี่ยนที่ความคิด
ชีวิตไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้เลย
01/03/2026
"20ข้อคิดสะกิดใจ"!!
(1)สำนึกบุญคุณ
(2)เลือกเพื่อน
อย่างชาญฉลาด
(3)ฝึกฝนความเห็น
อกเห็นใจ
(4)หมั่นเรียนรู้
(5)หัดเป็นนักแก้ปัญหา
(6)ทำในสิ่งที่ชอบ
(7)อยู่กับปัจจุบัน
(8)หัวเราะบ่อยๆ
(9)ฝึกการให้อภัย
(10)กล่าวขอบคุณเสมอ
(11)สร้างความ
สัมพันธ์ลึกล้ำ
(12)รักษาคำพูด
(13)ทำสมาธิ
(14)ตั้งมั่นในสิ่งที่ทำ
(15)มองโลกในแง่ดี
(16)รักอย่างไม่มีเงื่อนไข
(17)ไม่ยอมแพ้
(18)ทำที่ดีที่สุดแล้ว
อย่ายึดติด
(19)ดูแลตนเอง
(20)คืนให้สังค
01/03/2026
ทำดี ดี(แก่ตัว)
ทำชั่ว ชั่ว(แก่ตัว)
งดทำชั่ว เร่งทำดี ทำใจให้ผ่องใส
เราเคารพพระรัตนตรัย
คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
มีพระรัตนตรัย..ปกปักษ์รักษาเรา
ทานที่สูงสุด สูงกว่าสังฆทาน
สูงกว่าธรรมทาน คือ อภัยทาน
ให้อภัยทาน กันทุกๆวัน
#อธิบายให้ชัดเจน แจ่มแจ้งคือ
คนชั่ว ทำดีได้ งดทำชั่วไม่ได้
ยก ตย.เช่น ไปฆ่าเขา ฆ่าลูกเขา
แล้วแจกหนังสือธรรมะไปถ่ายบาป
กรรมหนัก ไม่ช่วยให้เจ้าหนี้กรรม อภัยได้
กรรมหนัก ไม่ช่วยให้ตนหลุดพ้นได้
แต่สำหรับ การให้อภัยทาน
ทำให้ตนหยุดอาฆาต ปล่อยความยึดติด
ทำให้ตนหลุดพ้น ได้นั่นเอง..
เป็นผู้มีเมตตาธรรม ไม่จองเวรต่อกัน
คืออโหสิกรรม ให้แก่กัน ทุกๆวัน
ผู้มีธรรมะ ไม่เห็นใครเป็นศัตรู
เป็นแต่เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายทั้งสิ้น
ใครชอบก็เฉย ใครไม่ชอบก็เฉย
วางใจอุเบกขา เป็นอุเบกขาบารมี
ปฏิบัติทุกวัน คือเร่งสร้างบารมี
ด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา ทุกๆวัน
โดยการรักษาศีล นั่งสมาธิ ฟังธรรม
(ดอกบัว) ศีล เสมือนสารส้ม จับสีน้ำให้ใส
ผิดศีล เสมือนสีต่างๆผสมไปในน้ำ น้ำสีดำ
(ดอกบัว) สมาธิ เสมือนทำน้ำให้นิ่ง
ขาดสมาธิ เสมือนคนน้ำ คิดต่างๆนาๆ
(ดอกบัว) ปัญญา เสมือนเห็นแจ้งถึงก้นบ่อ
ขาดปัญญา เสมือนมองก้นบ่อไม่เห็น
01/03/2026
ผัก 36 ชนิด ที่เรากินเป็นประจำมีดีอะไร
1. สะเดา ( Neem tree) มีเบต้าแคโรทีนสูง บำรุงสายตา เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้นอนหลับ
2. ผักกาดขาว ( Chinese white cabbage) ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ แก้ไอ มีโฟเลทสูงบำรุงคุณแม่ตั้งครรภ์
3. ต้นหอม ( Shallotอมระเหย บรรเทาอาการหวัด มีสารฟลาโวนอยด์ต้านมะเร็ง
4. แครอท ( Carrot) เบต้าแคโรทีนป้องกันโรคมะเร็ง มีแคลเซียม แพคเตท ลดระดับคลอเลสเตอรอลได้
