Moonan Chariya Thailand
ผิวสวย หุ่นดี เมื่อมีชาริยา สกินแคร? สั่งสินค้า ID:1312moonan
09/08/2021
คู่เด็ดเลยค่ะ...ใช่คู่ ผิวใสขึ้นมาก อยากให้ลองมากค่ะ
29/07/2021
คนขับรถบรรทุก มาตลอดชีวิต
หน้าที่โดนแดดจะเหี่ยวกว่าหน้าข้างที่ไม่โดนแดดแบบชัดเจนเลยค่ะ อย่าลืมทากันแดดเป็นประจำนะคะ
22/07/2021
ทำไมทัศนคติถึงสำคัญมากกว่าความฉลาด?
Carol Dweck เป็นนักจิตวิทยาที่ได้ทุ่มเทชีวิตการงานของเธอเพื่อศึกษาเรื่องทัศนคติและศักยภาพ ซึ่งงานวิจัยล่าสุดของเธอนั้นแสดงให้เห็นว่า “ทัศนคติบ่งบอกถึงความสำเร็จได้มากกว่าระดับไอคิว” เธอพบว่าทัศนคติที่เป็นแกนหลักของคนเราแบ่งเป็นสองประเภท หนึ่งคือ กรอบความคิดแบบจำกัด (Fixed Mindset) สองคือ กรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset)
คนที่มี กรอบความคิดแบบจำกัด (Fixed Mindset) จะเป็นคนที่ยึดมั่นในความคิดตนเองและไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อสิ่งใดๆ ซึ่งการมีวิธีคิดแบบนี้เอง ที่อาจเป็นปัญหาได้เวลาที่พบเจอกับสิ่งที่ตัวเองไม่สามารถรับมือได้ และมันจะทำให้รู้สึกสิ้นหวังและพ่ายแพ้ได้
ส่วนคนที่มี กรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) จะเป็นคนที่มักเชื่อว่าคนเรานั้นสามารถพัฒนาตัวเองได้เสมอ ตราบใดที่เรามีความพยายาม และวิธีคิดแบบนี้เองที่จะทำให้เกิดความก้าวหน้ายิ่งกว่าคนที่มีกรอบความคิดแบบตายตัว แม้ว่าจะมีไอคิวที่ไม่สูงก็ตาม เพราะคนประเภทนี้จะชอบสิ่งที่ท้าทาย และมองว่าสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาคือโอกาสในการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ
โดยทั่วไปแล้ว การมีความสามารถหรือเป็นคนฉลาดจะทำให้มีความมั่นใจมากกว่าคนอื่นๆ ซึ่งเป็นความจริงเวลาพบเจอกับเรื่องง่ายๆ เท่านั้น แต่ปัจจัยที่สำคัญกว่านั้นก็คือ วิธีการจัดการกับความผิดพลาดและอุปสรรคต่างๆ ต่างหาก โดยคนมีกรอบความคิดแบบเติบโตจะอ้าแขนรับกับอุปสรรคได้อย่างไม่ลังเล
Dweck กล่าวว่าความสำเร็จในชีวิต คือเรื่องของวิธีการจัดการกับความล้มเหลวในชีวิตของคุณนี่แหละ โดยเธอได้อธิบายวิธีที่คนมีกรอบความคิดแบบเติบโตไว้ว่า
“ความล้มเหลวก็เป็นแค่ข้อมูลตัวหนึ่ง ที่เราแปะป้ายเอาไว้ว่ามันคือความล้มเหลว ซึ่งมันทำให้เรารู้ว่า หากวิธีนี้มันไม่ได้ผล งั้นฉันก็จะลองแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นดู”
ไม่ว่าคุณจะเป็นประเภทไหนก็ตาม คุณสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตัวเองให้มีกรอบความคิดแบบเติบโตได้ทั้งนั้น และเรามีวิธีที่จะช่วยปรับมุมมองของคุณให้ดีขึ้นด้วยวิธีดังต่อไปนี้!
