Noree Herb for Health
การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
15/07/2023
#แปะก๊วย ดีต่อสมองดีต่อใจ
แปะก๊วย เป็นพืชสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อสมอง หัวใจ และเป็นยาอายุวัฒนะ
เป็นพืชที่มีความเก่าแก่มานาน ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านปี ก่อนยุคไดโนเสาร์ เป็นพืชอายุยืน ทนทานต่อสภาพฟ้าอากาศ มลภาวะและสารพิษ จึงได้ขนานนามว่า ฟอสซิลมีชีวิต
#เมล็ดแปะก๊วย ถูกนำมาใช้ทำอาหารหวาน จนเป็นที่คุ้นเคย
#ใบแปะก๊วย มีสรรพคุณที่มีประโยชน์ทางยามากกว่าเมล็ด
#สารอาหารสำคัญในแปะก๊วย
ใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba) เป็นพืชที่มีใบลักษณะคล้ายพัด
1. มีส่วนประกอบของฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ทำหน้าที่ต้านการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย
2. สารกิงโก้ไลด์ (Ginkgolides) และ บิโลบาไลด์ (Bilobalide) เป็นสำคัญ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต นำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะสมอง
มีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า ใบแปะก๊วยช่วยลดอาการอัลไซเมอร์ในคนแก่ และช่วยส่งเสริมความจำ
#ประโยชน์ของแปะก๊วยต่อสุขภาพ
ใบแปะก๊วยขึ้นชื่อในเรื่องของการบำรุงสมอง และช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ จึงทำให้เป็นสมุนไพรที่นิยมรับประทานกันในหมู่ผู้สูงอายุ
ผลงานวิจัยในมิวนิค ทดลองกับผู้สูงอายุ 112 คน ซึ่งมีอาการหลง ๆ ลืม ๆ นอนไม่หลับ ความจำสั้น ปวดศีรษะบ่อย โดยได้รับประทานสารสกัดแปะก๊วย 120 มิลลิกรัมต่อวัน ในระยะเวลา 1 ปี
พบว่าผู้สูงอายุมีอาการดังกล่าวลดลง และฟื้นฟูความจำได้ดีขึ้น เนื่องจากใบแปะก๊วยมีฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสื่อมเซลล์ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และสารกิงโก้ไลด์ (Ginkgolides) ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและหลอดเลือดไปสู่สมอง มือ เท้า ทำให้มีพละกำลัง
- ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจเต้นเป็นปกติ ป้องกันโรคหัวใจ
- ลดการเกิดโรคต้อกระจก
- ช่วยบำรุงสายตา
- ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้
- ส่วนเมล็ดแปะก๊วย นอกจากจะนำมาทำอาหารหวานแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยา ช่วยขับเสมหะ บำรุงปอด แก้ไอ ขับปัสสาวะ และบำบัดอาการวิงเวียนศีรษะ เป็นต้น
#วิธีรับประทานใบแปะก๊วย
ปัจจุบันมีการผลิตใบแปะก๊วยในรูปชา อบแห้ง ผง แคปซูล ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รับประทาน 120 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งควรประกอบด้วยสาร ginkgolides อย่างน้อย 24% โดยรับประทานต่อเนื่อง 12 สัปดาห์จึงจะเห็นผล
#ผลข้างเคียงต่อผูบริโภค
ใบแปะก๊วยยังไม่มีการรายงานถึงผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่บางรายอาจจะมีอาการวิงเวียนศีรษะ และผื่นคันที่ผิวหนังเท่านั้น
______
#แปะก๊วยสกัด(500 mg.) บรรจุ 100 เม็ด ( 300 บาท)
#คิวเท็น 300 mg. ดีต่อใจและสมอง (450 บาท)
15/07/2023
Therapy (การบำบัดด้วยอ๊อกซิเจน)
ออกซิเจนบำบัด ตัวช่วยฟื้นฟูร่างกายลึกถึงระดับเซลล์
ช่วยให้อายุยืนยาวมากขึ้น
ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงที่ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคปอด
ผู้ป่วยติดเชื้อต่างๆ ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเม็ดเลือด ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคไต และผู้ที่ออกกำลังหรือทำงานจนเหนื่อยล้า
ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพจากฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากสังเกตว่า มีอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไม่หาย เป็นแผลเรื้อรังไม่หาย นั่นอาจมีสาเหตุจากการที่เซลล์ต่างๆ ของร่างกายขาดออกซิเจน จึงทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายลดต่ำลงในทุกระบบ