5. หอมหัวใหญ่ (Onion) มีสารฟลาโวนอยด์ ช่วยลดอาการของโรคหัวใจ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
6. คะน้า ( Chinese kale) มีแคลเซียมและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันโรคกระดูกพรุน และมะเร็ง
7. พริก ( Chilli) มีแคปไซซินกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด ช่วยให้เจริญอาหาร ขับเหงื่อ
8. กระเจี๊ยบเขียว(Okra) ลดความดันโลหิต บำรุงสมอง ลดอาการกระเพาะหรือลำไส้อักเสบ
9. ผักกระเฉด( Water mimosa) ดับพิษไข้ กากใยช่วยระบบขับของเสีย เพิ่มการเผาผลาญสารอาหาร
10. ตำลึง ( Ivy gourd) มีวิตามินเอสูง ดีต่อดวงตา เส้นใยจับไนเตรต ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร
11. มะระ ( Chinese bitter cucumber) มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นยาระบายอ่อน ๆ น้ำคั้นลดระดับน้ำตาลในเลือด
12. ผักบุ้ง ( Water spinach) บรรเทาอาการร้อนใน มีวิตามินเอบำรุงสายตา ธาตุเหล็กบำรุงเลือด
13. ขึ้นฉ่าย ( Celery) กลิ่นหอมช่วยเจริญอาหาร มีวิตามินเอ บี และซี บำรุงสมองป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด
14. เห็ด ( Mushroom) แคลอรีน้อย ไขมันต่ำ มีวิตามินดีสูงช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเสริมกระดูกและฟัน
15. บัวบก ( Indian pennywort)มีวิตามินบีสูงช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายบำรุงสมองและความจำบำรุงผิวพรรณลดอาการอักเสบ
16. สะระแหน่ (Kitchen mint)กลิ่นหอมเย็นของใบให้ความสดชื่นทำให้ความคิดแจ่มใส แก้ปวดหัว
17. ชะพลู ( Cha-plu) รสชาติเผ็ดเล็กน้อย แก้จุกเสียด ขับเสมหะ มีแคลเซียมสูง
18. ชะอม ( Cha-om) ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ขับลมในลำไส้มีเส้นใยคอยจับ อนุมูลอิสระ
19. หัวปลี ( Banana flower) รสฝาด แก้ร้อนใน กระหายน้ำ และบำรุงน้ำนม มีกากใย โปรตีน และวิตามินซีสูง
20. กระเทียม ( Garlic) ลดไขมันในเลือด ป้องกันหัวใจขาดเลือด ใบกระเทียมมีโฟเลท เหล็กวิตามินซีสูง
21. โหระพา ( Sweet basil) น้ำมันหอมระเหยทำให้โล่งจมูก ช่วยระบายลม มีเบต้าแคโรทีนแคลเซียม
22. ขิง ( Ginger) บรรเทาอาการหวัดเย็น ลดอาการคัดจมูก รสเผ็ดร้อนแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ
23. ข่า ( Galangal) น้ำมันหอมระเหย ช่วยระบบย่อยอาหารขับลมมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา
24. กระชาย ( Wild ginger) บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงธาตุ มีวิตามินเอและแคลเซียม