———————————-
อย่าจมอยู่กับความรู้สึกว่าตัวเองนั้นไร้ค่า
———————————-
ใครๆ ก็ต้องเคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองนั้นไร้ค่าสิ้นดี ซึ่งบททดสอบของคุณก็คือ คุณจะมีปฏิกิริยาตอบรับกับความรู้สึกแบบนี้อย่างไร? คุณจะเลือกเรียนรู้เป็นบทเรียนและก้าวต่อไป หรือจะปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ มีผู้คนที่ประสบความสำเร็จมากมาย ที่ไม่อาจมาถึงจุดๆ นี้ได้ ถ้าหากพวกเขาพ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกที่ไร้ค่า ยกตัวอย่างเช่นบุคคลเหล่านี้
* วอลต์ ดิสนีย์ ที่เคยถูกไล่ออกจากบริษัท Kansas City Star เพราะ “ไร้ความคิดสร้างสรรค์และไอเดียดีๆ”
* โอปราห์ วินฟรีย์ ก็เคยถูกไล่ออกจากการเป็นผู้ประกาศข่าวทางโทรทัศน์ในบัลติมอร์ เพราะว่าเธอ “อ่อนไหวกับเรื่องส่วนตัวมากเกินไป”
* เฮนรี่ ฟอร์ด เคยล้มเหลวจากการสร้างบริษัทรถมาแล้วถึงสองครั้งก่อนจะประสบความสำเร็จจากบริษัทฟอร์ด
* สตีเวน สปีลเบิร์ก เคยถูกปฏิเสธจาก USC’s Cinematic Arts School มาหลายต่อหลายครั้งเช่นกัน
ลองจินตนาการดูว่าถ้าพวกเขาเหล่านี้มีกรอบความคิดแบบจำกัด ก็คงยอมแพ้และเลิกล้มความหวังไปแล้ว คนที่มีมีกรอบความคิดแบบเติบโตจะไม่รู้สึกไร้ค่า เพราะรู้ว่าการจะประสบความสำเร็จได้ คุณต้องเต็มใจที่ล้มเหลวและลุกขึ้นใหม่ได้อีกครั้ง
———————————-
มีความมุ่งมั่นและหลงใหลในสิ่งที่ทำ
———————————-
แน่นอนว่าในโลกนี้ มีคนที่มีพรสวรรค์และเก่งมากกว่าคุณเสมอ แต่คุณสามารถใช้ความมุ่งมั่นและหลงใหลในสิ่งที่คุณทำมาทดแทนพรสวรรค์ที่ขาดหายไปได้ นั่นเป็นสิ่งที่ผลักดันให้คนเราไม่หยุดที่จะพัฒนาตนเอง ยกอย่างเช่น วอร์เรน บัฟเฟตต์ เขาแนะนำว่าให้หาสิ่งที่รักและหลงใหลจริงๆ ด้วยเทคนิคที่เขาเรียกว่า 5/25 โดยให้เขียนสิ่งที่คุณสนใจมากที่สุด 25 อย่าง แล้วก็ตัดออก 20 ข้อ และ 5 ข้อสุดท้ายที่เหลือนั่นแหละ ก็คือสิ่งที่คุณรักมากที่สุดจริงๆ
———————————-
ลงมือทำ
———————————-
ผู้คนที่มีกรอบความคิดแบบเติบโตไม่ได้เอาชนะความกลัวได้เพราะพวกเขากล้าหาญกว่าคนอื่น แต่เป็นเพราะพวกเขารู้ว่าความกลัวเป็นอารมณ์ที่ทำให้หมดกำลังใจ ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดก็คือ การลงมือทำ กรอบความคิดแบบเติบโตทำให้พวกเขามีพลังใจและรู้ว่าคนเราไม่สามารถรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อจะก้าวไปข้างหน้าได้หรอก เพราะฉะนั้น การลงมือทำอย่างจริงจังนี่แหละ ที่จะเปลี่ยนความกังวลต่อความล้มเหลวให้กลายเป็นพลังเชิงบวกได้
———————————-
ก้าวไปให้ไกลกว่าจุดที่เคยก้าวมา
———————————-
คนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจ จะไม่ลังเลที่จะทุ่มเทให้กับสิ่งที่ทำ พวกเขาจะผลักดันตัวเองไปให้ไกลกว่าจุดเดิมเสมอ มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งของ บรูซ ลี กล่าวว่า บรูซมีลูกศิษย์คนหนึ่งที่วิ่งเป็นระยะ 3 ไมล์กับเขาทุกวัน ในวันหนึ่งตอนที่วิ่งใกล้ครบสามไมล์ บรูซก็พูดขึ้นว่า “วิ่งต่ออีกสองไมล์เถอะ!” แต่ด้วยความเหน็ดเหนื่อย ลูกศิษย์ของเขาจึงตอบไปว่า “ถ้าวิ่งต่ออีกสองไมล์ ผมต้องตายแน่ๆ” รู้ไหมว่าบรูซตอบว่ายังไง? “งั้นก็วิ่งซะสิ!” หลังจากวิ่งครบห้าไมล์แล้ว ลูกศิษย์ของเขาก็ทั้งล้าและโกรธมาก บรูซจึงอธิบายให้เขาฟังว่า
“ต่อให้คุณไม่วิ่งต่ออีกสองไมล์ คุณก็อาจต้องตายอยู่ดี ถ้าเอาแต่สร้างขีดจำกัดให้ตัวเอง ทั้งชีวิตนี้ไม่ว่าเรื่องอะไร คุณก็จะมีแต่ขีดจำกัดให้ตัวเองเต็มไปหมด ขีดจำกัดที่แท้จริงน่ะไม่มีหรอก มีก็แต่อุปสรรคที่คุณต้องก้าวข้ามมันไปให้ได้แม้ว่ามันจะฆ่าคุณก็ตาม เพราะคนเราต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ”
ถ้าคุณไม่พัฒนาตัวเองขึ้นวันละนิดละหน่อย อาจกลายเป็นว่าคุณจะแย่ลงเรื่อยๆ แทนก็ได้ คุณเองก็ไม่อยากเป็นแบบนั้นหรอกใช่ไหมล่ะ?