หรือมีผลให้เกิดบาดแผลเรื้อรัง จากการที่ออกซิเจนในร่างกายมีไม่เพียงพอ ที่จะเยียวยารักษาเนื้อเยื่อที่มีการอักเสบได้ เพราะทุกพื้นที่ในร่างกายเรามีออกซิเจนเป็นส่วนประกฝอบ เพื่อให้ร่างกายได้นำไปใช้ในกระบวนการซ่อมแซม รวมถึงกระบวนการเผาผลาญสารอาหารต่างๆ ให้เป็นพลังงาน ออกซิเจนบำบัด (Oxygen Therapy) จึงเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยบำบัดอาการเรื้อรังต่างๆ ของร่างกาย
จากภาวะขาดออกซิเจนได้
#การเพิ่ม%อ๊อกซิเจน มีประโยชน์อย่างไร
1. ทำให้ร่างกายสามารถนำออกซิเจนบริสุทธิ์ ไปช่วยให้ระบบไหลเวียนดีขึ้น มีออกซิเจนเข้าไปอยู่ในเลือดมากขึ้น
2. ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง
ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการพาออกซิเจน เข้าไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีขึ้น
3. กระตุ้นการหายของแผลทุกชนิด
ลดการเกิดแผลเป็นหลังศัลยกรรม
ลดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัด
ช่วยรักษาแผลหายช้า เนื่องจากแผลเหล่านี้ต้องการออกซิเจนในปริมาณมาก เพื่อเข้าไปช่วยในกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่มีการอักเสบ รวมถึงผู้ที่มีระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี
4. ชะลอความเสื่อมของร่างกาย
การเกิดภาวะการขาดออกซิเจนในระดับเซลล์ (Cellular hypoxia) เนื่องจากเซลล์ในร่างกายแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ไม่เพียงพอ ทำให้
“ความเสื่อม เร็วกว่า การซ่อมแซม”
จากผลงานวิจัยของผู้ที่เข้ารับการบำบัดด้วย ออกซิเจนบำบัด (Oxygen Therapy ) อย่างสม่ำเสมอพบว่า
เทโลเมียร์มีความยาวมากขึ้น โดยการวัดความยาวของเทโลเมียร์นั้น เป็นการวัดความสมบูรณ์ของเซลล์เม็ดเลือดขาว ทั้ง T-Cell B-Cell และ NK-Cell
จึงครอบคลุมโรคที่มาจากความเสื่อมของระบบภูมิต้านทานในร่างกายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรคมะเร็ง เนื่องจาก NK-Cell จะกระตุ้นให้ภูมิต้านทานเราให้กลับมาสู้กับเซลล์มะเร็งได้ดียิ่งขึ้น จากการเพิ่มออกซิเจนเข้าไปในร่างกายเป็นจำนวนมาก
5. อ๊อกซิเจนบริสุทธิ์ ช่วยเสริมประสิทธิภาพ
ของเม็ดเลือดขาว ในการกำจัดเชื้อเเบคทีเรีย
และเชื้อโรคอื่นๆ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
เช่น โควิด หวัดทั่วไป หอบหืด
6. ช่วยให้นอนหลับง่าย สมองสดชื่น เซลสมองสามารถซ่อมแซมได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์
ลดอาการไมเกรน ลดอาการปวดหัวเรื้อรัง
7. ลดอาการเหนื่อยล้า เมาค้าง ทำให้อารมณ์ดีขึ้น
ไม่หงุดหงิดง่าย
8. ช่วยสร้างคอลลาเจนชั้นใต้ผิวหนัง
ฟื้นฟูผิวพรรณลดรอยเหี่ยวย่น ชะลอวัย
9. ฟื้นฟูการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ฟื้นฟูกระดูกและเนื้อเยื่อหลังรังสีบำบัด
10. เสริมภูมิต้านทาน ลดอาการภูมิแพ้เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง กระตุ้นการเผาผลาญอาหารและพลังงาน
การบำบัดด้วยอ๊อกซิเจน เป็นธรรมชาติบำบัดอย่างหนึ่ง
ที่ไม่ต้องใช้ยาและสารเคมี ร่วมกับการเลือกรับประทานอาหารที่ปลอดสารเคมี ออกกำลังกายตามความเหมาะสม
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ทำอารมณ์ให้เเจ่มใส
ชีวิตจะยืนยาว สุขภาพกายและจิตจะดีไปด้วย
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทันสมัย ของเครื่องทำอ๊อกซิเจนสำหรับใช้ส่วนตัวที่บ้าน และแบบพกพา ที่สามารถช่วยเพิ่มทางเลือกในการดูแลตัวเอง ราคาก็ไม่สูง สะดวกปลอดภัย ใช้งานง่าย
ข้อที่น่าสนใจอีกอย่าง ของเครื่องทำอ๊อกซิเจนรุ่นใหม่ๆ
คือ สามารถใช้ฟอกอากาศ กรองฝุ่น PM 2.5 ที่เป็นปัญหา
กับสุขภาพเรามากขึ้นทุกวัน ผู้ที่มีโรคประจำตัว มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ ผู้สูงอายุ สามารถเลือกใช้ได้ อย่างสะดวก ประหยัด และคุ้มค่า
_______
31/12/2022
ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง
มีความสุขกายสุขใจ คุณพระคุ้มครองรักษา ตลอดปี 2566
#สวัสดีปีใหม่