25. ถั่วพู ( Winged bean) ให้คุณค่าทางอาหารสูง มีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และสาร ช่วยย่อยกรดไขมันอิ่มตัว
26. ดอกขจร ( Cowslip creeper) กระตุ้นให้รู้รสอาหาร ให้พลังงานสูง ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน
27. ถั่วฝักยาว ( Long bean) มีเส้นใย ช่วยลดคอเลสเตอรอล มีวิตามินซี ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็ก บำรุงเลือด
28. มะเขือเทศ ( Tomato) มีวิตามินเอสูง วิตามินซี รสเปรี้ยว ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย และแก้อาการคอแห้ง
29. กะหล่ำปลี ( White cabbage) มีกลูโคซิโนเลท เมื่อแตกตัวจะเป็นสารต้านมะเร็ง และมีวิตามินซีสูง
30. มะเขือพวง ( Plate brush eggplant) ช่วยให้เจริญอาหารและช่วยลดความดันเลือด มีแคลเซียม และฟอสฟอรัส
31. ผักชี ( Chinese paraley) ขับลม บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร มีน้ำมันหอมระเหย แก้หวัด มีวิตามินเอและซีสูง
32. กุยช่าย ( Flowering chives) มีกากใยช่วยระบายของเสียมีธาตุเหล็กช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง
33. ผักกาดหัว ( Chinese radish) แก้ไอ ขับเสมหะเพิ่มภูมิต้านทางโรคมีสารช่วยให้กระเพาะอาหารและลำไส้บีบตัวได้ดี
34. กะเพรา ( Holy basil) แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง มีเบต้าแคโรทีนสูง ป้องกันโรคมะเร็ง และโรคหัวใจขาดเลือดได้
35. แมงลัก ( Hairy basil) ช่วยย่อยอาหาร ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ขับลม ขับเหงื่อ
36. ดอกแค ( Sesbania) กินแก้ไขช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงเป็นยาระบายอ่อน ๆมีวิตามินเอสูง บำรุงสายตา
01/03/2026
อาการบอกเหตุ
อาการบางอย่าง อาจเกิดจากสาเหตุต่างกัน แต่มีอาการเหมือนกัน เช่น อาการนอนไม่หลับ
อาจเกิดจากถุงน้ำดีข้น หรือ กระดูกคอข้อที่ 1 เคลื่อน หรือเลือดไม่ค่อยเลี้ยงหัวใจ
เนื่องจากเป็นคนตื่นเต้นบ่อย การสังเกตอาการที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติต่างๆเบื้องต้นได้ แต่ควรหาสาเหตุที่แท้จริง
จึงจะแก้ปัญหาได้ถูกจุด
กินเผ็ดไม่ได้ กินเผ็ดแล้วปวดแสบปวดร้อน สะอึก เป็นอาการหัวใจไม่แข็งแรง
ไอ อาจเกิดจากม้ามอ่อนแอ หรือเกิดจากอากาศชื้น / พูดมาก / วิตก กังวล / หรือ
กินของหวานบ่อย
ผิวหยาบ มีขี้แมลงวัน มีติ่ง หูด ตาปลา
สาเหตุมาจากลำใส้ใหญ่สกปรก