———————————-
คาดหวังผลลัพธ์
———————————-
ผู้คนที่มีกรอบความคิดแบบเติบโตมักจะรู้ว่า พวกเขาจะต้องล้มเหลวอยู่เรื่อยๆ แต่พวกเขาไม่เคยหยุดคาดหวังถึงแม้จะรู้อย่างนั้นก็ตาม การตั้งความหวังกับผลลัพธ์เป็นตัวกระตุ้นให้คุณมีพลังที่จะก้าวเดินต่อไปได้ ลองคิดดูสิว่า…ถ้าหากคุณไม่ตั้งความหวังว่าตัวเองจะต้องประสบความสำเร็จ คุณก็คงไม่พยายามมาถึงจุดนี้หรอก จริงไหม?
———————————-
ปรับตัวกับปัญหา
———————————-
ไม่มีใครที่ไม่ต้องพบเจอกับความยากลำบาก ผู้คนที่มีกรอบความคิดแบบเติบโตจะใช้ความลำบากในการพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่เพื่อดึงให้ถอยหลังลงคลอง เมื่อถูกท้าทายด้วยเหตุการณ์ไม่คาดคิด พวกเขาจะปรับตัวเข้ากับมันจนกว่าจะผ่านพ้นไปได้
———————————-
อย่าบ่นเวลาไม่ได้ดั่งใจ
———————————-
การบ่นเป็นสัญลักษณ์ของคนที่มีกรอบความคิดแบบจำกัดแบบชัดเจน คนที่มีกรอบความคิดแบบเติบโตจะมองหาทุกโอกาสที่เป็นไปได้เสมอ จึงไม่มีพื้นที่พอสำหรับการบ่น
ขอบคุณบทความดีๆจาก
https://sumrej.com/why-attitude-is-more-important-than-iq/
Source:
https://www.talentsmart.com/articles/Why-Attitude-Is-More-Important-Than-IQ-982658569-p-1.html
15/07/2021
"โพสต์นี้เป็นโพสต์เก่าเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2563 ซึ่งโครงการนี้ได้ปิดรับบริจาคไปแล้วนะคะ ยังไงเช็กข้อมูลกันก่อนน้าา หากสนใจร่วมบริจาคช่วยเหลือแพทย์ และโรงพยาบาลเพื่อสู้วิกฤติโควิด-19 แอดมินแนะนำเช็กโพสต์ใหม่ๆ ปัจจุบันหน้าเพจ EventPass ได้เลยนะคะ ขอบคุณลูกเพจที่น่ารักทุกคนน้าา"
--------------
📣🍶ชวนบริจาคขวดน้ำพลาสติก 👨⚕เพื่อนำไปรีไซเคิลทำชุด PPE ให้คุณหมอ ซักใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง โดยฝีมือคนไทย! ♻️Less Plastic Thailand ชวนแยกขยะขวดน้ำ PET หรือสัญลักษณ์รีไซเคิลเบอร์ 1 เพื่อรีไซเคิลเป็นเส้นใย ตัดชุด PPE 📍สามารถบริจาคขวดได้ที่จุดรับบริจาคหลายแห่งของโครงการ #ส่งพลาสติกกลับบ้าน 🏥โดยจะดำเนินการผลิตชุดบริจาคให้ตามความต้องการโรงพยาบาลทั่วประเทศ (เป้าหมายขั้นต่ำ 13,000 ชุด) ซึ่งในขณะนี้มีหลายโรงพยาบาลได้รับชุดที่ผลิตเสร็จแล้ว
สอบถามข้อมูลจุดรับบริจาคใกล้บ้านได้ที่ evpss.co/a8aa7
ติดตามรายละเอียดโครงการได้ที่ evpss.co/2885b
ที่มาข้อมูล evpss.co/4e6a3
#บริจาคขวดพลาสติก #ขวดพลาสติก #รีไซเคิล #รีไซเคิลพลาสติก #บริจาค #ชุดPPE #แยกขวดช่วยหมอ
08/05/2021
Moonan “คัดลอกสาระดีๆ มาให้สังเกตตัวเองดูค่ะ”
มีอาการแบบนี้หรือเปล่า แสดงว่า
“เลือดไปเลี้ยงสมอง” ไม่พอนะ 💥💥
วิธีแก้
# # 5 วิธีฟื้นฟูและป้องกัน
อาการเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ‼ # #
อาการเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