_____
24/11/2022
#ยาแก้แพ้ (Antihistamine)
อากาศเริ่มเย็น หลายคนเริ่มจาม คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆ
อาการแพ้อากาศเริ่มมา
และคงไม่ได้ไปหาหมอ ถ้าไม่หนักหนาสาหัสจริงๆ
ส่วนใหญ่จะซื้อยาแก้แพ้มากินเอง
#มาทำความรู้จักยาแก้แพ้กัน
1. ยาแก้แพ้ กลุ่มที่ 1
หาง่าย ราคาถูก เป็นยาสามัญประจำบ้าน เช่น
Chlorpheniramie
Hydroxyzine
Diphenhydramine
ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์เร็ว ช่วยลดอาการภูมิแพ้จมูกได้ดี ข้อเสียคือ ไปออกฤทธิ์ที่สมองทำให้ง่วงซึม ความสามารถในการคิดอ่านช้าลง มึนงง สำคัญคือความสามารถในการขับขี่จะลดลง ความสามารถในการทำงานจะลดลง จนอาจเกิดอันตราย ในผู้สูงวัยอาจมีปากแห้ง ใจสั่น ลุกนั่งแล้วหน้ามืดได้ จากการไปลดการทำงานประสาทอัตโนมัติ
จึงไม่ควรใช้กับผู้สูงวัย และต้องขับรถ ทำงานกับเครื่องจักรอันตราย
กินแล้วต้องสามารถนอนหลับพักผ่อนได้
2. ยาแก้แพ้ กลุ่มที่ 2
พัฒนามาเพื่อลดผลข้างเคียง เข้าสมองได้น้อยกว่า ง่วงซึมน้อยกว่า และผลต่อระบบประสาทน้อยกว่า
ได้แก่
Cetirizine
Loratadine
BiLastine
ยากลุ่มนี้ประสิทธิภาพดี กินวันละครั้งเดียว ออกฤทธิ์เร็วและนาน
แต่ว่าผลต่อการง่วงซึมนั้น Cetirizine ง่วงมากกว่า Loratadine ยาทั้งสองตัวนี้ราคาถูก หาซื้อง่าย
Terfenadine และ Astemizole ไม่ควรใช้เพราะมีผลต่อหัวใจ
3. ยาแก้แพ้กลุ่มที่ 3
พัฒนาต่อยอดขึ้นมาจากกลุ่มที่ 2 คือ
Levocetirizine
Desloratadine
Fexophenadine
ข้อเด่นคือ ออกฤทธิ์ได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนรูป ออกฤทธิ์นาน จับตัวรับฮิสตามีนแน่นมาก กินวันละครั้ง และมีผลเสียน้อยมาก
ผลข้างเคียงเรื่องง่วงซึมนั้น Fexophenadine จะพบน้อยที่สุด ข้อเสียคือ ราคาแพง
เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการผลเสียเรื่องง่วงซึม
ยาแก้แพ้ทุกตัว ขับออกทางไต กินยานี้แล้วต้องดื่มน้ำตามมากๆ และควรหลีกเลี่ยงในผู้ที่เป็นโรคไตเสื่อม
ใช้ยาเมื่อจำเป็นเท่านั้น ไม่ควรใช้แทนยานอนหลับ
______
10/11/2022
#ยาปฏิชีวนะ(Antibiotics) ไม่ควรใช้บ่อย
ในลำไส้มีแบคทีเรียหลายชนิด
แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
- แบคทีเรียชนิดที่ดีมีประโยชน์
-แบคทีเรียชนิดเลว และให้โทษ
70% ของระบบภูมิคุ้มกัน ถูกสร้างขึ้นโดยแบคทีเรียชนิดที่ดี ในลำไส้เรา
ยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ คือยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียทุกชนิด ที่อยู่ในลำไส้เรา ทั้งแบคทีเรียชนิดที่ดี และแบคทีเรียชนิดเลว
#ผลก็คือ
1. การสร้างภูมิคุ้มกันในลำไส้ลดลง เราจะติดเชื้อจากภายนอกได้ง่ายขึ้น
2. ถ้าฆ่าเชื้อแบคทีเรียไม่หมด เชื้อจะดื้อยา ทำให้การติดเชื้อแบคทีเรียครั้งต่อไป ไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะที่เคยใช้ได้ผล
#จึงเป็นเหตุผล ที่ต้องระมัดระวังในการใช้ยาปฏิชีวนะ และควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร บุคคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คำแนะนำในการใช้ยาปฏิชีวนะ อย่างถูกต้อง ไม่ควรซื้อยากินเอง
#ด้วยความห่วงใย
________
#โปรพิเศษ สมุนไพรสุขภาพ กดดูได้ที่ลิ้งค์นี้
https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=113561704715904&id=109984841740257&__cft__[0]=AZWBynvHLW76DAR3YOaW2TsvahezKcrUQHlV9nD4aYE0VPfTfT_KAoSlimQ-nHS1KZRUm5W33BQljYRO9FBN02-Gh8W5QeXNzrXbrgqJNeFPdE-liVG0iE7NUglkUsS_ODNfHR46FsXfJeU8NrxWmjQqU7G9AdI3hO66nDz5mjvWnNXsxj3Y1OsugQSVZiCznDvZh43WZJdquSJ_ky45UcGA&__tn__=%2CO%2CP-R
https://web.facebook.com/Noree-Herb-for-Health-109984841740257
#โปรพิเศษ
สมุนไพรธรรมชาติเพื่อสุขภาพ ลด 30-40%
1. ถั่งเช่า(500 mg.) ขวด 100 แค็ปซูล ราคา 900 บาท
2. หลินจือ(500 mg.) ขวด 100 แค็ปซูล ราคา 500 บาท(ลดเหลือ 350 บาท)
3. สาหร่ายเกลียวทอง ขวด 100 แค็ปซูล ราคา 500 บาทᅠ(ลดเหลือ 350 บาท)
4. กระเทียมโทน(500mg.)ขวด100 แค็ปซูล ราคา 500 บาท(ลดเหลือ 350 บาท)