ปัสสาวะมีกลิ่นแรง กลิ่นฉุนมาก เกิดจากไตไม่ดี ต่อมลูกหมากโต มีปัสสาวะคั่งค้าง
ให้กินแกนสัปปะรด 3 แกน ทุกวันเป็นเวลา 7 วัน และดื่มน้ำกระชาย
ปวดนิ้วก้อย บอกถึงระบบความร้อนบกพร่อง ร่างกายถูกความเย็นตอน 3 – 5 ทุ่ม
เช่นอาบน้ำเย็น ตากแอร์ เพราะเป็นเวลาที่ร่างกายต้องการความอบอุ่น
- ปวดใต้ฝ่าเท้า หมายถึงปอดไม่แข็งแรง
ปวดเข่า
ปวดด้านนอก ขึ้นมาถึงสะโพก หรือโคนขา หมายถึงถุงน้ำดีข้น ดื่มน้ำน้อยไป
หรือระบบดูดซึมไม่ดี อันมาจาก การกินของผัดน้ำมันพืช
น้ำมันพืชที่ถูกความร้อนจะแปรสภาพเหนียวเกาะที่ลำไส้
ทำให้สารอาหารและน้ำซึมผ่านไม้ได้
ปวดด้านหน้า หมายถึง กระเพาะอาหารไม่ดี กินอาหารไม่ตรงเวลา หรือมีความวิตกกังวลบ่อย
ปวดด้านใน (ด้านที่เข่าชนกัน) หมายถึงปัญหาจาก ม้าม / เบาหวาน / อ้วน / ตับ /
กินหวาน / ขี้โมโห / มีสารพิษ / ไต / กินรสจัด / หรือกินอาหาร ผัดน้ำมัน
ปวดตามข้อ ปวดเข่า ให้ตื่นเช้าเอาน้ำเย็นรดตามข้อ สลายหินปูนเกาะได้
กระตุ้นการขับถ่ายด้วย
- ปวดสะบัดหลัง ปวดเอว หมายถึงถุงน้ำดีข้น ต้องล้างระบบดูดซึม
- ปวดกล้ามเนื้อหน้าอก อาจเกิดจากปัญหา หัวใจ หรือไต หรือกระเพาะอาหารไม่แข็งแรง
- มีอาการตึงใต้ราวนมขวา หมายถึงน้ำเหลืองไม่ดี สาเหตุมาจากมีอุจจาระตกค้างมาก
หรือถ่ายไม่หมดเป็นประจำ ให้หาทางระบายและกินขมิ้นชันตอนเช้า 9 โมง
ช่วยเรื่องน้ำเหลืองให้ดี
- ปวดหลังมาจาก ท่านั่งไม่ถูกต้อง หรือ ความชื้นเข้าผิวหนัง หรือเพราะความวิตกกังวล
หรือ เป็นนิ่ว ลมในท้องเยอะ ดันกรวยไตให้งอ
- ปวดด้านข้างนอกฝ่าเท้า เป็นอาการของตับไม่ดี ถุงน้ำดีข้น นอนไม่หลับ ปวดหู ไมเกรน
- กดกลางฝ่ามือ ถ้าเจ็บ หมายถึง หัวใจโต เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
- กดใต้นิ้วชี้ ถ้าเจ็บ หมายถึง ระบบย่อย ตับ กระเพาะไม่ดี
- กดใต้ร่องนิ้วนาง กับก้อย ตรงเส้นหัวใจ ถ้าเจ็บ หมายถึง
กล้ามเนื้อหัวใจไม่แข็งแรง
- นิ้วกลางล็อค หมายถึงมีไขมันในเลือดมาก ต้องกินน้ำกระเจี๊ยบ-พุทราจีน
เกิดจาก ตื่นเต้นบ่อย กินอาหารคอเลสเตอรอลสูง กินของหวานที่มีน้ำตาลมาก
ปวดข้อมือใต้นิ้วโป้ง หมายถึงการมีอุจจาระค้างในลำใส้ใหญ่มาก
ควรแก้ใขด้านการขับถ่าย การมีอุจจาระค้างมากอยู่เสมอยังเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก
กลิ่นตัว และอาจจะไปรบกวนการทำงานของตับอ่อนในการผลิตอินซูลิน
อันเป็นต้นเหตุหนึ่งของเบาหวาน
ตากุ้งยิง แก้โดยการดูที่แผ่นหลังจะมีเม็ดคลายหัวสิวเกิดขึ้น
ให้สกิดอ่อนแล้วตากุ้งยิงจะหายไปเอง
- มือสั่น เกิดจากมีน้ำมันเกาะลำไส้มาก ซึ่งอาจเกิดจากกินอาหารผัดน้ำมันพืช