จะมีอาการหน้ามืด มึนงง
เวียนศีรษะ คลื่นไส้ และหากปล่อยไว้นานๆ
อวัยวะสำคัญต่างๆของร่างกายก็จะเสื่อม
และเสียหายในที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสมอง ตา หัวใจ
ที่หากขาดเลือดไปเลี้ยงแล้ว
ส่งผลให้เซลล์ของอวัยวะนั้นๆตาย
และเกิดรอยโรคขึ้น เช่น เนื้อสมองบางส่วนตาย
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ต้อกระจก
และสิ่งสำคัญที่เราจะต้องรู้ก่อนว่า
สาเหตุสำคัญเหล่านี้นั้น
เกิดจากพฤติกรรมของเราเองที่
สามารถปรับเปลี่ยนและควบคุมได้
มี 5 วิธีการป้องกันและฟื้นฟู
มาฝากทุกคนตามที่สัญญาไว้ครับ
ก่อนที่เราจะกลายเป็นมนุษย์ผักที่นอนติดเตียง
หรือร้ายแรงสุด คือการเสียชีวิตกระทันหันครับ
5 วิธีการป้องกันและฟื้นฟูอาการเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
1.ดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดให้เพียงพอ
อย่างน้อย 1.5 – 3 ลิตร/วัน เพราะสาเหตุหนึ่ง
ที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอนั้น คือ
ความหนืดข้นของเลือด การดื่มน้ำน้อย
ทำให้เลือดมีความข้น การลำเลียง
สารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
2.หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน มัน
ที่เป็นสาเหตุของเบาหวาน และไขมันในเลือด
ลองนึกภาพถ้าเราเอาหลอดดูด
น้ำหวานข้นๆ มันจะยากใช่ไหมครับกว่า
จะถึงปลายหลอดส่วนบน
หรือภาพของไขมันเกาะติดตามหลอด
นั่นแหละครับสาเหตุของเลือด
ไปเลี้ยงสมองไม่พอ สมองขาดออกซิเจน
ทำให้เรามึนงง ปวดศีรษะ รู้สึกวูบๆ
อยากนอนตลอดเวลา หรือในบางคนที่
เป็นมานาน ก็จะมีอาการมือชา
เท้าชาร่วมด้วย
และอาการที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง นั่นคือ
อาการตาพร่ามัว มองไม่ชัด
ซึ่งเราอาจจะคิดว่าเกิดปัญหาจากสายตา
แต่แท้จริงแล้วเกิดจากการที่เลือด
ไปเลี้ยงที่หลอดเลือดส่วนปลายที่
ดวงตาไม่เพียงพอ
3.หลีกเลี่ยง หรือ งดอาหารเค็ม
เพราะเกลือโซเดียมก็เป็นสาเหตุของ
โรคความดันโลหิตสูง ทำให้หัวใจทำงานหนัก
ผนังเส้นเลือดหัวใจหนาตัวขึ้น
เพราะต้องใช้แรงบีบเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ
ของร่างกาย ซึ่งสมองเป็นอวัยวะที่อยู่เหนือหัวใจ
เมื่อแรงบีบเลือดไม่พอ จึงส่งผลให้
สมองขาดเลือดได้
4.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ถ้าเราลองนึกดู ทุกๆโรค สามารถฟื้นฟูได้ด้วย
การออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกาย
คือปรับสมดุลของร่างกายทุกๆส่วน
กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ หลอดเลือด หัวใจ สมอง
ให้ทำงานได้อย่างสัมพันธ์กัน
การออกกำลังกายที่ดีก็ต้องเลือกให้
เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน
และความชอบจะทำให้เราออกกำลังกาย
ได้อย่างต่อเนื่อง หากคนที่ไม่ชอบออกกำลังกาย