5. วิตะมินซี ออแกนิก(500mg.) 100 แค็ปซูล ราคา 500 บาท(ลดเหลือ 350 บาท)
6. แปะก็วย (500 mg.) ขวด 100 แค็ปซูล ราคา 300 บาท(ลดเหลือ 200 บาท)
7. ขมิ้นชัน,กล้วยดิบผง 100 แค็ปซูล ราคา 300 บาท(ลดเหลือ 200 บาท)
8. ฟ้าทะลายโจร(500 mg.)ขวด100 แค็ปซูล ราคา 200 บาท(ลดเหลือ 150บาท)
9. ฟ้าทะลายโจรกระป๋อง 1000 เเค็ปซูล แค็ปซูลละ 1 บาท
10. ยาระบายมะขามแขก (500 mg.)100 แค็ปซูล ราคา 200 บาท
สนใจติดต่อโดยตรงที่
โทร. 095-521-4826
หรือแชท ในกล่องข้อความ
10/11/2022
#แปะก๊วย ดีต่อสมองดีต่อใจ
แปะก๊วย เป็นยาสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อสมอง หัวใจ และเป็นยาอายุวัฒนะ
เป็นพืชที่มีความเก่าแก่มานาน ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านปี ก่อนยุคไดโนเสาร์ เป็นพืชอายุยืน ทนทานต่อสภาพฟ้าอากาศ มลภาวะและสารพิษ จึงได้ขนานนามว่า ฟอสซิลมีชีวิต
#เมล็ดแปะก๊วย ถูกนำมาใช้ทำอาหารหวาน จนเป็นที่คุ้นเคย
#ใบแปะก๊วย มีสรรพคุณที่มีประโยชน์ทางยามากกว่าเมล็ด
#สารอาหารสำคัญในแปะก๊วย
ใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba) เป็นพืชที่มีใบลักษณะคล้ายพัด
1. มีส่วนประกอบของฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ทำหน้าที่ต้านการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย
2. สารกิงโก้ไลด์ (Ginkgolides) และ บิโลบาไลด์ (Bilobalide) เป็นสำคัญ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต นำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะสมอง
มีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า ใบแปะก๊วยช่วยลดอาการอัลไซเมอร์ในคนแก่ และช่วยส่งเสริมความจำ
#ประโยชน์ของแปะก๊วยต่อสุขภาพ
ใบแปะก๊วยขึ้นชื่อในเรื่องของการบำรุงสมอง และช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ จึงทำให้เป็นสมุนไพรที่นิยมรับประทานกันในหมู่ผู้สูงอายุ
ผลงานวิจัยในมิวนิค ทดลองกับผู้สูงอายุ 112 คน ซึ่งมีอาการหลง ๆ ลืม ๆ นอนไม่หลับ ความจำสั้น ปวดศีรษะบ่อย โดยได้รับประทานสารสกัดแปะก๊วย 120 มิลลิกรัมต่อวัน ในระยะเวลา 1 ปี
พบว่าผู้สูงอายุมีอาการดังกล่าวลดลง และฟื้นฟูความจำได้ดีขึ้น เนื่องจากใบแปะก๊วยมีฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสื่อมเซลล์ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และสารกิงโก้ไลด์ (Ginkgolides) ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและหลอดเลือดไปสู่สมอง มือ เท้า ทำให้มีพละกำลัง
- ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจเต้นเป็นปกติ ป้องกันโรคหัวใจ
- ลดการเกิดโรคต้อกระจก
- ช่วยบำรุงสายตา
- ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้
- ส่วนเมล็ดแปะก๊วย นอกจากจะนำมาทำอาหารหวานแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยา ช่วยขับเสมหะ บำรุงปอด แก้ไอ ขับปัสสาวะ และบำบัดอาการวิงเวียนศีรษะ เป็นต้น
#วิธีรับประทานใบแปะก๊วย
ปัจจุบันมีการผลิตใบแปะก๊วยในรูปชา อบแห้ง ผง แคปซูล ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รับประทาน 120 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งควรประกอบด้วยสาร ginkgolides อย่างน้อย 24% โดยรับประทานต่อเนื่อง 12 สัปดาห์จึงจะเห็นผล
#ผลข้างเคียงต่อผูบริโภค
ใบแปะก๊วยยังไม่มีการรายงานถึงผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่บางรายอาจจะมีอาการวิงเวียนศีรษะ และผื่นคันที่ผิวหนังเท่านั้น
______
#โปรพิเศษ สมุนไพรสุขภาพ กดดูได้ที่ลิ้งค์นี้
https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=113561704715904&id=109984841740257&__cft__[0]=AZWBynvHLW76DAR3YOaW2TsvahezKcrUQHlV9nD4aYE0VPfTfT_KAoSlimQ-nHS1KZRUm5W33BQljYRO9FBN02-Gh8W5QeXNzrXbrgqJNeFPdE-liVG0iE7NUglkUsS_ODNfHR46FsXfJeU8NrxWmjQqU7G9AdI3hO66nDz5mjvWnNXsxj3Y1OsugQSVZiCznDvZh43WZJdquSJ_ky45UcGA&__tn__=%2CO%2CP-R
https://web.facebook.com/Noree-Herb-for-Health-109984841740257