หรือตื่นเต้นบ่อย
เล็บ มีดอก หมายถึงเลือดจาง
เหงื่อออกง่าย เหงื่อออกฝ่ามือ ตัวเย็น เกิดจากหัวใจไม่แข็งแรง
หรือฮอร์โมนไม่ปกติ ดื่มน้ำกระชาย
กินหัวใจหมูต้ม ข้าวเหนียวกับลำไยแห้ง ช่วยบำรุงหัวใจ
ขี้ร้อน เกิดจาก ไตซ้ายเสื่อม กระทบถึง สมองซีกขวา ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการ
จินตนาการ ศิลปะหรือขาด ฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือถูกความเย็นตอน 3 ทุ่ม – 5 ทุ่มระบบความร้อนในร่างกายบกพร่อง
- ขี้หนาว - หมายถึงไตขวาเสื่อม จะกระทบถึงการทำงานของ
สมองซีกซ้ายที่ทำหน้าที่เก็บความจำ คำนวณ จับประเด็น สาเหตูจากถูกความเย็นตอน 3 – 5ทุ่ม
ถ้าหิวแล้ว มีอาการหิวจัด ทนไม่ได้ อาจกำลังจะเป็นเบาหวาน
- เหน็บชา ตามแขน ขา เกิดจากเลือดไหลเวียนไม่ดี หรือมีพยาธิ เลือดน้อย
หรือไม่กินข้าวซ้อมมือ
น้ำชีวภาค ดีกว่ากระชาย
- ตะคริว สาเหตุมาจากหัวใจไม่แข็งแรง ให้งดกิน ถั่ว ข้าวเหนียว ของดอง
ตะคริวบก ขาดโปรแตสเซียม ให้กินผลไม้สดมากๆ
ตะคริวน้ำ ให้ดื่มน้ำเกลือ (เกลือแกงป่น 1 ช้อนชา ละลายน้ำอุ่นดื่ม)
- ไม่กินอาหารเช้า จะทำให้ สมองเสื่อม ผมร่วงง่าย หน้าแก่เร็ว คออักเสบง่าย ร้อนใน
ปวดไหล่ กล้ามเนื้อเหลว กระดูกคอ กระดูกสะโพกเคลื่อนง่าย เข่าไม่ดี น่องเหลว น่องทู่ ปวดข้อเท้า
วิตกง่าย ขี้โมโห
กลิ่นตัว เกิดจากลำใส่ใหญ่สกปรก มีสิ่งตกค้างมาก ซึมเข้าระบบเลือดและ
ออกทางเหงื่อ ปาก และลมหายใจ
- อัมพฤษ อัมพาต ส่วนใหญ่เกิดจากท้องผูก การขับถ่ายไม่ดี ประกอบกับเส้นเลือดตีบ
เวลาเบ่งอุจจาระจะเพิ่มอันตรายจากการคั่งของเลือด ทำให้เกิดเส้นเลือดตีบตัน หรือแตก
หมดความรู้สึกและล้มลง (มักเข้าใจผิดว่าหกล้มก่อนแล้วเส้นเลือดแตก)
ควรป้องกันด้วยการดื่มน้ำกระเจี๊ยบ พุทราจีน ขยายหลอดเลือด หรือกินข้าวต้มน้ำมะละกอ
7-10 วัน อาการจะดีขึ้น (วิธีการทำข้าวต้มน้ำมะละกอ -
นำมะละกอดิบครึ่งลูกตัดจุกออก เอาเม็ดออก หั่นพร้อมเปลือกเหมือนฟัก ต้มน้ำ
เคี่ยวจนนิ่ม เอาแต่น้ำมาต้มข้าวต้ม ถ้าใช้ข้าวกล้องยิ่งดี จะใส่ใบเตยด้วยก็ได้ กิน
3 มื้อทุกวัน)
อวัยวะที่สัมพันธ์กัน - ริมฝีปากกับม้าม ถ้าใช้ลิปสติกที่มีสารเคมี
จะทำให้ม้ามไม่แข็งแรง ผลิตไขมันมาก ทำให้อ้วน
- หูกับไต หูไม่ดี ไม่คอยได้ยิน เป็นการแสดงถึงไตไม่แข็งแรง
- ลิ้นกับหัวใจ อาการของลิ้น บ่งบอกถึงความไม่แข็งแรงของหัวใจ
- สายตา กับตับ รวมถึงเส้นผม และเส้นเอ็น
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
นนทบุรี
Pak Kret
11120