แนะนำให้เริ่มด้วยการเดินแกว่งแขน
อย่างน้อย 30 นาทีทุกๆวัน และเมื่อร่างกาย
เริ่มชินกับการออกกำลังกาย ก็ปรับตาราง
การออกกำลังเป็นคาร์ดิโอ
และการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อสลับกันไปได้
5.การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
และมีประสิทธิภาพ เพราะการนอนจะ
ช่วยฟื้นฟูซ่อมแซมเซลล์ต่างๆของร่างกาย
ดังนั้นเราจะเห็นคนที่นอนไม่พอเจ็บป่วยง่าย
ภุมิคุ้มกันไม่ดี และแก่ง่ายตายเร็ว
ทั้ง 5 ข้อนี้เป็นการปัองกันและฟื้นฟูหลักๆของการ
ดูแลป้องกันการเกิดภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การที่เราสามารถรู้
และตระหนักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ก่อนเกิดอาการต่างๆเหล่านี้
เพราะปกติแล้วร่างกายของมนุษย์เราจะ
แสดงออกมา ก็ต่อเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว
ไม่ใช่เพียงสัญญาณเตือน แต่เป็นการบอกว่า
เราป่วยแล้ว
มาเริ่มดูแลตัวเองกันตั้งแต่ต้น
เพราะการเจ็บป่วย คือ
จุดเริ่มต้นของปัญหาในทุกๆด้านๆ
บทความนี้อาจจะทำให้ทุกคนรู้สึก “กลัว”
แต่นั่นความจริง และคือจุดประสงค์หลักของ
ผมเลยครับ ที่อยากให้ทุกคนแข็งแรง
และห่างจากความเจ็บป่วย
โดยหันมาใส่ใจในการปรับปลี่ยนพฤติกรรม
หากคิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์
อย่าลืมแชร์เพื่อแบ่งปันสิ่งดีๆให้คนที่คุณรักนะคะ
แล้วเราจะสุขภาพดีไปด้วยกัน
#ลืมป่วย
*** ปล. ในกรณีที่บางคนมีกรรมพันธุ์
เป็นโรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน
แนะนำให้ไปตรวจสุขภาพและพบแพทย์ด้วยนะคะ
เพราะบางท่านระดับความรุนแรงของภาวะนี้
อาจมีความจำเป็นที่ต้องทานยาร่วมด้วย
เช่น ยาเบาหวาน หรือยาละลายลิ่มเลือดนะคะ
29/03/2021
ลองนึกภาพตาม กล่องนึง 10 แผ่น
กล่องใหญ่ๆ สวยๆ ใช้ดีจริง งานคุณภาพ
แผ่นมาร์คบางแนบเนื้อ น้ำมาร์คเยอะชุมชื่นมากๆ
ไม่มีกลิ่นน้ำหอมคนแพ้ง่ายสามารถใช้ได้แบบไม่ต้องระแวงเลยค่ะ งานดีจริง100%
แผ่นละ 49฿ เท่านั้น‼️
รับเป็นกล่อง กล่องละ 490฿ ค่ะ
28/02/2021
คบคนที่สมควรคบ ไว้ใจคนที่สมควรไว้ใจ ปล่อยวางคนที่ควรปล่อยวาง เจอคนดีให้ศึกษาเขาแล้วเอามาเป็นแบบอย่าง เจอคนไม่ดีก็ให้ศึกษาเช่นกันและไม่เอาเขามาเป็นแบบอย่าง
ธรรมทาน
Instagram: dhammatan
14/09/2020
เซรั่มในตำนาน บอกลาปัญหาผิวด้วยขวดนี้เลยจ้า 30ml 290฿
01/09/2020
สวัสดีวันหวยออกฮ๊ะ นักเสี่ยงโชค
ผมบักนำโชคมารายงานตัวฮ๊ะ
11/08/2020
6-7เดือน ที่ฟื้นฟูกันมา
ใจเย็น และ เชื่อใจ
10/08/2020
คนที่ต้องเสียทุกอย่าง ยังต้องมาฟังเธอบอกว่าเสียใจ #ใช้ชาริยาค่ะ😅
09/08/2020
มีรีวิวมาฝากอีกแล้วจ้า ใช้สินค้าชาริยา7วัน สิวค่อยๆยุบลงเรื่อยๆแล้วจ้า
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Phitsanulok
65000