#โปรพิเศษ
สมุนไพรธรรมชาติเพื่อสุขภาพ ลด 30-40%
1. ถั่งเช่า(500 mg.) ขวด 100 แค็ปซูล ราคา 900 บาท
2. หลินจือ(500 mg.) ขวด 100 แค็ปซูล ราคา 500 บาท(ลดเหลือ 350 บาท)
3. สาหร่ายเกลียวทอง ขวด 100 แค็ปซูล ราคา 500 บาทᅠ(ลดเหลือ 350 บาท)
4. กระเทียมโทน(500mg.)ขวด100 แค็ปซูล ราคา 500 บาท(ลดเหลือ 350 บาท)
5. วิตะมินซี ออแกนิก(500mg.) 100 แค็ปซูล ราคา 500 บาท(ลดเหลือ 350 บาท)
6. แปะก็วย (500 mg.) ขวด 100 แค็ปซูล ราคา 300 บาท(ลดเหลือ 200 บาท)
7. ขมิ้นชัน,กล้วยดิบผง 100 แค็ปซูล ราคา 300 บาท(ลดเหลือ 200 บาท)
8. ฟ้าทะลายโจร(500 mg.)ขวด100 แค็ปซูล ราคา 200 บาท(ลดเหลือ 150บาท)
9. ฟ้าทะลายโจรกระป๋อง 1000 เเค็ปซูล แค็ปซูลละ 1 บาท
10. ยาระบายมะขามแขก (500 mg.)100 แค็ปซูล ราคา 200 บาท
สนใจติดต่อโดยตรงที่
โทร. 095-521-4826
หรือแชท ในกล่องข้อความ
10/11/2022
#สมุนไพรที่ต้องระวังเมื่อกินคู่กับยา
1.แปะก๊วย ตังกุย โกจิเบอร์รี่ และกระเทียม ไม่ควรกินร่วมกับยาแผนปัจจุบันที่มีผลต่อเลือด เช่น แอสไพริน วาร์ฟาริน อาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้เลือดออกง่าย เลือดแข็งตัวช้ากว่าปกติ
2.ชะเอม ไม่ควรกินร่วมกับยาต้านการอักเสบ เพรดนิโซโลน (prednisolone) เพราะจะไปกดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
3.โสม ไม่ควรกินคู่กับยารักษามะเร็ง หรือยาต้านซึมเศร้าบางขนิด เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงของยารักษามะเร็ง หรือยาต้านซึมเศร้ามากกว่าปกติ
4. ถั่งเช่า ไม่ควรกินคู่กับยากดภูมิคุ้มกัน อาจจะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้การสร้างเม็ดเลือดขาวลดลง
5. เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ไม่ควรกินร่วมกับยาทุกชนิด
ทั้งแผนปัจจุบันและสมุนไพร
#แหล่งข้อมูล
จากหนังสือ ฉลาดรู้เรื่องยา
โดย เภสัชกรหญิงดวงแก้ว อังกูรสิทธิ์
______
#โปรพิเศษ สมุนไพรสุขภาพ เฉพาะเดือนนี้
แถมหน้ากาก N95+ฟทจ.2 ขวด
กดดูได้ที่ลิ้งค์นี้
https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=113561704715904&id=109984841740257&__cft__[0]=AZWBynvHLW76DAR3YOaW2TsvahezKcrUQHlV9nD4aYE0VPfTfT_KAoSlimQ-nHS1KZRUm5W33BQljYRO9FBN02-Gh8W5QeXNzrXbrgqJNeFPdE-liVG0iE7NUglkUsS_ODNfHR46FsXfJeU8NrxWmjQqU7G9AdI3hO66nDz5mjvWnNXsxj3Y1OsugQSVZiCznDvZh43WZJdquSJ_ky45UcGA&__tn__=%2CO%2CP-R
https://web.facebook.com/Noree-Herb-for-Health-109984841740257
#โปรพิเศษ
สมุนไพรธรรมชาติเพื่อสุขภาพ ลด 30-40%
1. ถั่งเช่า(500 mg.) ขวด 100 แค็ปซูล ราคา 900 บาท
2. หลินจือ(500 mg.) ขวด 100 แค็ปซูล ราคา 500 บาท(ลดเหลือ 350 บาท)
3. สาหร่ายเกลียวทอง ขวด 100 แค็ปซูล ราคา 500 บาทᅠ(ลดเหลือ 350 บาท)
4. กระเทียมโทน(500mg.)ขวด100 แค็ปซูล ราคา 500 บาท(ลดเหลือ 350 บาท)
5. วิตะมินซี ออแกนิก(500mg.) 100 แค็ปซูล ราคา 500 บาท(ลดเหลือ 350 บาท)
6. แปะก็วย (500 mg.) ขวด 100 แค็ปซูล ราคา 300 บาท(ลดเหลือ 200 บาท)
7. ขมิ้นชัน,กล้วยดิบผง 100 แค็ปซูล ราคา 300 บาท(ลดเหลือ 200 บาท)
8. ฟ้าทะลายโจร(500 mg.)ขวด100 แค็ปซูล ราคา 200 บาท(ลดเหลือ 150บาท)
9. ฟ้าทะลายโจรกระป๋อง 1000 เเค็ปซูล แค็ปซูลละ 1 บาท
10. ยาระบายมะขามแขก (500 mg.)100 แค็ปซูล ราคา 200 บาท
สนใจติดต่อโดยตรงที่
โทร. 095-521-4826
หรือแชท ในกล่องข้อความ
14/10/2022
#ยาปฏิชีวนะ(Antibiotics) ไม่ควรใช้บ่อย
ในลำไส้มีแบคทีเรียหลายชนิด
แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
- แบคทีเรียชนิดที่ดีมีประโยชน์
-แบคทีเรียชนิดเลว และให้โทษ
70% ของระบบภูมิคุ้มกัน ถูกสร้างขึ้นโดยแบคทีเรียชนิดที่ดี ในลำไส้เรา
ยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ คือยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียทุกชนิด ที่อยู่ในลำไส้เรา ทั้งแบคทีเรียชนิดที่ดี และแบคทีเรียชนิดเลว
#ผลก็คือ
1. การสร้างภูมิคุ้มกันในลำไส้ลดลง เราจะติดเชื้อจากภายนอกได้ง่ายขึ้น
2. ถ้าฆ่าเชื้อแบคทีเรียไม่หมด เชื้อจะดื้อยา ทำให้การติดเชื้อแบคทีเรียครั้งต่อไป ไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะที่เคยใช้ได้ผล
#จึงเป็นเหตุผล ที่ต้องระมัดระวังในการใช้ยาปฏิชีวนะ และควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร บุคคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คำแนะนำในการใช้ยาปฏิชีวนะ อย่างถูกต้อง ไม่ควรซื้อยากินเอง
#ด้วยความห่วงใย
________
#โปรพิเศษ สมุนไพรสุขภาพ กดดูได้ที่ลิ้งค์นี้
https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=113561704715904&id=109984841740257&__cft__[0]=AZWBynvHLW76DAR3YOaW2TsvahezKcrUQHlV9nD4aYE0VPfTfT_KAoSlimQ-nHS1KZRUm5W33BQljYRO9FBN02-Gh8W5QeXNzrXbrgqJNeFPdE-liVG0iE7NUglkUsS_ODNfHR46FsXfJeU8NrxWmjQqU7G9AdI3hO66nDz5mjvWnNXsxj3Y1OsugQSVZiCznDvZh43WZJdquSJ_ky45UcGA&__tn__=%2CO%2CP-R
https://web.facebook.com/Noree-Herb-for-Health-109984841740257
22/09/2022
#อาหารโซเดียม โปแตสเซี่ยม ฟอสฟอรัสต่ำ ที่โรคไตกินได้
มีโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัสต่ำ ไม่อันตรายต่อไต
ไตทำหน้าที่กรองของเสีย และปล่อยฮอร์โมน ที่มีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิต ปรับสมดุลของเหลวในร่างกาย ผลิตปัสสาวะ และอื่นๆ
ผู้ป่วยโรคไตจึงต้องจำกัดให้กินอาหารที่มีโซเดียม, โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสที่ต่ำ เพราะจะไม่สร้างความเสียหายต่อไต
1. #น้ำมันมะกอก
น้ำมันมะกอก ไม่มีฟอสฟอรัสอยู่เลย ถือเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated fats) ที่เรียกว่ากรดโอเลอิก (Oleic acid) ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยต้านการอักเสบได้ดี อีกทั้งยังมีความคงตัวที่อุณหภูมิสูง จึงเหมาะสำหรับนำไปปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ ที่สำคัญยังมีผลดีต่อผู้ป่วยโรคไต
มีโซเดียม 0.3 มก. และโพแทสเซียม 0.1 มก. (ในน้ำมันมะกอก 13.5 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ)
2. #กะหล่ำดอก
กะหล่ำดอกเป็นแหล่งของสารอาหารที่มี วิตามินซี, วิตามินเค, วิตามินโฟเลต หรือ วิตามินบี 9 รวมถึงยังมีไฟเบอร์สูง และมีสารช่วยต้านการอักเสบอย่าง อินโดล (Indole) กะหล่ำดอก 124 กรัม มีโซเดียมอยู่เพียงแค่ 19 มก. มีโพแทสเซียม 176 มก. และมีฟอสฟอรัส 40 มก. ซึ่งถือเป็นปริมาณที่ต่ำ ผู้ป่วยโรคไต
3. #บลูเบอร์รี่
บลูเบอร์รี่ เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจ, โรคมะเร็งบางชนิด, โรคเบาหวาน และโรคความจำเสื่อมได้ดี ผู้ป่วยโรคไตก็ยังสามารถกินได้
ในบลูเบอร์รี่ 148 กรัม มีโซเดียมเพียงแค่ 1.5 มก. มีโพแทสเซียม 114 มก. และมีฟอสฟอรัส 18 มก. ซึ่งถือเป็นปริมาณที่ต่ำ
4. #กระเทียม
ผู้ป่วยโรคไต จำเป็นต้องจำกัดปริมาณการได้รับโซเดียม โดยรวมไปถึงเกลือด้วย ดังนั้นทางเลือกสำหรับการปรุงรสอาหารที่จะดีต่อสุขภาพไต
กระเทียม 3 กลีบ หรือประมาณ 9 กรัม มีโซเดียมอยู่เพียงแค่ 1.5 มก. มีโพแทสเซียม 36 มก. และมีฟอสฟอรัส 14 มก. ซึ่งถือเป็นปริมาณที่ต่ำ ผู้ป่วยโรคไตสามารถกินได้ กระเทียมยังมีสารอาหารอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย ไม่ว่าจะเป็น แมกนีเซียม, วิตามินซี, วิตามินบี 6 และซัลเฟอร์ ที่มีส่วนช่วยต้านการอักเสบได้ดี
5. #กะหล่ำปลี
กะหล่ำปลี อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ดีต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามินเค, วิตามินซี หรือวิตามินบี รวมไปถึงยังมีใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ (Insoluble Fiber) ที่ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหารอีกด้วย ที่สำคัญยังดีต่อผู้ป่วยโรคไต เนื่องจากกะหล่ำปลี 70 กรัม มีโซเดียมอยู่ 13 มก. มีโพแทสเซียม 199 มก. และมีฟอสฟอรัส 18 มก. ซึ่งเรียกได้ว่าอยู่ในปริมาณที่ต่ำ ไม่เป็นอันตรายต่อไต
6. #หอมหัวใหญ่
หอมหัวใหญ่ 70 กรัม มีโซเดียมเพียงแค่ 3 มก.
มีโพแทสเซียม 102 มก. และมีฟอสฟอรัส 20 มก. ซึ่งถือเป็นปริมาณที่ต่ำ ผู้ป่วยโรคไตสามารถกินได้ นอกจากนั้นหอมหัวใหญ่ยังมีวิตามินซี, แมกนีเซียม, วิตามินบี และพรีไบโอติก (Prebiotic) ที่ดีต่อระบบย่อยอาหารและสุขภาพลำไส้อีกด้วย
7. องุ่นแดง
องุ่นแดง ถือเป็นแหล่งของวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ที่มีส่วนช่วยลดอาการอักเสบต่างๆ อีกทั้งยังมีเรสเวอราทรอล (Resveratrol) ซึ่งถือเป็นสารฟลาโวนอยด์ชนิดหนึ่ง ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน และภาวะสมองเสื่อม
องุ่นแดง 75 กรัม ยังมีโซเดียม 1.5 มก. มีโพแทสเซียม 144 มก. และมีฟอสฟอรัส 15 มก. ซึ่งถือเป็นอาหารฟอสฟอรัสต่ำ
โรคไตสามารถกินได้ᅠ
______
#โปรพิเศษ สมุนไพรสุขภาพ เฉพาะเดือนนี้
แถมหน้ากาก N95 + ฟ้าทะลายโจร
กดดูได้ที่ลิ้งค์นี้
https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=113561704715904&id=109984841740257&__cft__[0]=AZWBynvHLW76DAR3YOaW2TsvahezKcrUQHlV9nD4aYE0VPfTfT_KAoSlimQ-nHS1KZRUm5W33BQljYRO9FBN02-Gh8W5QeXNzrXbrgqJNeFPdE-liVG0iE7NUglkUsS_ODNfHR46FsXfJeU8NrxWmjQqU7G9AdI3hO66nDz5mjvWnNXsxj3Y1OsugQSVZiCznDvZh43WZJdquSJ_ky45UcGA&__tn__=%2CO%2CP-R
https://web.facebook.com/Noree-Herb-for-Health-109984841740257
20/09/2022
#น้ำคือชีวิต
#ดื่มน้ำน้อยเกินไป ส่งผลเสียกับร่างกายอย่างไร
ปกติคนทั่วไปควรดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 8-10 แก้ว
( 1 แก้ว = 250 ซีซี. โดยประมาณ ) วันไหนที่อากาศร้อนชื้นและออกกำลังกาย
ต้องดื่มน้ำเพิ่มขึ้น 1.5 - 2.5 แก้ว
#ผลเสียต่อร่างกายหากดื่มน้ำไม่เพียงพอ
1. ไตทำงานหนักขึ้น และปัสสาวะมีสีเข้ม เพราะน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
2. มีโอกาสติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนล่างได้ง่าย
มีสารก่อนิ่วตกตะกอน อาจป็นเหตุของโรคนิ่วได้
3. ไตจะขับของเสีย สารพิษ ยาต่างๆ ออกได้ยากขึ้น
โดยเฉพาะผู้ที่ไตเสื่อมในระยะแรก ถึงระยะที่ 4 (ก่อนล้างไต)
จะทำให้ไตแย่ลง ไตเสื่อมระยะนี้ต้องดื่มน้ำไม่ต่ำกว่า
วันละ 2 - 2.5 ลิตร
ถ้าไตขาดน้ำอย่ารุนแรง จะทำให้ไตวายเฉียบพลันได้
4. กรณีผู้ป่วยมีโรครื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคไตเสื่อม ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเกี่ยวกับปริมาณน้ำดื่มที่เหมาะสม
เป็นการเฉพาะแต่ละกรณีไป
5. ร่างกายขาดน้ำทำให้ท้องผูก ถ่ายลำบาก
ผู้ที่เป็นริดสีดวงทวารหนักต้องระวัง อาการริดสีดวงจะกำเริบได้
#อาการขาดน้ำที่สังเกตได้
กระหายน้ำอ่อนเพลีย ปากแห้ง คอแห้ง
เหนื่อยง่ายปวดศรีษะ วิงเวียนศีรษะ
ปัสสาวะน้อย 4 - 6 ชั่วโมง / 1 ครั้ง สีเข้ม
ชีพจรเต้นเร็ว หายใจ หอบถี่
ความดันโลหิตต่ำ บางรายอาการรุนแรง จนเกิดอาการชักได้
#การดูแลตัวเองเมื่อร่างกายขาดน้ำ
ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
ระหว่างวัน 8 - 10 แก้ว ต่อวัน
ในกรณีที่ร่างกายขาดน้ำ เนื่องจากอาการท้องเสีย เสียเหงื่อมาก นอกจากดื่มน้ำแล้ว ควรดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) เพื่อลดอาการอ่อนเพลีย ทดแทนการสูญเสียเกลือแร่ หลีกเลี่ยงสถานที่อบอ้าว ควรหาจุดที่อากาศถ่ายเท ร่มรื่น เพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกาย
#ความเข้าใจผิด เรื่องดื่มน้ำมากแล้วทำให้ไตวาย
การดื่มน้ำมากไม่ได้ทำให้ไตวาย
หลายคน ยังมีความเชื่อที่ผิด ๆ ว่า การดื่มน้ำมาก ๆ ทำให้ไตวาย เพราะความจริงแล้ว น้ำจะช่วยเจือจางสารพิษที่ไปสู่ไต
การที่เรามีปัสสาวะออกดี ไม่ได้แปลว่า ไตของเราต้องทำงานหนักขึ้น แต่แสดงถึงการขับของเสียที่มีประสิทธิภาพ
ลองเปรียบเทียบกับการล้างภาชนะหรือทำความสะอาดบ้าน อยากให้สะอาดก็ต้องใช้น้ำมากๆ ยิ่งคนที่ไตเสื่อมสภาพ ยิ่งต้องดื่มน้ำให้มาก เพื่อกำจัดของเสียที่คั่งในร่างกาย
#ทำไมคนที่ไตวายระยะสุดท้าย (ระยะที่ 4-5 หรือผู้ที่ต้องล้างไต) ต้องจำกัดน้ำดื่ม
คนที่ไตวายในระยะสุดท้าย บางรายอาจมีปัญหา น้ำคั่งหรือท่วมปวดได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ต้องได้รับการล้างไตต่อเนื่องเพื่อประทังชีพ
คนไข้เหล่านี้ มักจะไม่มีปัสสาวะเลย ดังนั้น หากดื่มน้ำมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดภาวะน้ำคั่งในร่างกาย และตามมาด้วยภาวะเกลือแร่เจือจาง หรือน้ำท่วมปอด แพทย์จึงแนะนำให้คนไข้เหล่านี้ จำกัดน้ำดื่ม
รักษาสมดุลน้ำของตัวเราให้เหมาะสม
มากไปน้อยไปอันตรายทั้งนั้น
_____
โปรพิเศษ สมุนไพรสุขภาพ เฉพาะเดือนนี้
แถมหน้ากาก N95 +ฟทจ.2 ขวด
กดดูได้ที่ลิ้งค์นี้
https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=113561704715904&id=109984841740257&__cft__[0]=AZWBynvHLW76DAR3YOaW2TsvahezKcrUQHlV9nD4aYE0VPfTfT_KAoSlimQ-nHS1KZRUm5W33BQljYRO9FBN02-Gh8W5QeXNzrXbrgqJNeFPdE-liVG0iE7NUglkUsS_ODNfHR46FsXfJeU8NrxWmjQqU7G9AdI3hO66nDz5mjvWnNXsxj3Y1OsugQSVZiCznDvZh43WZJdquSJ_ky45UcGA&__tn__=%2CO%2CP-R
https://web.facebook.com/Noree-Herb-for-Health-109984841740257
20/09/2022
#ใช้น้ำตาลเทียมแทนน้ำตาลไม่อ้วน จริงหรือไม่
เราคุ้นไปกับแรงโฆษณา เครื่องดื่มที่อ้างว่า Zero Calory หรืออาหาร, ขนม ที่อ้างว่าไม่ได้ใช้น้ำตาล
ที่บอกเราว่า กินแล้วไม่อ้วน เพราะใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล
ใช้น้ำตาลสังเคราะห์ชนิด Zero Calory แต่ยิ่งกิน ยิ่งดื่ม น้ำหนักตัวก็ยิ่งเพิ่ม พุงก็ยิ่งขยาย
ทำไมเป็นอย่างนั้น
#เหตุผลคือ
1. มีงานวิจัยสาธารณสุขพบว่า ยิ่งบริโภคน้ำตาลเทียม
Zero Calory เหล่านี้ ก็ยิ่งเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และโรคในกลุ่ม metabolic syndrome มากยิ่งขึ้น
นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยที่พบว่า น้ำตาลเทียมยังเป็นสารก่อมะเร็งในสัตว์ทดลองอีกด้วย
2. น้ำตาลเทียมมีผลร้ายต่อสมดุลจุลินทรีย์ ที่มีประโยชน์ภายในลำไส้
3. ในความเข้าใจของผู้บริโภค คิดเพียงว่า ในเมื่อน้ำตาลเทียม ก็ไม่ได้เพิ่มแคลอรี่ใดๆ ก็ต้องมีผลดีต่อร่างกายสิ แต่ในเชิงระบบสรีระวิทยาของร่างกาย มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น เพราะรสหวานตามธรรมชาติของ Glucose หรือ Fructose จะมาพร้อมกับพลังงานหล่อเลี้ยง เป็นอาหารสมอง
แต่น้ำตาลเทียมที่มีรสหวานเหมือนกัน แต่ไม่มีอาหารของสมอง จะทำให้สมองขาดอาหาร จึงปล่อยสัญญาณให้รู้สึกหิวเพื่อเร่งให้ร่างกาย เติมพลังงานเข้าไปทดแทน เมื่อหิว ก็ต้องกิน
4. น้ำตาลเทียมยังสร้างความสับสน ของขบวนการเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ขบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกายทำงานช้าลง จนทำให้มีไขมันส่วนเกินมากขึ้นในแต่ละวันที่ผ่านไป
โดยสรุปคือ
การบริโภคน้ำตาล Zero Calory ไม่ช่วยคุมน้ำหนักแต่อย่างใด ตรงกันข้ามมันจะมาพร้อมของแถมคือ เบาหวาน กินจุบจิบ หิวบ่อย น้ำหนักเพิ่ม แถมท้ายด้วยการเสพติด
เราสามารถบริโภคน้ำตาลปกติได้ ร่างกายยังต้องการน้ำตาลเพื่อให้พลังงาน เเต่การบริโภคต้องไม่เกินพอดี ยิ่งอายุมากยิ่งต้องควบคุมน้ำตาลไม่ให้สูงเกินไปᅠ
ที่ต้องระวังอย่างยิ่ง คือ เบาหวาน
น้ำตาลขาดไม่ได้ เกินไปก็ไม่ดี
______
โปรพิเศษ สมุนไพรสุขภาพ เฉพาะเดือนนี้
แถมหน้ากาก N95+ฟทจ.2 ขวด
กดดูได้ที่ลิ้งค์นี้
https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=113561704715904&id=109984841740257&__cft__[0]=AZWBynvHLW76DAR3YOaW2TsvahezKcrUQHlV9nD4aYE0VPfTfT_KAoSlimQ-nHS1KZRUm5W33BQljYRO9FBN02-Gh8W5QeXNzrXbrgqJNeFPdE-liVG0iE7NUglkUsS_ODNfHR46FsXfJeU8NrxWmjQqU7G9AdI3hO66nDz5mjvWnNXsxj3Y1OsugQSVZiCznDvZh43WZJdquSJ_ky45UcGA&__tn__=%2CO%2CP-R
https://web.facebook.com/Noree-Herb-for-Health-109984841740257
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Phitsanulok
